อาสาแฉคลิป ถูกชี้ตัวมั่วโทรมหญิง พบพิรุธสาวเจอทหารที่เกิดเหตุ กลับไม่ขอช่วย (คลิป)

จากกรณีหญิงสาวรายหนึ่งอ้างว่า ถูกเจ้าหน้าที่อาสาบำบัดยาเสพติด 4 นาย รุมโทรม ก่อนจะกรอกยาเสพติดเข้าปาก 2 เม็ด รวมทั้งยังทำร้ายสามีของหญิงสาวรายนี้ ภายในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี วันนี้ ( 25 ธ.ค.60)  “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.45 น. ได้เชิญ หมู่โทประสาร โพธิ์ใหญ่ ครูปกครองค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, นายศักดิ์ชาย เสตานุช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี และนางสมจิตร เปรมใจ แม่ของหญิงสาวที่อ้างว่า ถูกเจ้าหน้าที่อาสาบำบัดยาเสพติด 4 นายรุมโทรม มาให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หมู่โทประสาร เล่าว่า ตนมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลทั้ง อาสาฯ และผู้ที่มาบำบัด ในวันที่ 11 ธ.ค ที่ผ่านมา นายธงชัย  มาถึงค่ายประมาณ 18.00-19.00 น. โดยมี นายศักดิ์ชาย เสตานุช ผู้ใหญ่บ้าน มาส่ง ซึ่งขณะนี้ภรรยา นายธงชัย ได้ติดตามมาด้วย ซึ่งตนบอกให้กลับไป เพราะค่ายไม่รับผู้หญิง แต่ภรรยาของนายธงชัย บอกว่า จะมีลูกพี่มารับ ตนก็ให้ไปรอในที่มีไฟส่องสว่าง

ทั้งนี้ตลอดคืนมีเจ้าหน้าที่ ครูปกครอง เดินตรวจเวรยามตลอด จึงแปลกใจว่า ถ้ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ต้องรู้ ต้องได้ยินเสียง โดยเฉพาะพื้นที่ ห้องจัดประชุม จุดเกิดเหตุที่ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่าถูกรุมโทรม มีไฟส่องสว่าง และยังมีเด็กนอนป่วยหนึ่งคน หากเกิดเหตุจริงเด็กที่ป่วย จะต้องเห็น และทางค่าย จัดเวลาให้เด็กเข้าห้องน้ำเช็คชื่อเข้า-ออก อย่างเข้มงวด และหากเกิดขึ้นจริง แค่ นายธงชัย ตะโกนร้องเรียกเจ้าหน้าที่ก็ได้ยินแล้ว

หมู่โทประสาร ยังได้เล่าว่า ตอนที่ภรรยานายธงชัย มาถึง ตนยังได้ถามว่า สามีเสพยารึเปล่า ภรรยานายธงชัย ได้บอกว่า สามีเสพยามา 2 เม็ด

นายหมู่โทประสาร ยังได้ยืนยันว่า ไม่กลัวคดีพลิก เพราะหากเกิดขึ้นจริงระหว่างที่ นายธงชัย พูดคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่ได้มีทหารมาเยี่ยยมค่าย ภรรยานายธงชัย น่าจะบอกเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ทหาร

นายศักดิ์ชาย ผู้ใหญ่บ้าน เล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ตนได้รับแจ้งว่า นายธงชัย มาหาซื้อยาเสพติด จึงนำตัว นายธงชัย มาที่ค่าย ส่วนภรรยาได้ติดตามมาด้วย เพราะก่อนขึ้นรถ ถามภรรยานายธงชัย ว่าเสพยารึเปล่า ภรรยานายธงชัยบอกว่า เสพจึงนำทั้ง 2 มาส่งที่ค่าย จากนั้นตนก็เดินทางกลับ และเท่าที่ไปดูจุดเกิดเหตุ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้น เพราะมีการตรวจเวรยามตลอดคืน และทางค่าย ได้เปิดไฟส่องสว่าง เพราะเกรงว่า เด็กที่มาบำบัดจะหลบหนี แต่ทั้งนี้ตนอยากให้ทั้ง 2 คน ออกมาพิสูจน์ของเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ด้านนางสมจิตร  แม่ของหญิงสาวที่ระบุว่า ถูกรุมโทรม ระบุว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากลูกสาว นานกว่า 2 เดือนแล้ว เมื่อทราบเรื่องรู้สึกตกใจ และเป็นห่วงลูกสาว อยากให้มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง

