เปิดใจมนุษย์ป้า โต้แจ้งตร.แกล้งคน ยันรักความถูกต้อง-เพื่อนบ้านแฉชอบใส่ร้าย (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Purimprach Muenpan” ได้โพสต์เล่าเรื่องราวเหตุทะเลาะกับเพื่อนบ้านบริเวณซอยงามวงศ์วาน 43 โดยเล่าถึงพฤติกรรมของเพื่อนบ้านคนหนึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนที่ผู้โพสต์ระบุว่า “ชอบกลั่นแกล้งบ้านของผู้โพสต์ ตั้งแต่เรียกตำรวจมาค้นบ้านจนถึงจ้างวานคนอื่นมาทำร้าย”

ภาพจากคลิป เหตุป้านิดทะเลาะกับเพื่อนบ้านบริเวณซอยงามวงศ์วาน 43

ล่าสุด วันนี้ (20 เม.ย.) นายสมชาย พ่วงพาราม เจ้าของบ้าน ซึ่งเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้าง เปิดเผยว่า การที่มีคนในครอบครัวตนโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เนื่องจากทนไม่ไหว ที่ถูกป้าคนหนึ่งร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่เทศกิจ หรือตำรวจ กล่าวหาว่าตนนำของไว้บนฟุตปาธ พร้อมกับให้เข้ามาตรวจสอบที่บ้านตน กล่าวหาว่า จอดรถริมถนนกีดขวางจราจร และยังมีการร้องสคบ. เข้าตรวจร้าน กล่าวหาว่าขายสีทาบ้านเกินราคา โดยไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้า

นายสมชาย พ่วงพาราม เจ้าของบ้าน

โดยพฤติกรรมของป้ายังชอบแอบถ่ายคลิป ซึ่งไม่ทราบว่าเอาไปทำอะไร และมีพฤติกรรมเช่นนี้มาตลอดระยะเวลา 3-4 ปี อีกทั้งตนมาทราบภายหลังจากหลานสาวว่า บุคคลที่อยู่ข้างบ้านตน ได้จ้างวานบุคคลหนึ่งมาทำร้ายและถ้าทำเสร็จให้ไปรับค่าขนมจากป้า แล้วบอกด้วยว่าจะเคลียร์กับตำรวจให้ เพราะรู้จักกันก่อนหน้านี้ ป้าคนนี้มักจะชอบถือรูปตำรวจยศใหญ่ พร้อมทำตัวกร่างด้วย

ร้านขายวัสดุก่อสร้างของ นายสมชาย พ่วงพาราม

นายสมชาย เล่าต่อว่า พฤติกรรมของป้า ทำให้ภรรยาตนทนไม่ไหวและมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเกิดขึ้น จนหลานสาวตนที่กลับจากทำงานเข้าไปห้าม ป้ากลับขว้างตระกร้าใส่หน้าหลานสาวตน แต่อีกฝ่ายกลับชอบพูดว่า ตนเป็นฝ่ายเข้าไปทำร้ายก่อน

ป้ายไวนิลบริเวณข้างร้าน

นอกจากนี้ ตนติดป้ายไวนิลไว้ข้างร้าน มีข้อความระบุว่า “พวกเราอยู่ด้วยความสงบตลอด จนวันหนึ่งพวกเราไม่ให้ความร่วมมือหญิงแก่…รังแกผู้อื่น จึงถูกผู้หญิงแก่… ข่มขู่จะหาเรื่องพวกเรา ก่อนเหตุจะบานปลาย เราได้เข้าพูดคุยกับหญิงแก่… ด้วยดีว่า เราบ้านใกล้กัน อย่าได้ทะเลาะกันเลย ขอให้ต่างคนต่างอยู่ด้วยความสงบ หญิงแก่…ก็ไม่ยอม หญิงแก่..จึงหาเรื่องทะเลาะ ว่าร้ายใส่ความพวกเรา และอวดอ้างมีเส้นใหญ่จะรังแกใครก็ได้จนเป็นที่น่ารังเกียจของชาวบ้าน ที่ได้รู้สันดานอันแท้จริงของหญิงแก่ พวกเราได้อดทนถึงที่สุดแล้วจึงขอเอาคืนบ้าง และขอโทษเพื่อนบ้านที่อาจจะมีเสียงดังรบกวนท่าน” โดยป้ายไวนิลนี้ ตนติดเพราะรู้สึกอึดอัด ที่ป้าชอบไปเล่าให้บุคคลอื่นฟังว่า มีบุคคลในบ้านตนไปปีนบ้านคนอื่นหรือไปรังแกคนอื่น จึงอยากติดป้ายให้บุคคลอื่นได้อ่านถึงข้อเท็จจริง

