ตะลึง! “ป้าพิราบ” เปิดบ้านเลี้ยงนกนับพันอ้างทำทาน – ชาวบ้านโวยกลิ่นขี้หึ่ง ขนเพียบ (คลิป)

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก kukai Pennapa siripun โพสต์คลิปวิดีโอขอความช่วยเหลือ กรณีเพื่อนบ้านเลี้ยงนกพิราบฝูงใหญ่บนบ้าน และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น อีกทั้งกลัวว่าจะได้รับอันตรายจากเชื้อโรคที่ติดมากับนกพิราบด้วย (อ่าน : สุดทน! สาวโพสต์พฤติกรรมเพื่อนบ้านมหาภัย เลี้ยงพิราบอื้อ หวั่นติดเชื้อโรคตาย)

อาคารพาณิชย์ ถ.กำแพงเพชร 6 ซอย 7
อาคารพาณิชย์ ถ.กำแพงเพชร 6 ซอย 7

วันที่ 12 ก.ย. 61 ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่ ถนนกำแพงเพชร 6 ซอย 7 เป็นย่านอาคารพาณิชย์ปลูกติดเรียงกัน มีทั้งบ้านพักอาศัย ร้านค้า รวมถึงร้านอาหารตามสั่ง พบว่าบ้านหลังดังกล่าวยังคงปิดเงียบ แต่มีไฟเปิดอยู่ในบ้าน แต่เมื่อเรียกถาม กลับไม่มีคนปรากฏตัวออกมาแต่อย่างใด ทั้งนี้ ข้างบ้านถัดไป 1 คูหา ระบุเพียงสั้น ๆ ว่า “อย่าไปยุ่งกับเขา ให้เขามีความสุข ให้เขาได้ให้ทานแก่สัตว์”

ขนนกพิราบ ปลิวบริเวณโดยรอบ

โดยบริเวณชั้นสอง และหลังคาบ้าน มีนกพิราบจำนวนหนึ่งมาเกาะพัก และใช้ชีวิตอยู่ ส่วนบริเวณชั้นล่าง หน้าบ้าน มีถุงพลาสติกทำเป็นที่รองอาหารนก และมีอาหารนกเททิ้งไว้ ประกอบกับมีขันใส่น้ำสำหรับให้นก วางไว้เช่นกัน บริเวณพื้น มีมูลนกจำนวนมาก

นกพิราบบริเวณหน้าบ้าน

ขณะที่คนเดินผ่านไปมาจะต้องหลบนกที่เกาะหรือบินอยู่ เพราะบางครั้งอาจจะมีการขับถ่ายลงมาโดนใส่คน ซึ่งมีกลิ่นบ้างเล็กน้อย เนื่องจากก่อนหน้านี้สำนักงานเขตได้เข้ามาทำความสะอาดไปแล้ว แต่จำนวนของนกก็ยังคงมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งทุกวัน ช่วงเวลา 15.00 น. เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวก็จะออกมาให้อาหารนก โดยปกติขนนกปลิวว่อนทั้งเศษชิ้นเล็ก และชิ้นใหญ่ โดยปลิวตามทิศทางลม เข้าไปที่บ้านและร้านค้าในละแวกใกล้เคียง บางบ้านได้รับความเดือดร้อน เพราะนกจะบินไปเกาะที่บริเวณหน้าบ้าน

ขนนกพิราบ ปลิวติดขวดน้ำดื่มของทีมข่าว

ขณะที่ทีมข่าวเดินทางมาถึงเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ อุปกรณ์ถ่ายทำ รวมถึงกระเป๋าของทีมข่าว เสื้อผ้า ขวดน้ำ และบนร่างกาย จะมีเศษขนนกปลิวมาติดค่อนข้างมาก ซึ่งสังเกตว่าคนในย่านนี้ จะต้องทนกับขนนกแบบนี้ทุกวัน บางคนใช้หน้ากากอนามัยปิดไว้ตลอดเวลา

