ครั้งแรก “เสี่ยท็อป” คุยกับแม่ผ่านห้องขัง บอก “อย่าห่วง” – พี่เลี้ยงเผยแม่ไม่ประกัน ปล่อยลูกสู้คดี (คลิป)

จากกรณี ศาลเเขวงพระนคร เหนือสั่งจำคุก นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เป็นเวลา 6 เดือน คดีเช็คเด้ง 4.5 ล้าน ซึ่งเป็นคดีเก่าเมื่อปี 2557 (อ่าน : แถลงรวบตัว “เสี่ยท็อป” คาสนามบินดอนเมือง คุมตัวไปโรงพัก จ่อฝากขังศาลพรุ่งนี้) ล่าสุด วันที่ 18 ต.ค. 62 ศาลได้อ่านคำพิพากษา ก่อนนำตัวส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

“เสี่ยท็อป” คุยกับแม่ทางโทรศัพท์ ผ่านห้องขัง

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เป็นสื่อกลางโทรหาแม่อ้อย โดยเปิดสปีกเกอร์โฟน เพื่อให้พูดคุยกับเสี่ยท็อปที่อยู่ในห้องขัง ซึ่งแม่ได้ฝากความเป็นห่วงให้เสี่ยท็อปดูแลสุขภาพ และทำใจให้สบาย และให้หาของหวานกินเพราะเสี่ยท็อปเป็นโรคเบาหวาน สุดท้ายยืนยันว่าจะไม่ประกันตัว ซึ่งเสี่ยท็อปบอกให้แม่ไม่ต้องเป็นห่วง และพักผ่อนเยอะ ๆ

เจ้าหน้าที่คุมตัว “เสี่ยท็อป”

โดยเสี่ยท็อป เปิดเผยว่า ตนตั้งใจกลับมาจากฮ่องกง เพื่อแจ้งความเอาผิด น.ส.ดาริน ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนเรื่องเงินยืนยันว่าไม่ได้เป็นหนี้ น.ส.ดาริน ส่วนเจ้าหนี้แต่ละเจ้า ตนได้ทำบันทึกข้อตกลงไปแล้วตั้งแต่ก่อนวันแต่งงาน ซึ่งไม่มีเหตุที่ น.ส.ดาริน ต้องออกมาเรียกร้อง ซึ่งพฤติกรรมของผู้หญิงเหมือนการตบทรัพย์ ตนยืนยันความบริสุทธิ์

นางญาณี รักติประกร แม่เสี่ยท็อป (แฟ้มภาพ)

นางญาณี รักติประกร หรือ อ้อย แม่เสี่ยท็อป ที่ จ.สระบุรี โดยให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า คดีที่ถูกจับกุม คู่กรณีเป็นเจ้าของคลินิกเกี่ยวกับร้านเสริมสวย ลูกชายได้ทำหนังสือจะซื้อจะขาย แล้วมีการเซ็นเช็คกันไว้ โดยที่ยังไม่ได้โอน กรณีนี้เจ้าของคลินิกคนนี้ไปฟ้องศาลว่า ได้รับความเสียหายที่ลูกชายตนจะไปซื้อคลินิก แต่ไม่ซื้อ ซึ่งตอนที่เกิดเรื่อง ตนได้นำโฉนดที่ดินผืนหนึ่งไปให้คู่กรณี เพื่อชดใช้ค่าเสียหายแล้ว และคู่กรณีมีการไปโอนโฉนดที่ดินเป็นชื่อตัวเองแล้วด้วย (อ่าน : แม่ “เสี่ยท็อป” ลั่นไม่ประกัน เก็บเงินให้ลูกทำทุนหลังออกคุก ฉะคู่กรณีฟ้องทำไม โอนโฉนดชดใช้แล้ว)

นางวนิตา ฉายสุวรรณ แม่บ้านของแม่เสี่ยท็อป

ทีมข่าวเดินทางมาที่ จ.สระบุรี นางวนิตา ฉายสุวรรณ อายุ 46 ปี แม่บ้านของแม่เสี่ยท็อป เล่าว่า หลังจากมีข่าวว่าลูกชายไปหลอกแต่งงานประมาณ 4-5 วัน แม่ของเสี่ยท็อปก็รู้สึกเครียดมาก ร้องไห้เสียใจ เครียดหนักถึงขั้นจะกินยานอนหลับ แต่ตนห้ามไว้ ทั้งนี้ แม่ของเสี่ยท็อปเป็นคนดีมาก ชอบช่วยเหลือคน ใครไม่มีกิน ก็จะคอยช่วยเหลือ มีคนแถวบ้านป่วยเดินไม่ได้ แม่เสี่ยท็อปก็ซื้อไม้ค้ำมาให้ใช้

ล่าสุด แม่เสี่ยท็อปอาการแย่ลง ตนทำกับข้าวให้กิน ก็ไม่ค่อยกิน และบ่นว่ารู้สึกแน่นอก เพราะร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะร้อง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วลูกสาวพาแม่เสี่ยท็อปไปดูแลแทน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าคนเป็นแม่ต้องช่วยลูกแน่นอน เพราะถึงผิดพลาดขนาดไหน คนเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่ตอนนี้คงไม่ประกันตัว และให้เสี่ยท็อปต่อสู้คดี

keyboard_arrow_up