ปะทะเดือดหน้าจอ! ทนายดังฉะมือขวานแหกกฎหมาย ทุบรถคนขาดี แต่คนพิการแห่เชียร์ (คลิป)

Alternative Text pp@

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Peerapong Amornpich” ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ หลังจากที่ทุบกระจกรถของคู่กรณี เนื่องจากไม่พอใจที่ คู่กรณี ขับรถเข้ามาจอดตรงที่จอดรถของคนพิการ ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ใน จ.เชียงราย โดยก่อนลงมือทุบรถนั้น หนุ่มคนดังกล่าว ได้ประสานให้ทางห้าง ประชาสัมพันธ์ บอกให้คู่กรณีมาเลื่อนรถ แต่ก็ไร้วี่แววจนเวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง ก็ยังไม่มีการเลื่อนรถ หนุ่มคนดังกล่าวจึงตัดสินใจทุบกระจกรถและยินดีจ่ายค่าเสียหาย กลายเป็นที่วิจารณ์ว่าชายคนดังกล่าวทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่สังคม 

รถคู่กรณีโดนทุบ

ล่าสุด วันที่ 9 ธ.ค. 62 นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย นายณรงค์ ไปวันเสาร์ อุปนายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย พร้อมผู้พิการ เดินทางมาที่ อมรินทร์ทีวี มอบกระเช้าดอกไม้ เพื่อเป็นกำลังใจให้นายพีระพงค์ อมรพิชญ์ อายุ 46 ปี ผู้ก่อเหตุทุบกระจกรถ และกล่าวขอบคุณที่ต่อสู้เพื่อคนพิการทั้งประเทศ

นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย

นายณรงค์ เปิดเผยว่า ตั้งใจมามอบกระเช้าให้นายพีระพงค์ เพื่อให้รู้ว่านายพีระพงค์ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ซึ่งทางเราพยายามต่อสู้และรณรงค์เรื่องนี้ตลอดชีวิต สิ่งที่นายพีระพงค์ทำเพื่อให้สังคมได้ฉุกคิดว่า สังคมนี้ยังมีคนพิการอยู่ ซึ่งตนพิการไม่ต้องการความได้เปรียบทางสังคม แต่มีความจำเป็นต้องใช้ที่จอดรถคนพิการจริง ๆ หากที่ไม่กว้างพอ ก็ทำให้ลงจากรถไม่ได้

ทั้งนี้ เรื่องกระแสสังคมก็มีความกังวงใจ กลัวว่านายพีระพงค์จะท้อ คนดี ๆ ทำเพื่อสังคม แต่หากมีกระแสลบก็อาจจะท้อได้ และอยากให้กำลังใจ ขอบคุณที่สู้เพื่อคนพิการ 2 ล้านคนในประเทศไทย และอยากฝากถึงสังคมทั่วไป ต้องเอื้อเฟื้อ เห็นอกเห็นใจกัน และคนพิการก็ขอความเห็นใจจากสังคมด้วย

นายณรงค์ ไปวันเสาร์ อุปนายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย

จากนั้น นายปิยะบุตร เทียนคำศรี ประธานทูตอารยสถาปัตย์ กทม. พร้อมคณะผู้พิการ เดินทางมาที่อมรินทร์ ทีวี เพื่อให้กำลังใจนายพีระพงค์ เช่นกัน โดยนายปิยะบุตร เปิดเผยว่า วันนี้ตนนำกระเช้ามามอบให้กำลังใจนายพีระพงค์ ตนเห็นกระแสข่าวแล้ว ก็อยากมาขอบคุณที่ช่วยพิทักษ์สิทธิ์ให้คนพิการ ซึ่งตนทำหน้าที่สำรวจและรณรงค์เรื่องอำนวยความสะดวกเพื่อคนทั้งมวล เช่น ที่จอดรถสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ

นายปิยะบุตร เทียนคำศรี ประธานทูตอารยสถาปัตย์ กทม.

