ไม่โกรธ “กานต์”! เสี่ยโป้ ลั่นตัดขาด เข็ดถูกตลบหลัง มีคนบงการ – แม่โป้ ฉะ เล่นแรงไม่อภัย (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (27 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม ได้จับกุมนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้และพวก ขณะเดินทางมาขอกู้ยืมเงินและจัดการหนี้สินที่คงค้างกันอยู่ ที่บ้านของนางสาววิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ อดีตภรรยาของนักร้องดัง”เสก โลโซ” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้นภายในรถ พบของกลางเป็นอาวุธปืนออโต้เมติก ยี่ห้อ CZ 2075 RAMIP จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าของนายกันต์ พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 14 นัด ซองกระสุนปืนจำนวน 1 ซอง กระเป๋าสะพายยี่ห้อจาคอบ สีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ และรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 3 กศ-5497 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : ตำรวจบุกรวบ “เสี่ยโป้” พร้อมลูกน้อง คาบ้านพัก “กานต์” อดีตภรรยาเสก โลโซ ฐานพกพาอาวุธปืน)

พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. แถลงข่าว

วันนี้ (28 เม.ย.) พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.โคกคราม ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพ่อของนางสาววิภากร หรือกานต์ว่า เสี่ยโป้และนายกันต์ จะมาข่มขู่คุกคามขอเงิน หลังจากที่เคยมาข่มขู่ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน และในคืนที่ 27 เม.ย. ก็จะมาขอเงินอีก 500,000 บาท

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธปืน ไปในทางสาธารณะ ชุมชน หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งเสี่ยโป้ได้ให้การปฏิเสธ ส่วนนายกันต์ยอมรับว่าปืนเป็นของตนเองจริง โดยทางเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ทั้งคู่ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน คนละ 75,000 บาท รวมเป็นยอดเงินจำนวน 150,000 บาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนดังกล่าวมีทะเบียน เป็นของนายกันต์ เพื่อนเสี่ยโป้ และจะส่งอาวุธปืนดังกล่าวไปตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตการครอบครอง และตรวจดีเอ็นเอให้แน่ชัด อีกทั้งทางตำรวจยังคงรอผลการตรวจสารเสพติดของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนจากโรงพยาบาลตำรวจ คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์จึงจะรู้ผล หากพบว่ามีความผิดจะทำการดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

นางสาววิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนางสาววิภากร หรือกานต์ ได้เล่าว่า สืบเนื่องมาจากการที่ตนถูกเสี่ยโป้หลอกให้ร่วมลงทุนในการจัดการแข่งขันมวย สูญเงินกว่า 50 ล้านบาท จากนั้นก็มีการข่มขู่ขอเงินเกิดขึ้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง

ขณะเดียวกันนางสาววิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ ได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยังไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ทีมข่าวจึงเดินทางมาพูดคุยกับ นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา สาเหตุที่ตนถูกเจ้าหน้าตำรวจควบคุมตัว กานต์ได้โทรศัพท์ให้ตนเข้าไปหาที่บ้าน เพื่อให้พาไปกินข้าวแล้วก็ไปหาเจ้าของเว็บไซต์บอล โดยที่ตนไม่ได้มีการโทรศัพท์ข่มขู่ว่าจะเอาเงินจำนวน 500,000 บาท จากกานต์ ซึ่งเงินจำนวน 500,000 บาทนั้น คือกานต์ต้องการโอนเงินให้ตนไปลงทุนเว็บไซต์บอล หากเล่นได้ก็จะต้องนำเงินมาให้กานต์ แต่หากเสียเงินตนก็ต้องเป็นหนี้โดยที่กานต์เป็นผู้ลงทุนให้

