แม่เฒ่าวัย 75 ร้องสื่อ ลูกฮุบมรดก ไล่แม่ออกจากบ้าน

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากแม่เฒ่าวัย 75 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านหัวบึง ตำบลบึงพะไล อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา ว่าถูกลูกชายยึดมรดกของสามีไปแต่กลับไล่ตนซึ่งเป็นแม่ออกจากบ้าน ให้ได้รับความลำบาก ไม่มีแม้กระทั่งที่อยู่

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว ลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้นโดยหน้าบ้านได้มีการเขียนข้อความติดฝาผนังบ้านว่าเรียนนายอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอแก้งสนามนาง ที่เคารพดิฉันนางปุ่น สีสุพันธ์ อายุ 75 ปี เดือดร้อนมากลูกไล่ออกจากบ้าน ลูก 2 คนบอกแม่ปุ่นว่าสมบัติของพ่อเขาไม่ให้สักอย่างน่าสงสารแม่ปุ่นนะครับจึงสร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

นางปุ่น ผู้เป็นแม่เล่าว่า ตนอยู่กินกับสามีมานานจนมีลูก 4 คน กระทั่งเมื่อปลายปี พ.ศ. 2554 สามีเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งตับ ได้ทิ้งสมบัติที่ยังไม่ได้มีการโอนให้ทายาทไว้ให้หลายรายการ อาทิ รถไถ 1 คัน รถ 6 ล้อ จำนวน 2 คัน โรงสีข้าวบ้านพร้อมที่ดินจำนวน 1 แปลง และที่นากว่า 60 ไร่ วัว 2 ตัว และทรัพย์สินอื่นๆ จนต่อมาลูก 2 คนได้อ้างว่าพ่อยกสมบัติให้ พร้อมกับไล่แม่ออกจากบ้านจนต้องไปอยู่กับลูกชายคนโต ขนาดที่ว่าลูกชายคนโตพยายามจะเอาอุปกรณ์อิฐ เสาปูนเขามาเพื่อซ่อมบ้านให้แม่อยู่ ยังถูกลูกชายคนเล็กมาย้ายอุปกรณ์ออกไปโดยอ้างว่าที่ดินตรงนี้พ่อยกให้ตนเอง ร้องเรียนหน่วยงานรัฐไปหลายหน่วย แต่เรื่องก็เงียบหาย เหตุการณ์ดังกล่าวรู้สึกเสียใจให้กับตนอย่างมาก ทำไมลูกถึงทอดทิ้งแม่อย่างไม่เหลียวแลเหมือนไม่มีค่า

ทางด้าน นายสมัคร สีสุพันธ์ ลูกชายคนโต เปิดเผย ภายหลังเกิดเหตุตนได้พยายามพูดคุยกับน้องชายที่ยึดสมบัติของพ่อไป แต่ได้รับเหตุผลว่า หากแม่เป็นผู้จัดการมรดก พี่ชายจะได้ทรัพย์สินมากกว่าลูกคนอื่น ทั้งที่จริงแล้วตนอยากจะให้แม่แบ่งเท่าๆ กันจะได้ไม่เกิดปัญหาบานปลาย แต่น้องชายก็ไม่ยอมอยากได้ทรัพย์สินมากกว่าคนอื่นจึงพยายามเข้าไปเป็นผู้จัดการมรดก ในทางกลับกันน้องอยากได้มรดก แต่กลับทอดทิ้งแม่ที่เลี้ยงมา หลังจากนี้หากผมเป็นอะไรไปใครจะดูแลแม่

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามเข้าไปพูดคุยกับลูกชายของนางปุ่นที่ถูกอ้างว่าจะฮุบ มรดกโดยไม่อนุญาตให้บันทึกภาพเจ้าตัวเปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่าแม่รักพี่ชายมากกว่า หากมีการแบ่งสมบัติคงได้ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ไม่ได้ทอดทิ้งแม่ แต่แม่ไม่อยากมาอยู่กับตนเองเพราะรักพี่ชายมากกว่า

keyboard_arrow_up