ด้าน นายพีระพงศ์ คนทุบกระจกรถ เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิดว่า รู้สึกภูมิใจที่ตนเองทุบกระจกรถของคู่กรณี มันเกิดจากความอัดอั้นที่อยู่ในใจมานาน มองว่าเป็นหน้าที่ของตนเองที่ต้องทวงความยุติธรรมให้กับผู้พิการ และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทำแบบนี้ จุดประสงค์ที่พกขวานไว้ในรถตลอด เพราะที่ผ่านมาเอาไว้ช่วยชีวิตคนออกจากรถขณะประสบอุบัติเหตุ เช่น เอาขวานไว้ทุบกระจกหากมีรถตกน้ำ ไม่ได้พกไว้ข่มขู่หรือทำร้ายใคร

เชื่อว่าสิ่งที่ตนเองทำไปนั้นจากนี้สังคมจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแน่นอน ที่ผ่านมาตนเองยอมลงทุนเดินเข้าไปบอกทีละคนว่าไม่ควรหรือห้ามจอดรถที่คนพิการ ซึ่งโชคดีที่ทุกคนยอมปฏิบัติตาม แต่ได้ผลแค่ระดับหนึ่ง เพราะยังมีอีกหลายคนที่ไม่สนใจและไม่ปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตามไม่เชื่อว่ากฏหมายจะแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าหลักของเหตุผล หรือสามัญสำนึก

นายพีระพงค์ อมรพิชญ์ ผู้ก่อเหตุ

ขณะที่ ทนายเกิดผล แก้วเกิด เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิดว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นการอ้างความชอบธรรมในสิทธิ์ของตนเอง ในขณะที่ตัวเองก็ยังละเมิดกฏหมายและสิทธิ์ของคนอื่นด้วย ทั้งนี้ทุกคนต้องเคารพกฏหมาย ต้องต่อสู้ทางกฏหมายเท่านั้น สิ่งที่ปรากฏถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนหรือสังคม และยังเป็นกระตุ้นและปลุกระดมให้ผู้อื่นใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา ถึงแม้จะยอมชดใช้ค่าเสียหายก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลล้วนขึ้นอยู่กับจิตสำนักของคน ไม่แนะนำให้คนนิยมใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

ทนายเกิดผล แก้วเกิด

นอกจากนี้ นายพีระพงค์ ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยหลังจบรายการต่างคนต่างคิดว่า วันนี้ตนได้รับกำลังใจดีมาก ตอนแรกรู้สึกไม่ดี ได้อ่านข่าวที่บอกว่า “น้ำตานองหน้า ถูกเมียทิ้ง” บางกระแสข่าวบอกว่าตนย้ายบ้านหนีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งตนก็อยู่บ้านเดิม ทั้งหมดเป็นข่าวปลอม ตนพร้อมต่อสู้กับอิทธิพล และไม่รู้สึกหดหู่ หากมีคนด่าตนว่าบ้า แต่ถ้าบ้าและเปลี่ยนสังคมได้ ก็ดีกว่าคนปกติที่อยู่แบบเต่าหัวหด แล้วไม่ทำอะไรเลย และสิ่งที่ตนทำอยู่ มีความหมายมากสำหรับคนพิการ

นายพีระพงค์ อมรพิชญ์ ผู้ก่อเหตุ

ทั้งนี้ ตนไม่โกรธที่สังคมด่า แต่รู้สึกแย่เรื่องข่าวปลอม ที่ผ่านมาสังคมเอาเปรียบคนพิการมาตลอด โดยวันเกิดเหตุตนไปแจ้งประชาสัมพันธ์ห้างฯ ว่ามีคนปกติไปจอดรถที่คนพิการ และขอให้เลื่อนรถ แต่ประชาสัมพันธ์แจ้งว่าประกาศบอกไม่ได้ เพราะเป็นการประจานลูกค้า แต่เรียกให้เจ้าของรถมาพบ ตนก็ไปกินข้าวก็กลับมาพบว่ารถคันดังกล่าวยังจอดอยู่ “ตนต้องขอบคุณป้าทุบรถ ที่เป็นตัวอย่างนำไปก่อน ตนก็ทำตามป้าทุบรถ” หลังจากนี้ ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก ตนจะไม่ทุบรถอีกแล้ว เพราะตนต้องเลี้ยงดูลูก มีครอบครัวต้องดูแล ไม่พร้อมจะเสี่ยงแล้ว

จำลองเหตุการณ์

นอกจากนี้ ฝากถึงสังคมอย่าโจมตีคู่กรณี ตนต้องขอบคุณอีกฝ่าย ที่เป็นส่วนหนึ่งช่วยทำให้สังคมดีขึ้น ซึ่งเขาก็ได้รับผลกระทบเยอะ ตนก็ไม่สบายใจ และฝากขออภัยด้วย ซึ่งตนเองก็เคยทำผิด และอยากให้โฟกัสที่เรื่องการจอดรถ หากทำผิดก็อาจจะโดนทุบรถและประจาน ซึ่งไม่คุ้มเลย

keyboard_arrow_up