นายสมชาย พ่วงพาราม พุดคุยกับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ นายสมชาย เล่าว่า ป้ารายนี้ไม่ได้มีปัญหาเพียงแค่ครอบครัวตนอย่างเดียว แต่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงก็โดน คือ ป้าจะมีการปล่อยสุนัขออกมา จากนั้นสุนัขได้ไปขับถ่ายหน้าบ้านของชาวบ้าน แต่ป้ากลับไม่รับผิดชอบแล้วบอกให้ไปเอาผิดกับสุนัขเอง สำหรับเรื่องที่ผ่านๆมา ทราบดีว่าถ้ามีการแจ้งความ ก็จะคล้ายกับตนไปรังแกอีกฝ่าย

น.ส.ปุริมปรัชญ์ หมื่นพันธ์ หรือ กัส เจ้าของโพสต์ผู้ถูกขู่

น.ส.ปุริมปรัชญ์ หมื่นพันธ์ หรือ กัส เจ้าของโพสต์ผู้ถูกขู่ เล่าว่า ป้าคนดังกล่าวเคยแจ้งตำรวจว่า พวกตนขายแอลกอฮอล์และทำการมั่วสุม ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่เรื่องที่ตนรับไม่ได้คือการที่ป้าจ้างบุคคลหนึ่งที่แฟนตนรู้จัก ให้มาทำร้ายตนและแฟน พร้อมกับให้ทำลายทรัพย์สิน ยอมรับว่า รู้สึกกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย

น.ส.ปุริมปรัชญ์ยอมรับว่า ตนไม่เคยมีปัญหากับป้าคนนี้มาก่อน มีแต่เคยไปช่วยห้ามแม่ของแฟนกับป้าไม่ให้ทะเลาะกัน แต่ป้ากลับมาขว้างตระกร้าใส่หน้าตน ซึ่งความจริงตนคงไม่มีเหตุผลที่จะเข้าไปทำร้ายร่างกายป้า เพราะถ้าตนเข้าไปทำร้ายป้าจริง เรื่องคงถูกดำเนินคดีและตนคงอยู่ในคุกเสียมากกว่า อย่างไรก็ตาม แม้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น แต่ตนคงไม่คิดย้ายบ้านหนี เพราะตนไม่ผิด

นางนนทนา พัฒกุล หรือ นิด ป้าในคลิป

ด้าน นางนนทนา พัฒกุล หรือ นิด ป้าในคลิป เปิดเผยว่า ตนอยู่ในพื้นที่มาประมาณ 10 ปี และไม่เคยมีปัญหากับใครเลยในชีวิต และชาวบ้านในพื้นที่นี้มีแต่คนรัก ถึงขั้นอยากให้เป็นกรรมการหมู่บ้าน แต่อายุตนมากแล้วจึงไม่อยากเป็น อีกทั้งยืนยันว่า ตนไม่เคยปล่อยสุนัขไปอุจจาระหน้าบ้านของบุคคลอื่น มีแต่ให้สามีพาสุนัขออกไปวิ่งเท่านั้น มีแต่บ้านของบุคคลอื่นที่ปล่อยให้สุนัขไปอุจจาระในที่ที่ไม่สมควร และถ้าสุนัขของตนไปกัดคนอื่น มีหรือว่าคนอย่างตนจะไม่รับผิดชอบ

ส่วนกรณีที่ตนมักจะไปแจ้งความเวลามีคนนำสิ่งของมากีดขวางทางจราจรนั้นเป็นเรื่องจริง เพราะในบริเวณนี้มีสถานศึกษาอยู่ จึงรู้สึกสงสาร กลัวเด็กเดินสัญจรลำบาก พร้อมถามกลับว่า ฟุตปาธเป็นที่จอดรถหรือที่ทำงานหรือไม่