ทั้งนี้ ก่อนที่ตนจะไปหาที่บ้าน กานต์ได้โทรศัพท์พูดกับตนในทำนองว่า หากไม่ไปหาก็จะฆ่าตัวตาย แต่ตนไปไม่ไหวจึงนอนหลับไป พอตื่นมาเจอเสือเล้ง จึงชวนกันไปที่บ้านกานต์ โดยที่ตนไม่ทราบว่าเสือเล้งพกปืนไปด้วย ซึ่งปกติแล้วเสือเล้งจะไม่พกพาอาวุธ แต่ตนคาดว่าที่พกไป อาจเป็นเพราะกานต์เคยโพสต์ข้อความในทำนองว่า ถ้าใครกระทืบเสือเล้งได้จะให้ 20,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมา เวลาตนกับกานต์ดีกัน กานต์ก็จะคุยดีกับเสือเล้ง และมีการจ้างจะไปเป็นคนขับรถให้ แต่พอตนมีปัญหากับกานต์ กานต์ก็จะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเสือเล้งไปด้วย ซึ่งตนมองว่ากานต์เหมือนคนสองบุคลิก

นอกจากนี้ ตนมองว่ามีบุคคลหนึ่งที่เป็นลูกนักการเมือง ชอบเข้ามายุแยงระหว่างตนกับกานต์ ซึ่งลูกนักการเมืองคนนี้มีปัญหาส่วนตัวกับตน เช่น ยอดไลค์ตกก็มาว่าตน บางครั้งมีการข่มขู่หาเรื่องตนด้วย

เสี่ยโป้ พูดคุยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ตนเองยอมรับว่า กานต์ต้องการให้ตนไปอยู่ด้วย 4 วัน แล้วให้ตนอยู่กับภรรยา 3 วัน ซึ่งตนมองว่ากานต์คงต้องการที่จะให้ตัวเองเป็นคนสำคัญ เพื่อแลกกับการที่กานต์จะไม่ฟ้องเอาผิดตนเรื่องหนี้ ที่ให้ตนกู้ยืมเงินไปลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมาเวลาตนไม่ไปหากานต์ กานต์ก็จะทะเลาะกับครอบครัวตนและแฟนตน ตนก็พยายามคุยกับแฟน แต่แฟนจะขอเลิกหากตนทำแบบนี้ ซึ่งตนไม่สามารถเลิกกับแฟนได้ เพราะทนทุกข์ด้วยกันมานาน

จากนั้น พอกานต์เห็นว่าตนไม่เลิกกับภรรยา กานต์ก็ขู่ตนว่า “อย่าให้ร้าย” ตนก็คาดไม่ถึงว่ากานต์จะทำถึงขนาดให้ตำรวจมารอที่หน้าบ้านกานต์ เพื่อจับกุมตนและเพื่อน ทั้งที่สามารถแจ้ง รปภ.หน้าบ้านไม่ให้ตนเข้ามาในบ้านก็ได้ แต่กลับให้ตนเข้าไปได้

นางสาววิภากร ศุขพิมาย หรือ กานต์ อดีตภรรยาของเสก โลโซ

นอกจากนี้ กานต์เคยขู่จะฆ่าตัวตายหลายครั้ง และเคยบอกว่าตนเองท้อง ซึ่งก่อนเกิดเหตุดังกล่าว ยังถามตนด้วยว่า “จะเอาไหมลูก” ซึ่งหมายความว่า ตนจะเก็บลูกไว้ไหม ตนต้องเก็บไว้อยู่แล้ว เพราะลูกทั้งคน ทั้งนี้ ตนเคยจะพากานต์ไปตรวจร่างกายหลายครั้ง แต่กานต์ปฏิเสธ ทำให้ตนไม่แน่ใจว่าท้องจริงหรือไม่

แม้ว่าที่ผ่านมา ตนกับกานต์จะทะเลาะแล้วคืนดีกัน แต่ครั้งนี้ยืนยันว่ากลับไปดีกันไม่ได้แล้ว ยอมรับว่ารู้สึกโกรธ แต่ไม่ได้แค้น เพราะคิดว่าคงเป็นเวรกรรม ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้คงมีลูกนักการเมืองคอยบงการอยู่เบื้องหลัง ส่วนเรื่องคดีก็สู้กันไป เพราะปืนก็ไม่ใช่ของตน ส่วนครอบครัวตนที่จะฟ้องกานต์ในเรื่องหมิ่นประมาท ตนก็ขอร้องไม่ให้ฟ้อง ซึ่งครั้งนี้จะตัดขาดความสัมพันธ์กับกานต์ และคงคืนดีกันไม่ได้แล้ว สุดท้ายอยากฝากบอกกานต์ว่า อย่าตกเป็นเครื่องมือของลูกนักการเมืองคนนั้นอีก ส่วนเรื่องสารเสพติด ตนไม่รู้กานต์เสพหรือไม่ ให้ตรวจปัสสาวะดู

