เมีย “จ๊อด” ยันไม่ทิ้งลุงซาเล้ง เยียวยาจนหายดี – ลูกเมียให้อภัย เชื่อคนดีกลับตัว (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” เผยแพร่รูปภาพและข้อความความคืบหน้าอาการของ นายจรูญ มณีพันธ์ อายุ 82 ปี อาชีพเก็บของเก่า หรือลุงซาเล้ง ที่ถูกนายนราธร โสตติยัง หรือ นายจ๊อด อายุ 21 ปี ทำร้ายร่างกาย ด้วยสาเหตุที่ไม่พอใจรถจักรยานยนต์ไปเกี่ยวรถซาเล้ง จนทำให้รถจักรยานยนต์ล้ม สภาพของลุงตอนนี้คือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วน นายจ๊อด ผู้ก่อเหตุได้มาขอเจรจาผ่อนจ่ายเดือนละ 3,000 บาท

นายจรูญ หรือ ลุงซาเล้ง นอนป่วยอยู่ภายในบ้าน

ล่าสุด วันนี้ (20 มี.ค.) ทีมข่าวได้เดินทางมาที่ ซ.ชานเมือง 2 ประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง โดยที่บ้านของนายจรูญ หรือ ลุงซาเล้ง พบว่าเจ้าตัวกำลังนอนพักผ่อนอยู่ จากการสอบถาม นางฉลวย จริตเอก ภรรยาของนายจรูญ บอกว่า นายจรูญ เพิ่งทานยาไป คาดวันนี้คงนอนพักทั้งวัน เนื่องจากร่างกายไม่มีแรง

พร้อมเล่าว่า ตอนนี้ นายจรูญ ยังเคลื่อนตัวได้ไม่มาก เวลาต้องการความช่วยเหลือ จะเรียกลูกสาวกับลูกชาย เนื่องจาก นายจรูญ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา จึงยังมีอาการผวาให้คนช่วยแก้มัดที่มือ เพราะตอนอยู่ที่โรงพยาบาล พยาบาลจะมัดมือไว้ไม่ให้ นายจรูญ ดิ้น

สำหรับอาการของนายจรูญ ขณะนี้ยังเจ็บตามร่างกาย เพราะถูกมัดไว้กับเตียงคนไข้เป็นเวลาหลายวัน ทางโรงพยาบาลยังไม่ได้แจ้งว่า นายจรูญ จะนอนป่วยเช่นนี้ไปถึงเมื่อใด

นางฉลวย จริตเอก ภรรยาของนายจรูญ

นอกจากนี้ นางฉลวย คาดว่าจะให้ นายจรูญ ไปพักรักษาตัวที่จังหวัดลพบุรี เนื่องจาก บริเวณบ้านมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มีที่ให้ นายจรูญ เดินหรือ นอนพักผ่อน เพราะบ้านหลังนี้มีที่พักอาศัยค่อนข้างแคบ ไม่เหมาะกับการให้ผู้สูงอายุอยู่อาศัย

ส่วน นายจ๊อด คู่กรณี ได้เข้ามารับผิดชอบ ด้วยการจ่ายเงิน จำนวน 3,000 บาท ผ่านบัญชีธนาคารเป็นระยะเวลา 2 ปี 3 เดือน แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดว่า ทางลูกของตนได้ตกลงกับทางคู่กรณีอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ นายจ๊อด ได้เข้ามาเยี่ยมอาการของนายจรูญ อยู่เสมอ อย่างเช่น ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าตัวได้เข้ามาที่บ้าน ส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไรกับทางคู่กรณี เนื่องจากคู่กรณีรู้สึกผิด และมองว่าจะไปติดใจได้อย่างไร เพราะนายจรูญ นอนเจ็บ และอีกฝ่ายก็เสียใจ ถือได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรดีทั้งคู่

นางฉลวย กล่าวต่อว่า “คนเราต่อไปนี้จะทำอะไรก็ต้องคิด เดี๋ยวนี้คนทำอะไรไม่ค่อยคิดก่อนเพราะใจร้อน” หลังจากนี้ ตนคงให้ลูกสาวดูแลนายจรูญ แต่หากลูกสาวไปทำงาน ตนดูแลแทน ขณะนี้ยังไม่ได้มีใครเข้ามาบริจาคเงินให้ตามที่เป็นข่าว เพียงแต่ได้รับความช่วยเหลือเงินบางส่วนจาก นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และหากมีใครอยากจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ขอให้ช่วยเท่าที่ทำได้ เพราะตอนนี้ไม่รู้ นายจรูญ จะกลับมาเดินได้ปกติเมื่อใด

