สุดสะเทือนใจ! พ่อ ผอ.อ้อยดำน้ำหาร่างลูก – ร่างทรงทำสูญเงินนับแสนไร้แววเจอศพ (คลิป)

จากกรณีการหายตัวไปอย่างปริศนาของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยพบว่าคดีนี้อาจเกี่ยวข้องกับ ร.อ. ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง อายุ 30 ปี ผู้บังคับกองร้อยที่ 112 ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 (ผบ.ร้อย.112ฉก.1) กองกำลังสุรนารี เนื่องจากเป็นผู้นำรถของ ผอ.อ้อย ไปขายหลังเกิดเหตุนั้น

เจ้าหน้าที่เข้าค้นหาบริเวณอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (28 สิงหาคม 2560 ) เจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านนำทีมข่าวลงพื้นที่ ห้วยรากไม้ บริเวณอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อค้นหาร่าง น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย โดยใช้วิธีการพายเรือข้ามลำห้วยก่อนเดินต่อเข้าไปในป่าระยะทางประมาณ 800 เมตร เมื่อเข้าไปด้านในป่าพบว่า นายวิทยา เกษแก้ว สามีพร้อมญาติ และชาวบ้านอีกประมาณ 10 คนได้ตั้งจุดนอนพักแรมตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์จุดต้องสงสัย

โดย นายคำต้น ศิลาบุตร ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมานอนเฝ้าตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนฝันเห็นผู้หญิงมาบอกให้ช่วย เพราะติดอยู่ในน้ำไม่สามารถออกไปไหนได้ แต่ยังไม่เคยมาค้นหาคาดว่าน่าจะเป็น ผอ.อ้อยมาขอความช่วยเหลือ ประกอบกับจุดดังกล่าวอยู่ใกล้กับหนองแดง ซึ่งภรรยาของตนได้กลิ่นคาวเลือดเมื่อเดือนที่แล้ว และร่างทรงที่ลงพื้นที่มาจึงมาช่วยญาติตามหาส่วนสาเหตุที่ต้องนอนเฝ้าเพราะร่างทรงบอกว่า ผอ.อ้อย ขอให้มีคนเฝ้า

ขณะที่ญาติและชาวบ้านได้นำทีมข่าว เดินต่อไปยัง ห้วยรากไม้ ซึ่งเป็นลำห้วยเล็กที่ติดกับอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง ซึ่งมีทั้ง พ่อและแม่ของผอ.อ้อย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร หญิงสาวร่างทรง รวมถึงชาวบ้านรวมกว่า 50 คน มาร่วมสังเกตการณ์

นายพินัย บุญรัตน์ สามีของร่างทรง

ซึ่งนายพินัย บุญรัตน์ สามีของร่างทรง หญิงสาวที่อ้างว่า ผอ.อ้อย มาเข้าร่างและบอกว่าถูกจับถ่วงน้ำตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา เปิดเผยว่าผอ.อ้อย ได้มาบอกภรรยาตนว่า อยู่ที่บริเวณดังกล่าว ขอให้ช่วยนำกลับบ้าน และขอให้มีคนมาอยู่เป็นเพื่อนจึงบอกให้ญาติ และชาวบ้านมานอนเฝ้าไว้ซึ่งส่วนตัวเป็นญาติกับ ผอ.อ้อย ตั้งใจมาช่วยเพราะเห็นว่าครอบครัวตามหานานแล้วแต่ไม่พบ จึงอาสามาโดยไม่ได้หวังผลตอบแทน

นักประดาน้ำดำน้ำหาร่างตรงจุดต้องสงสัย

ก่อนที่นายพินัย จะจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทาง ขอให้เปิดทางในการค้นหาครั้งนี้ โดยภรรยาซึ่งเป็นร่างทรงก็ได้ยืนสังเกตการณ์ เช่นเดียวกับพ่อและแม่ของผอ.อ้อย ที่จุดธูปริมห้วย ขอให้พบร่างลูกสาวตัวเอง จนเวลาประมาณ 11.00 น. ทีมประดาน้ำจากมูลนิธิสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน อ.เมือง ศรีสะเกษ กว่า 10 คน ได้เดินทางมาถึงจุดต้องสงสัย ก่อนใส่อุปกรณ์สำหรับดำน้ำ ซึ่งมีทั้งชุดประดาน้ำ ถังออกซิเจน และลงไปในลำห้วยรากไม้พร้อมกันจำนวน 4 คน โดยเกาะกลุ่มกันดำน้ำหาวัตถุต้องสงสัยใต้น้ำ ปูพรมเรียงหน้ากระดาน ออกไปยังจุดเชื่อมต่ออ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง ระยะทางประมาณ 20 เมตร ระหว่างนั้น

พ่อของผอ.อ้อยดำน้ำค้นหาร่างผอ.อ้อย

นายบุญเลิศ พ่อของ ผอ.อ้อย ก็ได้กระโดดลงไปในน้ำ เพื่อร่วมค้นหาด้วย ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ก่อนญาติจะช่วยนำตัวขึ้นมาเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย โดยชุดประดาน้ำ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงขึ้นมาบนบก เนื่องจากมีบางรายที่เป็นตะคริวเพราะน้ำเย็นจัด