นางบานเย็น ชาญนรา แม่ของเสี่ยโป้ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ด้าน  นางบานเย็น ชาญนรา  แม่ของเสี่ยโป้ เปิดเผยว่า ตนเห็นเสี่ยโป้กับกานต์คบกันในฐานะที่ลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน เวลาที่เขาทั้งสองคนมีปัญหากัน กานต์ก็มักโทรศัพท์หาตนแล้วขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย ตนก็ปลอบใจและให้กำลังใจกานต์ไปว่ามีลูกที่ต้องดูแล 3 คน ที่ผ่านมาตนเห็นใจกานต์มาตลอด เพราะกานต์อ้างว่าท้องกับเสี่ยโป้ ซึ่งตอนทราบว่ากานต์ท้องก็รู้สึกตกใจเหมือนกัน เพราะกานต์ก็รู้ว่าโป้มีภรรยาอยู่แล้ว

นางบางเย็น บอกว่า ที่ผ่านมาตนมักปลอบใจด้วยการพูดให้กานต์สบายใจ เพราะตนไม่อยากให้คนท้องเครียด ซึ่งเวลามีปัญหากับเสี่ยโป้ กานต์ก็มักโทรหา ดึกแค่ไหนตนก็ต้องรับสาย ซึ่งตนมองว่ากานต์ก็เป็นภรรยาอีกคนหนึ่งของเสี่ยโป้ และกานต์ก็ให้เกียรติตน เรียกตนว่าแม่ทุกคำ แต่สำหรับเรื่องเมื่อคืนนี้ ทำให้ตนรู้สึกแย่กับกานต์มาก อีกทั้งก่อนที่เสี่ยโป้จะไปพบกานต์ กานต์อ้างว่ากินยาไป 20 เม็ด เพื่อจะฆ่าตัวตายด้วย เพราะก่อนหน้านี้กานต์มีเรื่องกับตนเกี่ยวกับที่ดิน ที่ตนจะยกให้เสี่ยโป้

นางบานเย็น พูดคุยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

นางบางเย็น กล่าวอีกว่า เวลาเสี่ยโป้กับกานต์ทะเลาะกันก็จะทะเลาะกันเพียงวันเดียวแล้วก็กลับมาดีกัน เป็นแบบนี้บ่อยครั้งจนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ครั้งนี้เล่นกันรุนแรงเกินไป ซึ่งมันทำให้ตนรู้สึกแย่กับกานต์ ตนก็สงสัยเหมือนกันว่ากานต์จะใช้เหตุผลอะไรที่แจ้งจับลูกชายตน หรือต้องการเป็นข่าวดังที่เสี่ยโป้จะไม่ไปหากานต์แล้ว เพราะเสี่ยโป้ทะเลาะกับภรรยาอย่างรุนแรง

ตอนนี้ระหว่างตนกับกานต์คงกลับมาคุยกันดีๆ ไม่ได้แล้ว เพราะตนเคยให้อภัยกานต์ครั้งหนึ่งแล้วตอนเสี่ยโป้จะบวช ทำให้ตนต้องเสียค่าจัดงานบวชไป 4-5 แสนบาท สุดท้ายกานต์ก็มาล้มงานบวช ครั้งนั้นตนตั้งใจจะไม่ให้อภัยแล้ว แต่พอกานต์โทรมาร้องไห้ ตนก็ให้อภัยไป แต่ครั้งนี้ตนคงให้อภัยไม่ได้อีก ถ้าให้อภัยอีกก็คงเหมือนเดิม ส่วนเรื่องเงินก็ขอให้ไปคุยกันในชั้นศาล เพราะการที่เขาไปเล่นกัน ให้เงินกันโดยไม่มีสัญญาเงินกู้ เหมือนให้ด้วยความเต็มใจของเขาเอง

keyboard_arrow_up