เปิดใจลูกค้าถูกเจ้าของร้านกาแฟ ดึงปลั๊กไฟต่อโน้ตบุ๊ก ถูกด่านั่งแช่น่ารำคาญ เพราะสั่งเครื่องดื่มแก้วเดียว (คลิป)

วันที่ 9 ต.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านกาแฟ ระหว่างลูกค้ากับเข้าของร้านกาแฟ โดยเป็นวินาทีที่ผู้หญิงที่เป็นลูกค้า และเป็นคนถ่ายคลิปนั่งดื่มกาแฟ และเอาโน้ตบุ๊กส่วนตัวมาใช้ในร้าน โดยต่อไฟเสียบปลั๊กไฟของร้าน นั่งทำงานไปด้วย ผ่านไปสักพักเจ้าของร้านกาแฟจึงเดินมาต่อว่า แล้วชักปลั๊กไฟโน้ตบุ๊กของลูกค้าคนดังกล่าวออก กระทั่งมีปากเสียงโต้เถียงกันไปมา

โดยภายในคลิป ลูกค้าบอกว่า ตนเป็นลูกค้าประจำ ชอบบรรยากาศร้านเลยกลับมาอีก และไม่ได้จ่ายเงินซื้อกาแฟแก้วเดียว ซื้ออย่างอื่นกินด้วย ไม่ได้มาใช้ไฟฟรี ๆ นะ ส่วนฝ่ายเจ้าของร้านก็ตอบมาว่า ลูกค้าอะไรไม่มีมารยาท นั่งยกแข้งยกขา นั่งแช่นาน ใช้ไฟร้าน แบบนี้ไม่มีมารยาท ลูกค้าคนอื่นจะมานั่งก็นั่งไม่ได้

ภาพจากคลิป

ล่าสุด น.ส.แก้ว (นามสมมติ) ผู้โพสต์คลิป เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (8 ต.ค.) ไปใช้บริการที่ร้านกาแฟดังกล่าว โดยซื้อมา 1 แก้ว ราคา 40 บาท จากนั้นก็เสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กนั่งทำงานตามปกติ จนเวลาประมาณ 16.00 น. ผู้หญิงในคลิปซึ่งเป็นเจ้าของร้านได้เดินมาดึงปลั๊กโน้ตบุ๊กตนออก ทำให้หน้าจอดับไป รวมถึงดึงปลั๊กพัดลมข้างตนพร้อมยกออกไปให้ลูกค้าอีกโต๊ะ ตนก็รู้สึกงง จึงสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายก็พูดในทำนองว่า ตนนั่งนาน ใช้ไฟที่ร้านทำให้สิ้นเปลือง รวมถึงบอกว่าตนน่ารำคาญ ซึ่งตนก็แปลกใจว่าตนทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ

น.ส.แก้ว (นามสมมติ) ผู้โพสต์คลิป

โดยร้านดังกล่าวเป็นร้านที่ตนเคยเข้าเป็นประจำ แต่ห่างไปหลายเดือน เพิ่งกลับมาอีกครั้ง ยอมรับว่าปกติตนจะนั่งนานครั้งละ 2-3 ชั่วโมง แต่ไม่ได้ใช้ไฟทุกครั้ง แต่เหตุที่วานนี้ต้องเสียบปลั๊กไฟเพราะโน้ตบุ๊กของตนมีปัญหาชาร์จไฟไม่เข้า ต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลา และปกติตนจะสั่งอาหารตลอด ครั้งละไม่ต่ำกว่า 200 บาท แต่วานนี้ตนยังไม่ทันสั่งอาหาร ตั้งใจว่าจะสั่งช่วงเย็น ซึ่งก็เกิดเหตุขึ้นก่อน ทั้งนี้ การที่ตนกล้าใช้ไฟเพราะตั้งแต่ที่มาใช้บริการในครั้งแรก ร้านก็บริการเป็นอย่างดีในการหาปลั๊กไฟให้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาใด ๆ และลูกค้าคนอื่นก็เข้ามาใช้ไฟเช่นเดียวกัน จึงอยากถามว่าเหตุใดจึงเลือกปฏิบัติกับตน

ส่วนเหตุที่ตนโพสต์คลิป ก็เพียงแค่อยากรู้ว่าตนทำอะไรผิด หากไม่อยากให้ตนใช้ไฟหรือไม่อยากให้นั่งต่อเหตุใดจึงไม่เข้ามาพูดดี ๆ นอกจากนี้ยอมรับว่าเข็ดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคิดว่าคงไม่ต้องเคลียร์กับเจ้าของร้าน เพราะหลังจากนี้คงไม่กลับไปกินกาแฟที่ร้านดังกล่าวอีกแล้ว

keyboard_arrow_up