เพื่อนหนุ่มวินช็อก 2 วินบุกลั่นไกตายต่อหน้า คาดเบิ้ลท่อดังใส่กัน – แม่เศร้า ลูกตายในวันเกิดแม่ (คลิป)

วันที่ 15 ก.ค. 62 ความคืบหน้าจากกรณี นายโสภณ ทองกลัด หรือ โอ๊ต ถูกยิงด้วยอาวุธปืนภายในซอยรัชดาภิเษก 32 แยก5-4 ซึ่งเป็นวินภายในซอย หลังเกิดเรื่องเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ คือ นายกฤติเดช โพธิ์พระ หรือ เบนซ์ คนขับวินปากซอยรัชดาภิเษก 32 ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพมีปมแค้นกับผู้ตายมาเมื่อ 2 ปีก่อน

โดยนายสิงห์ (นามสมมติ) เพื่อนร่วมวินผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ส่วนตัวตนไม่ได้สนิทกับคนก่อเหตุ เพียงวิ่งรถอยู่วินเดียวกัน เท่าที่ทราบคนก่อเหตุก็เป็นคนดี เรียนจบปริญญา ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุเช่นนี้ เวลาอยู่วิน นายเบนซ์ก็พูดคุยหยอกล้อกับเพื่อน ๆ ตามปกติ ส่วนอาวุธปืน ตนเคยเห็นนายเบนซ์นำมาอวดเพื่อน ๆ ที่วิน 1 ครั้ง โดยบอกว่าปืนกระบอกดังกล่าวพกเอาไว้ป้องกันตัว ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่านายเบนซ์พกปืนตลอดเวลาหรือไม่ ส่วนตอนเกิดเหตุตนเองไม่ทราบ และปัญหามาจากสาเหตุอะไรนั้นตนก็ไม่แน่ใจ เพราะเท่าที่ทราบ ผู้ตายกับนายเบนซ์เคยมีปัญหากันมาระยะหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องลักไก่รับผู้โดยสารนอกวิน แต่ปัญหานี้ก็มีมาเป็นปีแล้ว

นายสิงห์ (นามสมมติ) เพื่อนร่วมงานผู้ก่อเหตุ

ส่วนเรื่องเสียงรถจักรยานยนต์ของนายโสภณมีเสียงดังนั้น เท่าที่ตนเคยได้ยินยอมรับว่าเสียงก็ดังกว่าปกติ ซึ่งนายโสภณจะขับรถผ่านหน้าวินพวกตนเป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะหรือด่าว่ากันที่วิน พวกตนก็ไม่เคยว่า เพราะไม่มีใครอยากมีปัญหา

บรรยากาศงานศพ

สำหรับบรรยากาศงานศพนายโสภณ ที่วัดลาดพร้าว เป็นไปด้วยความโศกเศร้า สภาพศพผู้ตายถูกยิงบริเวรหน้าอกใกล้กับไหล่ทั้ง 2 ข้าง คอด้านซ้ายยังพบรอยกระสุนที่คาดว่าแฉลบจากหน้าอก ที่หน้าผากมีรอยแตก เนื่องจากล้มกระแทกพื้นหลังถูกยิง

นายศักดิ์ชัย ขุนทอง (ซ้าย) และนายธีรวัฒน์ อุ่นสวัสดิ์ (ขวา) ผู้อยู่ในเหตุการณ์

โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเวลา 23.10 น. ผู้ตายนอนอยู่ที่เปลซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเพิงของวินรับจ้าง จังหวะนั้นมีรถจักรยานยนต์ที่ผู้ก่อเหตุขี่มาพร้อมกับมีคนซ้อนท้าย 1 คน คนก่อเหตุถามคนในวินว่า “คนไหนโอ๊ต” จากนั้นทั้ง 2 คนก็เดินไปคุยกันปกติ ไม่มีทะเลาะหรือมีปากเสียงกัน ส่วนคนที่ซ้อนมาตนไม่ทราบว่าเป็นใคร หลังมาจอดรถได้เดินออกไปจากที่เกิดเหตุแล้ว จากนั้นตนไม่ได้สนใจอะไร จนได้ยินเสียงของผู้ตายพูดออกมาว่า “เล่นปืนเลยหรือ” ต่อมาก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดติดกัน หลังเกิดเหตุได้เดินกลับไปขึ้นรถและขี่ออกไปอย่างใจเย็น โดยพวกตนก็ทำอะไรไม่ถูก หวังแต่จะช่วยชีวิตนายโสภณก่อน

ภาพจำลองเหตุการณ์

ทั้ง 2 คนเล่าว่า ก่อนที่นายเบนซ์จะขี่รถออกไปก็ยังหันกระบอกปืนมาถามพวกตนด้วยว่า เกี่ยวด้วยไหม ตนเองก็บอกว่าไม่ได้เกี่ยว ทำให้พวกตนตัดสินใจไม่เข้าไปหาผู้ก่อเหตุ ที่ผ่านมาตนเองเคยทราบข้อมูลว่า คนก่อเหตุเคยนำปืนมาโชว์ และยิงขึ้นฟ้าที่หน้าปากซอยมาแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุแบบนี้ เพราะตนก็ไม่เคยรู้จักกับนายเบนซ์มาก่อน หากคนก่อเหตุอ้างว่าที่มายิงเพื่อนตน มาจากสาเหตุไม่พอใจที่ท่อรถดัง ตนเองก็คิดว่าเป็นเพียงข้ออ้าง และเชื่อว่าผู้ก่อเหตุวางแผนมาแล้ว จะอ้างบันดาลโทสะไม่ได้ เนื่องจากไม่มีปากเสียงกันสักคำ

 

นางติ๊ก (นามสมมติ) แม่ผู้เสียชีวิต

ด้านนางติ๊ก (นามสมมติ) แม่ผู้เสียชีวิต เปิดใจทั้งน้ำตาว่า วันเกิดเหตุเป็นวันเกิดตน (14 ก.ค.) ซึ่งตนไม่คิดว่าวันเกิดตนจะเป็นวันตายของลูก ลูกยังโทรศัพท์อวยพรวันเกิดตนอยู่เลย ส่วนตัวตั้งใจจะไปหาลูกในวันที่ 17 ก.ค.นี้ เนื่องจากเป็นวันเกิดลูกชาย ตั้งใจจะไปกินข้าว เอาเงินไปให้ลูก สุดท้ายลูกก็มาจากตนไปก่อน หากลูกชายได้ยินตนอยากให้ลูกมาเกิดเป็นลูกตนอีก ตนคิดว่าชาตินี้เราหมดเวรหมดกรรมกันแค่นี้ ส่วนปัญหาของลูกชายกับคู่กรณีนั้นตนไม่ทราบมาก่อน

 

keyboard_arrow_up