มันนั่นแหละฆ่าออยอำพรางศพ! ผัวเก่าร่ำไห้ เชื่อเมียหายฝีมือซีม่อน ยากเจอร่างฆาตกรมีฝีมือ (คลิป)

จากกรณีที่พ่อและแม่ของนางสาวนันทิยา แสงอุไร หรือออย อายุ 38 ปี เข้าร้องเรียนกับกองบังคับการปราบปรามให้ช่วยติดตามคดีที่ลูกสาวหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ขณะนั้นได้อยู่อาศัยกับนายซีมอน เบตัน ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรมนายเฮลิยาฮู โคเฮน อายุ 63 ปี อดีตนายตำรวจอิสราเอล ก่อนอำพรางศพด้วยการโบกปูน บริเวณบ้านพักย่านนนทบุรี เมื่อปี พ.ศ.2559

นายประจักษ์ ประกอบกิจ อดีตสามีของน.ส.นันทิยา หรือออย

ล่าสุด วันนี้(17 ก.ย. 60) ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายประจักษ์ ประกอบกิจ อายุ 49 ปี อดีตสามีของน.ส.นันทิยา หรือออย ได้เปิดเผยว่า ตนได้อาศัยอยู่กับ “ออย” ช่วงปีพ.ศ.2541 หลัง “ซีมอน” ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรมถูกจับกุมตัว ซึ่งตนพอทราบว่าภรรยาเคยมีความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ แล้วมีลูกด้วยกัน 1 คน เพราะเคยเห็นรูปถ่ายของ “ซีมอน”

จนมาปี พ.ศ.2550 ตนและ “ออย” ถูกจับกุมในคดียาเสพติด โดย “ออย” ได้ออกมาจากเรือนจำก่อนตน หลังจากนั้นปี พ.ศ.2554 ก็ได้กลับมาพักอาศัยอยู่ด้วยกัน จนมาปี พ.ศ. 2556 ตนได้ถูกจับกุมคดียาเสพติดอีกครั้ง โดย “ออย” เข้ามาเยี่ยมตนอย่างต่อเนื่อง พอมาถึงเดือนกันยายน 2557 “ออย” ได้เข้ามาเยี่ยมตน พร้อมบอกว่าจะพาลูกชายของสามีเก่าไปโอนสัญชาติที่ประเทศอิสราเอล ตนจึงบอกให้ “ออย” กลับไปคืนดี “ซีมอน” เพราะคิดว่าคงมีอนาคตมากกว่าอยู่กับตน

ซีมอน

โดยนายประจักษ์ บอกอีกว่า หลังจากนั้น “ออย” ไม่ได้กลับมาเยี่ยมตนอีก พอตนทราบจากเพื่อนในเรือนจำว่า “ออย” หายตัวไป ตอนแรกตนไม่คิดว่า “ซีมอน” จะโหดเหี้ยมถึงขั้นลงมือฆ่าภรรยาของตัวเอง จนทราบข่าวว่าสามีของออยถูกจับกุมคดีฆ่าอำพรางศพจึงเชื่อว่ามีความเป็นไปได้

ส่วนเรื่องของยาเสพติด แม้ว่า “ออย” จะเคยมีประวัติ แต่คิดว่าการหายตัวไปไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยตนคาดว่า “ออย” น่าจะเสียชีวิตแล้ว เพราะหากยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องติดต่อมาหาญาติพี่น้อง

น.ส.อริศรา บุกวนิช ญาติของออย

ด้าน น.ส.อริศรา บุกวนิช อายุ 25 ปี ญาติของออย เล่าว่า ตนได้คุยกับ “ออย” ครั้งสุดท้ายช่วงเดือนเมษายน ปีพ.ศ.2558 “ออย” เดินทางมาหาตนที่บ้าน และเห็นว่า “ออย” ใส่วิกผม โดยอ้างเหตุผลว่าเปลี่ยนศาสนาไปเป็นยิว ตาม “ซีมอน” สามี จากนั้นช่วงต้นเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ก็ไม่สามารถติดต่อได้

จากการสอบถาม “ซีมอน” เล่าว่า “ออย” ถูกจับอยู่ที่ประเทศลาว ในคดียาเสพติด ก่อนหน้านี้ “ออย” เคยบอกว่า จะเดินทางไปลาวเพื่อซื้อของมาทำการค้าขาย ประกอบกับเคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดทำให้ตนหลงเชื่อ จน “ซีมอน” ได้ย้ายบ้านหนี และถูกจับในคดีฆ่าอำพรางศพจึงคิดว่า “ซีมอน” น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้ “ออย” หายตัวไป

keyboard_arrow_up