
จากกรณีเจ้าของโฮสเตย์ร้องไห้โฮกลางไลฟ์ ระบุว่าลงทุนเป็นหลักล้านบาท หวังนำเงินมาก่อสร้างทำโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงสถานการณ์โควิด-19 ก่อนจะเห็นได้ว่าระหว่างคลิปนั้นมีรถแบ็กโฮกำลัขุดดินถมดินระหว่างทางอยู่ โดยได้มีการพูดถึงการที่วัดทำทางทำให้ปิดทางเข้า-ออกโฮมสเตย์นั้น

วันที่ 12 ก.พ. 65 ทีมข่าวเดินทางตรวจสอบยังพื้นที่เดินทางเข้ายัง พรรั้งบ้านไร่ โฮมสเตย์ ตำบลบางริ้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง บริเวณทางเข้านั้นได้มีแท่งแบริเออร์ปิดกั้นเส้นทาง โดยห้ามมิให้รถสัญจรผ่านได้ ปิดช่องว่างเป็นช่องเล็ก 2 ช่อง ให้สำหรับเดินผ่านสัญจรได้เท่านั้น

ทีมข่าวเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวเป็นพื้นที่เป็นดินแดง ข้างทางเป็นพื้นที่เนินดิน และใกล้กันข้างทางเป็นริมคลองพรรั้ง เป็นทางน้ำตก ยาวไปจนถึงหน้าโฮมสเตย์

โดยระหว่างทางจะเห็นได้ว่ามีพนักงานเข็นนำอาหารเพื่อเข้ามาส่งภายในโฮมสเตย์ ใช้รถเข็นบรรทุกของน้ำ วัตถุดิบต่าง ๆ ไปส่งยังโฮมสเตย์ บริเวณโฮมสเตย์นั้นจะเห็นได้ว่ามีห้องพักอยู่จำนวน 5 ห้อง และตรงข้ามโฮมสเตย์เป็นลำธารน้ำตก สำหรับนักท่องเที่ยวมาดื่มด่ำบรรยากาศ

นางสาวเขมิตรา บุตรศรีภูมิ อายุ 38 ปี เจ้าของโฮมสเตย์ ระบุว่า ตนเองย้ายมาอยู่ที่ จ.ระนอง กับสามี ญาติมีพื้นของสปก.อยู่ประมาณ 2 ไร่ และเจรจาพูดคุยกับน้าเจ้าของที่ดินจึงได้ตัดสินใจจะมาทำธุรกิจ ตัดสินใจขายบ้านที่กรุงเทพมหานคร มาทำธุรกิจที่ จ.ระนอง สร้างเป็นพรรั้งบ้านไร่โฮมสเตย์ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ สปก. ไม่สามารถซื้อขายได้

อีกทั้งก่อนที่จะเข้ามาในพื้นที่โฮมสเตย์นั้น บริเวณทางเข้าจะต้องผ่านทางวัดมาก่อน จึงขออนุญาตทางวัดสำหรับแบ่งที่เพื่อขอทำทางเข้ามายังโฮมสเตย์ และลงทุนสร้างประมาณเกือบ 2 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาสร้างมาได้ประมาณ 10 เดือนจนสร้างเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 12 ส.ค. 64

เมื่อประมาณ 1 เดือนหลังก่อสร้างเปิดให้บริการเสร็จ ทางวัดได้เรียกตนเองเข้าไปพูดคุย ระบุว่ามีรถ ATV เข้า-ออกเสียงดัง ให้หยุดใช้รถ ATV และให้ลูกค้าเดินเท้าเข้าไปยังโฮมสเตย์ แทนระยะเดินทางประมาณ 400 เมตร มีการปักเสากลางถนน 2 เสา โดยรถจักรยานยนต์และรถคันเล็กสามารถผ่านได้ ต่อมาเดือน ธ.ค. 64 ได้มีการนำแบริเออร์มาวางตั้งไว้ และกลางเดือน ธ.ค.64 เสาทั้ง 2 ต้นล้มลง โดยได้พูดคุยกับทางวัด ต่อมาทางวัดได้นำเสาหลักมาปักเพิ่มเป็น 3 เสา

ทำให้รถซาเล้งพ่วงข้างเพื่อขนน้ำแข็ง วัตถุดิบ ของปรุงต่าง ๆ เข้าที่โฮมสเตย์ไม่ได้ สามีจึงไปนำเสาที่ปักออก 1 ต้น ทางวัดจึงแจ้งความว่าตนเองทำลายทรัพย์สินวัด ต่อมาประมาณวันที่ 3 ก.พ. 65 ก็เกิดเหตุที่ทางวัดนำรถแบ็กโฮเข้ามาเกลี่ยดิน และวางแบริเออร์ ปิดทางสัญจร

