จ่าโอ๋ สู้สุดตัว ยื่นศาลเอง! ทนายแย้มมีหลักฐานเด็ด ยืนยัน 10 ตร.ไม่เต็มใจให้หักเงินซื้อแอร์ (คลิป)

จากกรณี จ่าสิบตำรวจเลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือ จ่าโอ๋ ผู้บังคับหมู่สืบสวน สน.พหลโยธิน เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. เพื่อให้ตรวจสอบผู้บังคับบัญชา โดยเจ้าตัวอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังถูกหักเงินเบี้ยเลี้ยงเพื่อนำไปซื้อเครื่องปรับอากาศ ติดตั้งภายในห้องสอบสวนของ สน.พหลโยธิน ซึ่งก่อนหน้านี้นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้เข้ามาช่วยเหลือจ่าโอ๋เรื่องคดีความ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของ “จ่าโอ๋”

วันนี้ (2 เม.ย.) นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ของ “จ่าโอ๋” เปิดเผยว่า ตอนนี้มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าตำรวจชั้นประทวนที่เหลืออีก 10 นาย ไม่สมัครใจยินยอมในการหักเงินเบี้ยเลี้ยงไปซื้อเครื่องปรับอากาศ เพื่อติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน ตามที่มีการแถลงข่าวก่อนหน้าที่ ซึ่งเตรียมเปิดหลักฐานดังกล่าวเร็วๆนี้

โดยหลักฐานชิ้นนี้จะทำให้คดีมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะเป็นการหักล้างกับข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า ตำรวจที่เหลืออีก 10 คนสมัครใจ โดยตนเข้าใจว่าตำรวจทั้ง 10 นาย กลัวเรื่องโทษทางวินัยหากออกมาเป็นพยาน ซึ่งตนก็จะไม่ทำให้ทุกคนลำบากใจ แต่เมื่อถึงเวลาตนจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายเรียกตำรวจทั้ง 10 นาย ไปเบิกความต่อศาล ถึงตอนนั้นทุกคนจะได้เห็นความจริง

“นายเดชา” และ “จ่าโอ๋” พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ส่วนคดีปฏิบัติหน้าที่โดยอาศัยตำแหน่งผู้บังคับบัญชา ทนายเดชาบอกว่า แค่ออกคำสั่งไม่ชอบในการหักเบี้ยเลี้ยง ก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว ซึ่งแม้ จ่าโอ๋ จะเป็นคนเดียวที่ออกมายืนยันว่าไม่สมัครใจก็ไม่ได้เป็นปัญหา และจากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ พบว่ามีมูลเพียงพอที่จะฟ้องเป็นคดีอาญาได้

ขณะนี้ตนได้รวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมยื่นฟ้องตรงต่อศาลอาญาทุจริตกลางเพื่อฟ้องตรง เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการพิจารณาคดีเร็วกว่า ปปท. ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีพยานหลักฐานต่างๆ ชัดแจ้ง แต่ปปท. ก็มีอำนาจในการพิจารณาต่อ เพราะคนที่ถูกบังคับไม่ได้มีแค่ จ่าโอ๋ คนเดียว โดยจากการตรวจสอบพบว่าพยานหลักฐานต่างๆ มีมูลเพียงพอที่จะฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเอง

keyboard_arrow_up