
ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญของโลก ด้วยศักยภาพด้านภูมิอากาศ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และความเชี่ยวชาญของเกษตรกร ทำให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์พืชกว่า 30 ชนิด ครองอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 12 ของโลก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลและได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดต่างประเทศ
ที่ผ่านมา การลดความชื้นเมล็ดพันธุ์นิยมใช้การตากแดดหรือการอบด้วยลมร้อน (Hot Air Dryer) ซึ่งมีข้อจำกัดทั้งด้านสภาพอากาศและการใช้พลังงาน กรมวิชาการเกษตรจึงวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี Heat Pump Dryer ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ 35–43 องศาเซลเซียส พร้อมลดความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศในห้องอบเหลือเพียง 20–35% ช่วยดึงความชื้นออกจากเมล็ดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำลายโครงสร้างภายในเมล็ดจากความร้อนสะสม ซึ่งระบบดังกล่าวใช้หลักการปรับสภาพอากาศด้วยการแยกความชื้นออกจากอากาศก่อนส่งลมแห้งเข้าสู่ห้องอบ ทำให้เมล็ดพันธุ์พืช โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว ยังคงความบริสุทธิ์ มีอัตราการงอกสูง แข็งแรง และสามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น อีกทั้งยังรองรับการลดความชื้นเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงได้ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อเครื่องต่อรอบ หรือประมาณ 1 ตันต่อรอบเมื่อใช้เครื่อง 2 ชุด
นายอานนท์ สายคำฟู ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยวิศวกรรมผลิตพืช กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ก่อนจะถึงมือเกษตรกร เมล็ดพันธุ์ทุกเมล็ดต้องผ่านกระบวนการสำคัญที่เป็นหัวใจของคุณภาพ นั่นคือ “การลดความชื้น” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตราการงอก อายุการเก็บรักษา และศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทย ล่าสุด กรมวิชาการเกษตร โดยสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม พัฒนานวัตกรรม เครื่องลดความชื้นเมล็ดพันธุ์ระบบปั๊มความร้อน (Heat Pump Dryer) ยกระดับมาตรฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ไทย รองรับการเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ของภูมิภาคเอเชีย
นอกจากช่วยรักษาคุณภาพเมล็ดพันธุ์แล้ว เทคโนโลยีนี้ยังมีต้นทุนการดำเนินงานเพียงประมาณ 2–3.50 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับปริมาณการอบในแต่ละรอบ ช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความคุ้มค่าให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์
นวัตกรรมเครื่องลดความชื้นระบบปั๊มความร้อนจึงเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญของกรมวิชาการเกษตร ที่ตอบสนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Seed Hub หรือศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์พืชของอาเซียนและเอเชีย พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างความมั่นคงทางอาหาร และส่งต่อเมล็ดพันธุ์คุณภาพจากประเทศไทยสู่เกษตรกรและผู้บริโภคทั่วโลกอย่างยั่งยืน
Advertisement