นายธงชัย สามีนางณี ยืนพูดคุยกับทหารท่าทีปกติ และไม่ได้แจ้งว่า ภรรยาตนถูกข่มขืน

นอกจากนี้ หลังจบรายการ นายประสาร ได้มีการนำคลิปภาพ 2 เหตุการณ์ ในวันที่ 20 ธ.ค. มาเปิดให้ทีมข่าวดู คลิปแรก  คือนางณี พาตำรวจมาชี้ตัวอาสา และกล่าวหาว่ารุมโทรม ภาพในคลิปจะเห็นว่าอาสาชายทั้งหมด ยินดีมายืนต่อหน้าให้นางณี ชี้ตัว และต่างพากันหัวเราะ เพราะคิดว่า นางณี ล้อเล่น

โดย นายวิชิต คุ้มวงษ์ 1 ในอาสาพึ่งได้เดินเข้ามาในกลุ่ม ได้ถูกชี้ตัวด้วย ยิ่งทำให้มึนงง จนมารู้ทีหลังว่า นางณี แจ้งความเอาผิดจริง ซึ่งขอยืนยัน ถ้าตนรุมโทรมจริงป่านนี้คงหนีไปแล้ว ไม่มายืนหัวเราะกันให้ชี้ตัวง่ายๆ และวันที่ นางณี อ้างว่าเกิดเหตุ นางณี พูดจา วกวนเพ้อเจ้อ เหมือนคนเบลอ

นางณี ชี้ตัวกลุ่มอาสา ซึ่งทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น

ส่วนคลิปที่สอง เป็นวันที่ 12 ธ.ค. ในภาพจะมีทหารมาตรวจสอบค่ายอบรมผู้ติดยาเสพติด จะเห็นว่า สามีของนางณี ยืนคุยกับทหารเป็นปกติ ดังนั้นหากถูกอาสาข่มขืนจริง ทำไมไม่แจ้งให้ทหาร ให้จับกุมอาสา แต่กลับปล่อยเวลาล่วงเลยไปหลายวัน ถึงไปแจ้งความ

นอกจากนี้หมู่โท ประสาร ยังได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ที่ตนทำค่ายอาสามา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ตนมั่นใจว่าสามารถควบคุมวินัยของผู้ที่มาเข้าค่ายได้ แม้แต่กุฏิแม่ชี ก็ไม่เคยเข้าไปล่วงเกิน ทุกคนมีแต่จะเข้าไปช่วยเหลือกิจกรรมทางวัด ช่วยให้คนที่เสพยา กลับใจเป็นคนดี ถือเป็นกระบวนการที่จะให้โอกาสผู้ที่เคยหลงผิดมาก่อน อีกทั้งตน และพวก ทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เข้าค่ายบำบัดยาเสพติด 1 ครั้ง จะต้องอยู่ในค่าย 11-12 วัน ตนและพวกก็ต้องจากห่างครอบครัวมาปฏิบัติกิจกรรม ทำไปด้วยความรักด้วยความเป็นครู อยากจะให้บุคคลที่เข้าบำบัดเป็นคนดี
ส่วนสิ่งที่รู้สึกกังวลมากที่สุดคือเรื่องของทางวัด เนื่องจากไปกระทบชื่อเสียงของทางวัด รวมถึงชาวบ้าน เนื่องจากมีสื่อบางสำนักนำข่าวไปเผยแพร่แบบไม่ถูกต้อง ชื่อเสียงของอาสาเสียไป ตนก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร จึงอยากวอนขอให้พิจารณาด้วย อยากจะให้มาถามตนบ้างว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ในส่วนของขวัญกำลังใจของตน และพวกนั้น ถือว่าตนทำดีทั้งหมดเพื่อแผ่นดิน อย่างน้อยคนที่ออกไปจากค่าย สามารถที่จะเลิกยาเสพติดได้บ้าง ตนก็ภูมิใจที่ทุกคนมีอาชีพที่สุจริต 

และยืนยันว่า พวกตนไม่ผิด และพร้อมที่เดินไปหาตำรวจแบบไม่ปิดหน้า ขอบคุณอมรินทร์ทีวี ที่ให้โอกาสชี้แจงต่อสังคม สำหรับมาตรการที่ดูแลอยู่ ดีอยู่แล้ว แต่กรณีของผู้หญิง ทางค่ายจะไม่อนุญาตให้เข้ามายุ่งเกี่ยวอีก หากเข้ามาก็ต้องบังคับกลับ หรือจะจัดรถส่งกลับทันที เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกผิด และอยากจะขอโทษเจ้าอาวาส และชาวบ้าน ที่ทำให้ทางวัดเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งตนและพวกขอยืนยันว่า ไม่ได้ปฏิบัติตัวเหมือนที่ถูกกล่าวหา ที่ผ่านมาทำงานทุกอย่างด้วยความตั้งใจ อยากให้บุคคลที่มาเข้าค่ายสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนดีของสังคม ตนและพวกจึงขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และขอสู้คดีจนถึงที่สุด 

