ยูเอ็นคาด ประชากรโลกพุ่งแตะ 9.7 พันล้านคน ในอีก 30 ปี

รายงานขององค์การสหประชาชาติหรือ UN เผย ประชากรโลกจะพุุ่งถึง 9.7  พันล้านคน ในปี พ.ศ. 2593 จากปัจจุบันซึ่งมีประชากรอยู่ 7.7 พันล้านคน โดยประชากรในแถบแอฟริกาใต้ซาฮาร่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และอาจจะแตะ 1.1 หมื่นล้านคนในปี พ.ศ. 2643

ภายในปีพ.ศ. 2593 อัตราการเพิ่มของประชากรจะกระจุกอยู่ใน 9 ประเทศคือ อินเดีย ไนจีเรีย  ปากีสถาน คองโก เอธิโอเปีย แทนซาเนีย อินโดนีเซีย อียิปต์ และสหรัฐฯ ในขณะที่ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีน จะมีประชากรลดลงราว 2.2% หรือราว 31.4 ล้านคนระหว่างปี พ.ศ. 2562-2593 และจะมีอีกราว 27 ประเทศที่ประสบปัญหาประชากรลดลงอย่างน้อย 1% เช่นกัน เนื่องจากอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลง

ขณะเดียวกัน ในรายงานยังได้ระบุว่าในประเทศเบลารุส แอสโทเนีย เยอรมัน ฮังการี อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย เซอร์เบีย และยูเครน จะมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่า อัตราการเกิดของประชากร แต่จะไม่กระทบกับจำนวนประชากรโดยรวมของประเทศ เนื่องจากถูกชดเชยจากการไหลเข้าของผู้อพยพ

ทั้งนี้อัตราเจริญพันธุ์หรือจำนวนบุตรโดยเฉลี่ยจากสตรี 1 คนมีค่าลดลง โดยในปี พ.ศ. 2562 อยู่ที่ 2.5 คนต่อผู้หญิง 1 คน ลดลงจาก 3.2 คน ต่อผู้หญิง 1 คน ในปี พ.ศ.2533 และคาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 2.2 คน ในปี พ.ศ. 2593 ใกล้เคียงกับเกณฑ์ขั้นต่ำ 2.1 คน ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างสมดุลประชากร และหลีกเลี่ยงการลดลงของพลเมืองโลกในระยะยาว

รายงานยังระบุด้วยว่า อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกเพิ่มสูงมากขึ้น แม้แต่ในประเทศยากจนที่อายุขัยเฉลี่ยของประชากรในประเทศต่ำกว่าประชากรทั่วโลกราว 7 ปี โดยจะเพิ่มจากอายุขัยเฉลี่ย 72.6 ปีในปัจจุบัน เป็น 77.1 ปี ในปี พ.ศ.2593

keyboard_arrow_up