ส่วนทางด้านญาติของตนเองที่เป็นเจ้าของที่นั้น ก็ไม่ได้เซ็นใบมอบอำนาจให้เพื่อจะขอกรมที่ดินเพื่อให้ขออนุญาตทำที่ทำทางเพื่อขอทำทางตัดผ่านมายังโฮมสเตย์ ตนเองจึงหมดหนทางไม่รู้จะทำอย่างไร และทางวัดนั้นก็ไม่พูดคุยอะไรกับตนแล้ว ตนเองจึงตัดสินใจจะปิดกิจการในวันที่ 28 ก.พ. 65 เพราะยังไม่สามารถหาทางออกได้ในตอนนี้ ใจก็อยากให้ทางวัดเห็นใจ อยากให้เปิดพื้นที่ให้รถสามารถสัญจรผ่านได้

นายวุฒิ พิบูลรุจนานนท์ อายุ 37 ปี ลูกค้า ระบุว่า ตนเองเป็นลูกค้าเดินทางมายังโฮมสเตย์แห่งนี้มาเป็นครั้งแรก เนื่องจากเห็นคลิปไลฟ์สดว่าถูกปิดพื้นที่ จึงเดินทางท่องเที่ยว วันนี้เดินทางมาพร้อมครอบครัว มีภรรยา ลูกสาว 1 คน และลูกชายอีก 1 คน ส่วนตัวยอมรับว่าการเดินทางอาจจะเป็นระยะค่อนข้างไกล เนื่องจากต้องจอดรถบริเวณสะพานก่อนทางเข้าวัด ถ้าหากฝนตกหนัก อาจจะถนนลื่นเกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนตัวก็อยากให้มีการแบ่งพื้นที่ให้สามารถนำรถขับเข้าไปจอดได้สักประมาณครึ่งทาง เพื่อจะได้เดินทางเข้ามายังโฮมสเตย์ได้ง่าย และใกล้มากยิ่งขึ้น

ถ้าแบ่งพื้นที่ให้และมีคนท่องเที่ยวที่โฮมสเตย์ ติดน้ำตก ตรงนี้เยอะ ประชาชนบางส่วนก็อาจจะหลั่งไหล แวะเข้าไปทำบุญที่วัดใกล้เคียง ต่างคนต่างได้เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

ทีมข่าวเดินทางทางเข้ามายังวัดป่าชัยมงคล ตำบลบางริ้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง เห็นว่าวัดป่าขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่าหลายไร่ อีกทั้งมีแบริเออร์กั้นตลอดแนวพื้นที่ของวัด และมีการติดป้าย "วัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม กรุณาอย่าทำให้เกิดเสียงดัง" พระลูกวัดระบุว่าพื้นที่ตัดผ่านนั้นคือพื้นที่ที่ดิน สปก.ของวัด โดยวัดเคยได้อนุโลมให้สามารถทำเส้นทาง ตัดผ่านเพียงแค่เดินผ่านเท่านั้น
ส่วนก่อนหน้าที่สามารถใช้รถ ATV ได้นั้นเนื่องจากอนุโลมให้นำรถเข้าขนย้ายของสำหรับก่อสร้าง แต่เมื่อสร้างเสร็จนั้นห้ามขยายถนน หรือนำรถสัญจรเข้าไปตามตกลงตั้งแต่ครั้งแรก เนื่องจากพื้นที่เป็นทางถนน ที่อยู่เรียบคลองที่เป็นน้ำตกอาจจะเกิดอุบัติเหตุ ได้ถ้าใช้รถหรือพาหะนะในการสัญจร ส่วนการกลบดินนำแบริเออร์มากั้นนั้นก็เป็นสิทธิของวัดที่จะสามารถกระทำได้ วันดังกล่าวเกลี่ยดินจริง แต่ได้มีการกลบ ห้สามารถเดินได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ชาวบ้านใกล้วัดป่าชัยมงคล ระบุว่าอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 30 ปี ทราบว่าทางวัดนั้นแบ่งพื้นที่ให้ทำทางเข้าไปก่อสร้าง โดยสามารถใช้รถ ATV ในการลำเลียงขนอุปกรณ์ก่อสร้าง แต่เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วนั้นจะไม่สามารถใช้รถหรือพาหนะอื่นสัญจรผ่านได้ เพราะวัดได้กำหนดให้เดินผ่านไปยังโฮมสเตย์ได้เพียงเท่านั้น ยืนยันว่าช่วงก่อนที่มีการก่อสร้าง ที่ใช้รถ ATV ส่งเสียงดังจริง เพราะรถต้องเร่งเครื่องใช้ความเร็วในการเดินทางผ่านจุดต่าง ๆ ที่เป็นเนิน จึงเกิดเสียงดัง ยืนยันทางวัด พระอาจารย์ เจ้าอาวาส ท่านเป็นพระที่มีเมตตตาจิตใจดีมาก ที่อนุเคราะห์แบ่งพื้นที่ให้สามารถใช้เส้นทางเดินตัดผ่านไปยังโฮมสเตย์ได้
Advertisement