และก่อนหน้านี้ ทีมข่าวยังเดินทางไปยังบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ซึ่งระบุว่า นายธงชัย และภรรยาเช่าอยู่ใน ต.โพธิ์ตรุ อ.เมือง จ.ลพบุรี เมื่อเดินทางมาถึง ทีมข่าวพบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของ นายอัครชัย เที่ยงธรรม ซึ่งด้านหน้ามีอาคารสูง 1 ชั้น ด้านหน้ามีติดแผ่นกระดาษเขียนด้วยลายมือ คิดว่าเป็นลายมือ นายธงชัย เนื่องจากมีการลงชื่อไว้ท้ายจดหมาย ใจความจดหมายประมาณว่า ตนเองนั้นไม่ได้ค้างค่าเช่า โดยชี้แจงเป็นขั้นตอนว่า ตัวเองจ่ายค่าเช่าอย่างไร และวันใดบ้าง พร้อมบอกว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะอยู่ต่อ พร้อมลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ไว้ หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อไป ทีมข่าวลองติดต่อไปตามเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารติดต่อได้

นายอัครชัย

ด้านนายอัครชัย เปิดเผยว่า นายธงชัยและภรรยา มาเช่าห้องอยู่ที่ห้องพักของบ้านตนจริง มาตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ตกลงเช่ากันเดือนละ 2,500 บาท รวมค่าน้ำค่าไฟ ช่วง 2 เดือนแรก นายธงชัย จ่ายค่าเช่าตามปกติ แต่หลังจากนั้นกลับบ่ายเบี่ยงไม่จ่ายค่าเช่า ซึ่งตนไม่ทราบเหตุผล นายธงชัย ยังค้างค่าน้ำค่าไฟ จนเจ้าหน้าที่มายกมิเตอร์ไฟฟ้า ออกไป

ส่วนตัวอยากยกเลิกการเช่า แต่ตนไม่มีสัญญา เพราะตอนที่ นายธงชัย มาเช่าห้อง ตนคิดว่าจะไม่มีเหตุอะไร ปรากฎว่าเมื่อค้างค่าเช่า ตนจึงเดินทางไปแจ้งความเพื่อขับไล่ให้ย้ายออก แต่เจ้าหน้าที่บอกให้ตนไปจ้างทนาย ฟ้องขับไล่ เนื่องจากตอนนี้ทรัพย์สินของ นายธงชัย ก็ยังคงอยู่ภายในห้องเช่าทั้งหมด

จากนั้นมีการตกลงกันว่า นายธงชัย จะย้ายออกช่วงวันที่ 21 ธ.ค.60 เวลา 09.00 น. เมื่อถึงเวลา นายธงชัยก็ไม่ย้ายออก ยังคงนอนพักอาศัยตามปกติ ส่วนตัวไม่ทราบเลยว่า นายธงชัย และภรรยา เสพยาเสพติด เพียงสงสัยว่าสภาพภายนอกของฝ่ายหญิง ดูคล้ายคนติดยา กระทั้งมาทราบข่าว และไปสอบถามเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.)ในชุมชน จนมาทราบว่านายธงชัย และภรรยา คือผู้ที่ไปแจ้งความว่า ถูกอาสาฯ รุมโทรม

ส่วนตัวต้องการให้ผู้เช่าย้ายออกไปเท่านั้น เนื่องจากกลัวว่า จะเกิดอันตราย อีกทั้งกังวลว่า อาจมียาเสพติดอยู่ในบ้าน และตนจะมีความผิดไปด้วย เพราะตอนนี้ตนเข้าไปในบ้านเช่าไม่ได้

นอกจากนี้ นายอัครชัย ยังบอกอีกว่า คืนที่ผ่านมา (23 ธ.ค.60) เหมือน นายธงชัย กลับมาที่ห้องเช่า คล้ายว่ามาเอาของอะไรสักอย่าง ตอนแรกตนคิดว่ากลับมานอน ซึ่งนานธงชัยขับขี่รถจักรยานยนต์กลับมา ตนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ปรากฎว่า นายธงชัย ไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน

 

keyboard_arrow_up