หนุ่มชกหน้าผู้หญิงยกมือไหว้ขอโทษ อ้างป่วยจิต-ทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์คลิป ขณะที่มีชายหนุ่มสวมหมวกกันน็อก ชกหน้าผู้หญิง และทุบรถจนกระจกแตกเสียหาย ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ทั้งที่ผู้หญิงยกมือไหว้ขอโทษหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล เหตุเกิดบริเวณซอยวัดศรีวารีน้อย ปากทางลาดกระบัง 54 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.จรเข้น้อย สามารถจับกุมตัวนายฉัตรชัย ปรุงสุข หรือ เบิร์ด อายุ 33 ปี ผู้ก่อเหตุได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา

ภาพจากกล้องวงจรปิด

ที่สถานีตำรวจจรเข้น้อย พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำตัวนายฉัตรชัย ผู้ก่อเหตุมาแถลงข่าวต่อหน้า น.ส.เอ(นามสมมุติ) ผู้เสียหาย โดยนายฉัตรชัย ได้พูดวกไปวนมา ระบุ อยากขอโทษผู้เสียหายเหตุที่ทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากรู้สึกว่าผู้เสียหายขับรถจี้ตามหลัง รวมถึงตบไฟใส่ จึงเกิดความโมโห ซึ่งขณะลงจากรถไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง จนลงไปพูดคุย ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่ได้ใช้สารเสพติดหรือดื่มเหล้า รวมถึงไม่เคยก่อเหตุทำร้ายคนอื่นมาก่อน

นายฉัตรชัย ผู้ก่อเหตุ

ทั้งนี้นายฉัตรชัยได้ยกมือไหว้และกล่าวขอโทษผู้เสียหาย ด้านน.ส.เอ ได้รับไหว้ โดยบอกว่าอย่าไปทำกับคนอื่นอีก  โดย น.ส.เอ ระบุว่า จากการพูดคุยกับนายฉัตรชัย เชื่อว่าอีกฝ่ายมีอาการป่วยต้องเข้ารับการรักษา ซึ่งช่วงเกิดเหตุตนไม่ได้ขับรถจี้ เพียงแค่ขับตามหลังและกะพริบไฟใส่ 2 ครั้ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะลงมาทำร้ายตน ซึ่งตนยังยืนยันดำเนินคดีตามกฎหมายแต่ไม่ได้โกรธอีกฝ่ายเพราะเข้าใจเรื่องอาการป่วย

น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ตนได้พูดคุยส่วนตัวกับ นานฉัตรชัย อีกฝ่ายระบุว่าระแวงที่ตนขับรถตาม ไม่คิดว่าตนเป็นผู้หญิง และคิดว่าในรถน่าจะมีคนมากกว่า 2 คน ลักษณะคล้ายถูกทำร้าย ก่อนหน้านี้ตนได้พูดคุยกับพี่สาวนายฉัตรชัย ระบุว่าอยากพาน้องไปรักษา แต่เจ้าตัวไม่ยอม และนายฉัตรชัยก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ โดยก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อน นอกจากนี้ก็อยากให้พี่สาวพานายฉัตรชัยไปรักษา ไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียว

น.ส.เอ ผู้เสียหาย

ด้าน พลตำรวจตรี อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ญาติของนายฉัตรชัย อ้างว่าเจ้าตัวมีอาการป่วยทางจิต เนื่องจากเคยถูกทำร้ายเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีอาการวิตกกังวล ซึ่งจากการสอบประวัติไม่พบเคยก่อเหตุอาชญากรรมมาก่อน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบประวัติการรักษาตัวตามที่กล่าวอ้าง ทั้งนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และทำให้เสียทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อไป

keyboard_arrow_up