จีนประหารฆาตกรต่อเนื่อง ฆ่า-ข่มขืนสาวชุดแดง 11 ศพ

วานนี้(3 ม.ค. 62) จีนประหาร เกา เฉิงโหย่ง วัย 54 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในมณฑลกานซูและเขตปกครองตนเองมองโกเลียในของจีน ระหว่างปี 2531-2546 โดยลงมือข่มขืนเหยื่อ ก่อนจะเชือดคอ และชำแหละอวัยวะสืบพันธุ์ โดยหลบหนีการจับกุมนานราว 30 ปี ตำรวจตามสืบจนจับกุมตัวได้ในที่สุด และถูกศาลเมืองไป่หยินตัดสินว่ามีความผิดข้อหาข่มขืน ฆาตกรรม และไม่เคารพศพ เมื่อเดือนมีนาคมปี 2561 และสั่งให้ลงโทษประหารชีวิต

สื่อของทางการจีนรายงานว่า นายเกา พุ่งเป้าไปที่หญิงสาวที่สวมชุดสีแดง และสะกดรอยตามไปที่บ้าน โดยมักเชือดคอเหยื่อ และชำแหละศพ ขณะที่เหยื่อที่มีอายุน้อยสุดเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 8 ขวบ ด้านปักกิ่งยูทเดลีย์ รายงานเมื่อครั้งที่นายเกาถูกจับกุมในปี 2559 ว่า เหยื่อบางรายถูกตัดอวัยวะสืบพันธุ์ด้วย โดยศาลระบุว่า การทำลายศพเพื่อตอบสนองความปรารถนาวิปริต ศพผู้หญิงหลายรายถูกทำให้เสียหาย และถูกล่วงละเมิด มูลเหตุจูงใจในการก่ออาชญากรรมของจำเลย เป็นสิ่งที่ชั่วช้า โดยใช้วิธีการโหดเหี้ยมผิดมนุษย์

ประหาร

ตำรวจเชื่อมโยงเหตุฆาตกรรมที่เกิดหลายครั้งว่า เป็นฝีมือของฆาตกรรายเดียวได้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2547 โดยสรุปในเวลานั้น ว่าผู้ต้องสงสัยมีความวิปริตทางเพศ เกลียดผู้หญิง พร้อมกับประกาศตั้งรางวัลสำหรับผู้ให้เบาะแสนำไปสู่การจับกุมราว 1 ล้านบาท

สำนักข่าว China Daily รายงานว่า ความคืบหน้าในคดีนี้ เกิดขึ้น เมื่อตำรวจเก็บดีเอ็นเอญาติของนายเกาไปตรวจจากการก่อเหตุในข้อหาที่ไม่ร้ายแรง และพบว่าตรงกับดีเอ็นเอของฆาตกรที่ตำรวจไล่ล่ามานานถึง 28 ปี

ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

keyboard_arrow_up