นางนนทนา พัฒกุล หรือ นิด พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

นอกจากนี้ นางนนทนา ชี้แจงสาเหตุที่ตนแจ้งหน่วยงานให้ไปตรวจสอบร้านวัสดุก่อสร้างของคู่กรณีว่า คนงานก่อสร้างได้มาบอกตนว่าร้านดังกล่าวขายของแพง และไม่มีการติดราคา ตนจึงได้แนะนำให้คนงานก่อสร้างไปปรึกษาก็เพียงเท่านั้น ส่วนการอ้างว่า ตนจ้างวานบุคคลอื่นเข้าไปทำร้ายคู่กรณี ตนอยากถามว่า แล้วมีคนไปทำร้ายร่างกายหรือไม่ ตนจะมีกำลังมากพอที่จะไปจ้างบุคคลอื่นทำร้ายหรือ ตนอยากที่จะฟ้องกลับคู่กรณีที่นำเรื่องไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

อย่างไรก็ตาม นางนนทนา บอกว่า จุดเริ่มต้นที่ทางคู่กรณีไม่ชอบตน เพราะว่าคู่กรณีนั้นไม่พอใจตนที่ตนได้ให้เจ้าหน้าที่มานำโต๊ะม้าหินออกไปจากข้างรั้วกำแพง และคู่กรณีมักจอดรถบริเวณหน้าร้านของผู้เช่าตน ซึ่งตนไม่พอใจ ไม่อยากให้บุคคลอื่นเดือดร้อน จึงได้แจ้งตำรวจ เพราะการตั้งของในพื้นที่บนฟุตปาธหรือการจอดรถริมถนนเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ตนไม่อยากเห็นความไม่ถูกต้อง และไม่อยากปล่อยปะละเลย ส่วนเรื่องที่คู่กรณีอ้างว่าตนถือรูปตำรวจเดินอวดอ้างว่ารู้จักตำรวจนั้น ตนอยากบอกว่า ต้องเป็นคนบ้าถึงจะทำแบบนั้น พร้อมยืนยันว่าไม่เคยไปอวดอ้างว่ารู้จักตำรวจเพราะไม่เช่นนั้นตำรวจคงมาทำคดีให้แล้วบอกให้มีการปะนีประนอม

รอยบาดแผลที่บริเวณข้อเท้าของป้านิด

นอกจากนี้ นางนนทนา ได้เปิดภาพเอกสารที่เป็นภาพร่องรอยบาดแผลที่บริเวณข้อเท้า โดยบอกว่าเกิดจากที่คู่กรณีรุมทำร้ายร่างกาย เมื่อกันยายน 2559 แล้วตนเกิดล้มลงจึงมีแผล และยืนยันว่ามีหลักฐานการแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สถานีตำรวจทุ่งสองห้องและมีใบรับรองการรักษาด้วย

นายกร (นามสมมติ) วินรถจักรยานยนต์

นายกร (นามสมมติ) วินรถจักรยานยนต์ เปิดเผยว่า ป้าคนนี้ชอบนำขยะไปทิ้งที่บ้านของบุคคลอื่น ตอนช่วงประมาณ 4 ทุ่ม และเวลาที่มีป้ามีปัญหาทะเลาะกับเพื่อนบ้านคนอื่นในเรื่องเล็กน้อย ก็มักจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ตำรวจก็รู้นิสัยป้าแก จึงไม่ค่อยอยากจะมา แต่ส่วนตัวที่รู้จักอุปนิสัยป้าแก ที่ฟังจากผู้เช่าห้องของป้านั้น มักบอกว่า ป้าเป็นคนเรื่องมาก ขี้บ่น ส่วนตัวไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรถึงมีนิสัยเช่นนี้

ปณิตา โอบอ้อม หรือ เจี๊ยบ ผู้เช่าห้องของป้า

ขณะที่ นางสาวปณิตา โอบอ้อม หรือ เจี๊ยบ ผู้เช่าห้องของป้า เปิดเผยว่า ตนเช่าห้องนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งอุปนิสัยคุณป้าเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ถ้าหากใครทำผิดก็จะไม่ยอม และเป็นคนใจดี โดยส่วนใหญ่ที่ผู้เช่ารายอื่นอยู่ที่นี่ไม่ได้ เพราะว่าทำมาค้าขายไม่รุ่งเสียมากกว่า แต่ไม่ได้ย้ายออกไปเพราะป้าแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up