น.ส.วนิดา มณีพันธ์ หรือเจี๊ยบ ลูกสาวของนายจรูญ

ขณะที่ น.ส.วนิดา มณีพันธ์ หรือ “เจี๊ยบ” ลูกสาวของนายจรูญ เปิดเผยว่า หลังจากที่คุณพ่อออกจากโรงพยาบาล อาการตอนนี้ยังเคลื่อนไหวตัว และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่พูดจารู้เรื่อง ก่อนหน้านี้ คุณพ่อเคยมีอาการของโรคคนแก่ ทำให้ร่างกายไม่ค่อยมีแรง คล้ายกับอาการลักษณะนี้แล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้คุณหมอ ให้รอดูอาการสัก 2 วัน ว่าจะดีขึ้นหรือไม่ เนื่องจากฤทธิ์ยาอาจจะทำให้อ่อนเพลีย และร่างกายยังไม่ฟื้นฟู ส่วนจะกลับมาแข็งแรงเป็นปกติได้ทั้งหมดหรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ แต่อยากให้กลับมาเป็นปกติ

ทั้งนี้ คุณพ่อของตนเอง ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรนายจ๊อด เนื่องจากทางครอบครัวได้รับการเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม และยังมีแฟนคลับชาวต่างชาติ ที่เข้ามาช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวได้เปิดบัญชีในนามของคุณแม่ เพื่อขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือ หลังจากนี้ ตนคาดว่าจะพาคุณพ่อไปอยู่ที่ จ.ลพบุรี ประกอบกับไม่ให้คุณพ่อทำงาน และตนจะไปสมัครงานที่ จ.ลพบุรี เช่นเดียวกัน เพราะตนไม่อยากให้พ่ออยู่เพียงลำพัง

รถซาเล้งของลุงจรูญ

ส่วนรถซาเล้งของคุณพ่อ ตนคงจะไม่ขายทิ้ง แต่จะนำไปส่งต่อให้กับคนที่ทำอาชีพเก็บของเก่า และลำบากกว่าครอบครัวตน เพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์

ทั้งนี้ ตนอยากขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและเข้ามาช่วยเหลือคุณพ่อ ส่วนน้องจ๊อด คู่กรณี ตนมองว่า น้องเป็นคนดีคนหนึ่ง และมีน้ำใจ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

บ้านของ นายนราธร โสดติยัง หรือ จ๊อด ผู้ก่อเหตุ

ทีมข่าวเดินทางต่อมายังบ้านของ นายนราธร โสดติยัง หรือ “จ๊อด” ผู้ก่อเหตุ ภายในซอยสุทธิพร ย่านประชาสงเคราะห์ เมื่อทีมข่าวไปถึงพบว่ามีคนอยู่ภายในบ้าน จึงสอบถามกับหญิงรายหนึ่งว่า นายจ๊อดอยู่บ้านหรือไม่ โดยได้รับคำตอบเพียงว่า “ไม่รู้” ก่อนที่จะรีบปิดประตูรั้ว แต่ยังคงเปิดไฟส่องสว่างภายในบ้านทิ้งไว้ และไม่ออกมาพูดคุยกับทีมข่าวอีกเลย

ขณะที่เพื่อนบ้านของนายจ๊อด ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว พูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ ไม่สามารถที่จะให้คำตอบกับผู้สื่อข่าวได้ เมื่อทีมข่าวสอบถามกับร้านค้าแห่งหนึ่งได้คำตอบเพียงว่า ยังไม่เห็นนายจ๊อด กลับมาที่บ้านหลังนี้

ทีมข่าวจึงโทรศัพท์สอบถามกับ ร.ต.อ.รุ่งศักดิ์ นันทเวช รองสว.สอบสวน สน.ห้วยขวาง ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นหลังจากที่นายจ๊อด ได้ประกันตัว คดีจึงอยู่ระหว่างการสอบสวน และให้ศาลเป็นผู้พิจารณาคดี ส่วนรายละเอียดต่างๆ ที่อยู่ในสำนวน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ระหว่างนี้ขอให้ฝ่ายผู้เสียหายเป็นผู้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเองจะดีกว่า

ต่อมา ทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับนางสาวเมย์ ภรรยาของนายจ๊อด บอกกับทีมข่าวว่า วันนี้ทางครอบครัวได้เดินทางไปที่ศาลอาญารัชดา เพื่อดำเนินการเรื่องทางคดี

ส่วนเรื่องที่เพจเฟซบุ๊ก ”แหมโพธิ์ดำ” ออกมาโพสต์ กรณีลุงซาเล้ง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หลังถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งเรื่องนี้ทางครอบครัวทราบเรื่องแล้ว และเมื่อวาน (19 มี.ค.) ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวลุง ส่วนค่าใช้จ่าย จะช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ จนกว่าคุณลุงจะดีขึ้น

keyboard_arrow_up