นาย ยุทธนา กรองแก้ว หนึ่งในทีมประดาน้ำ

โดยนาย ยุทธนา กรองแก้ว หนึ่งในทีมประดาน้ำ เปิดเผยว่า บริเวณลำห้วยระดับน้ำลึกประมาณ 3 เมตร ด้านล่างมีเศษใบไม้ทับถม และมีตอไม้เป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญ คือจุดเชื่อมต่ออ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง ที่น้ำค่อนข้างลึกกว่า 10 เมตร และเย็นจัด ทั้งนี้บางจุดยังเป็นแอ่งกระทะ ที่น้ำวน ค่อนข้างอันตรายทำให้ทีมไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบจุดดังกล่าวได้ ยอมรับว่าทีมไม่สามารถดำน้ำดูได้ทุกจุด เพราะกำลังไม่เพียงพอจึงต้องขอให้ญาติเป็นผู้ระบุจุดว่า มีจุดใดที่สงสัย

หลังจากนั้น ทีมประดาน้ำได้ลงไปค้นหาในน้ำอีกรอบ  แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติการค้นหาในครั้งนี้ ยังมีอุปสรรคเรื่อง สภาพอากาศที่ฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงการลงค้นหารอบที่ 2

นางแหลม อุ่นอ่อน แม่ ผอ.อ้อย

ขณะที่ นางแหลม อุ่นอ่อน แม่ ผอ.อ้อย ระบุว่า ตนเชื่อว่าลูกสาวถูกจับถ่วงน้ำอยู่บริเวณนี้ตามที่ร่างทรงบอก ซึ่งอาจอยู่ในจุดที่ลึกจนนำขึ้นมาไม่ได้ โดยแม้จะไม่พบลูกก็ยังยืนยันสู้ต่อ หากไม่เจอจุดนี้ก็ไปหาจุดใหม่ ยอมรับว่าเชื่อร่างทรง และใครมีเบาะแสก็ตามไปตรวจสอบทุกจุด ทั้งยังกล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ว่าจะมีคนเข้ามาหลอกตนก็เต็มใจให้หลอกเพราะอยากเจอลูก และตนรู้สึกซาบซึ้งใจที่บรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านต่างพากันมาเยี่ยมและให้กำลังใจตนและครอบครัวอย่างต่อเนื่องจำนวนมากทุกวันและจะอยู่ให้กำลังใจจนดึกดื่นทุกวันซึ่งนับตั้งแต่ลูกสาวของตนได้หายตัวไปญาติพี่น้องได้ออกตามหาทุกวัน ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าน้ำมันรถและค่าอาหารให้กับญาติพี่น้องที่มาช่วยในการออกตามหา ขณะนี้สิ้นเงินค่าใช้จ่ายไปแล้วกว่า 200,000บาทเศษโดยยังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายกับลูกสาวของตนทั้ง 2 คนที่เป็นพี่สาวของผอ.อ้อยด้วยที่จ่ายเงินไปแล้วคนละหลายหมื่นบาทเช่นกัน

ขณะที่ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อนพ่อ และนางสมปอง อุ่นอ่อน พี่สาว เดินทางไปยังบริเวณลำห้วยผึ้ง พื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย เพื่อค้นหาร่าง ผอ.อ้อยตามที่ หมอปลา หมอดูชื่อดัง บอกเบาะแส ว่าถูกฝังอยู่ใกล้กับกอไผ่ในป่า ซึ่งทั้งหมดได้เดินปูพรมเข้าไปด้านในป่า ระยะทางประมาณ 500 เมตร ก่อนสำรวจรอบกอไผ่ แต่พบว่า เป็นดินเก่า ไม่มีจุดสงสัย จึงเดินวนรอบพื้นที่ และขุดดินในจุดที่เป็นลักษณะของดินใหม่ฝังกลบ คาดว่าอาจมีการนำร่างของ ผอ.อ้อยมาฝังไว้ จำนวน 3 จุด แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ

จากนั้นญาติอีกกลุ่มกว่า 20 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารได้เดินทางไปยังป่า ท้ายอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่างโดยเชื่อว่าเป็นจุดพิกัดที่หมอปลา ส่งแผนที่มาให้ ระบุเป็นจุดฝังศพ โดยพบว่าบริเวณดังกล่าว เป็นป่าติดกับไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปด้านในป่า ติดกับอ่างเก็บน้ำ ก็พบจุดที่มีรอยเผาไหม้ แต่เมื่อลองตรวจสอบ คาดว่าน่าจะเป็นจุดเผาไม้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังพบหลุมลึกประมาณ 50 เซนติเมตรมีน้ำขัง ทางญาติได้ทดลอง นำไม้ยาวกว่า 1 เมตร แทงลงไปในหลุม ก่อนดมกลิ่น โดยเผยว่าดินมีกลิ่นเน่า แต่คาดว่า น่าจะเป็นกลิ่นของน้ำที่หมักหมมกัน ก่อนยุติการค้นหา

keyboard_arrow_up