นายมาศ (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่

นายมาศ (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนทนกับการเลี้ยงนกของบ้านหลังดังกล่าวมาแล้วกว่า 6 ปี ยอมรับว่าในระยะหลัง เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น จากเดิมมีนกเพียงไม่กี่ตัว ตอนนี้มีจำนวนเกือบ 1,000 ตัว และยังส่งผลให้คนในละแวก เป็นภูมิแพ้ขั้นรุนแรง ซึ่งบางครั้งหลายคนมองว่านกบินปกติไม่มีอะไร แต่หากมีอุปกรณ์มาตรวจสอบ จะเห็นถึงเชื้อโรคมากมาย และยังเป็นฝุ่นละอองจำนวนเยอะที่ลอยอยู่ในอากาศ ส่วนนกที่มาอยู่ที่นี่ ก็ไม่ยอมไปไหน เนื่องจากมีบ้านหลังดังกล่าวเป็นคนให้อาหารทุกวัน ในเวลาเดิม จึงมีนกมาอยู่และแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายมาศ ยอมรับว่า ส่วนตัวไม่ได้เข้าไปคุยกับบ้านหลังดังกล่าวด้วยตัวเอง แต่อยากให้มีตัวกลางเข้ามาช่วยดูแล แก้ไข หรือสำนักงานเขตช่วยจับนกออกไปจากพื้นที่ ทั้งนี้ ถ้านกพิราบกินได้ คงไม่มีปัญหา แต่นกพิราบกินไม่ได้ จึงเป็นปัญหา ส่วนเพื่อนบ้านคนอื่นก็ต้องมาล้มป่วย พบแพทย์ต่อเนื่อง เพราะเหตุมาจากนกและเชื้อโรคที่ตามมา สร้างความรำคาญอย่างมาก ชาวบ้านก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอด ซึ่งยอมรับว่า ตนก็เป็นโรค ต้องพบแพทย์เสมอ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าชีวิตนกก็มีค่า แต่สำนักงานเขตควรเข้ามาดูแลชีวิตคนด้วยเช่นกัน

นางสาวนก (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน

นางสาวนก (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ การเลี้ยงนกพิราบ มีจำนวนไม่มากเท่าปัจจุบัน ซึ่งในช่วงปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา เริ่มรู้สึกว่าหนักขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับตนได้ถ่ายคลิปเก็บเป็นหลักฐานมาตลอด ซึ่งเวลาได้รับความเดือนร้อน โทรไปแจ้งสำนักงานเขตแล้ว ก็ยังไม่มีใครเข้ามาดูแลแก้ไข บางครั้งจัดการเองโดยการจุดประทัด นกก็จะบินไป แล้วก็กลับมาใหม่ จัดการอย่างไร นกก็ไม่ไป เพราะต้นเหตุคือมีคนให้อาหารนก ครั้งหนึ่ง ตนเคยคุยกับคนให้อาหารนกมาแล้ว แต่เขาไม่ให้ความร่วมมือ ยังคงยืนยันว่าจะเลี้ยงต่อไป พร้อมพูดว่า “เธอมายุ่งอะไรกับฉัน ฉันไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายกับคนอื่นเลยนะ” ก่อนเจ้าตัวจะเดินหนีเข้าบ้าน เพราะปกติเจ้าตัวไม่คุยอะไรกับใครอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ตนยังได้รับผบกระทบทางธุรกิจด้วย โดยที่บ้านทำธุรกิจร้านน้ำแข็ง มีละอองจากปีกนกลอยมาตกใส่ ทำให้ลูกค้าไม่กล้าชื้อน้ำแข็ง เพราะกลัวเชื้อโรค และหลังจากนี้ตนอยากให้มีหน่วยงาน หรือคนกลางเข้ามาดำเนินการแก้ไข แต่ยืนยันว่า ไม่อยากให้มีปัญหากับใคร หรือแม้กระทั่งป้าเจ้าของบ้าน

เจ้าหน้าที่ส่งใบบันทึกการตรวจสอบ แจ้งเจ้าของบ้าน

ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานเขตหลักสี่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสำนักสิ่งแวดล้อมและอนามัย เข้ามาบริเวณบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่มาถึง บ้านก็ยังคงปิดเงียบ ไม่มีใครออกมาพบหรือพูดคุยใด ๆ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสำนักสิ่งแวดล้อม เขตหลักสี่ ได้ออกใบบันทึกการตรวจสอบ เพื่อแจ้งให้เจ้าของบ้านให้รับทราบ กรณีการเลี้ยงสัตว์และปล่อยสัตว์ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่เพื่อนบ้าน โดยหลังจากออกใบแจ้งการตรวจครั้งที่ 1 ขั้นตอนต่อไปจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกใบเตือน เพื่อให้เจ้าของบ้านรับทราบ หากไม่ดำเนินการก็จะอาศัยตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด กทม. และพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม เข้ามาควบคุมดูแลเพื่อไม่ให้กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนอื่น

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ย. 61) สำนักสิ่งแวดล้อมและอนามัยสำนักงานเขตหลักสี่ จะเดินทางพร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจ ทหารและตำรวจ รวมถึงฝ่ายปกครองพื้นที่ เข้ามาทำการแก้ไขตามที่มีประชาชนร้องเรียนถึงความเดือดร้อน

 

keyboard_arrow_up