รู้ตัวแล้ว! 3 ตร. 1 หญิง ตั้งทีมอุ้ม “ส.ต.ท.” พร้อมเพื่อน เรียกค่าไถ่นับแสน

จากกรณี ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กระพ้อ จ.ปัตตานี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภ.9 ที่สำนักงานตำรวจภูธร ภาค 9 ส่วนหน้า จ.ยะลา เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 62 หลังจากที่ถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธร ภาค 9 รวมจำนวนกว่า 10 คน ยึดอาวุธปืนประจำกาย 2 กระบอก และอุ้มขึ้นรถยนต์กระบะพร้อมกับกลุ่มเพื่อนชายที่ไม่ได้เป็นตำรวจอีก 5 คน เข้าเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเรียกค่าไถ่รวมกันเป็นเงินจำนวน 5 แสนบาท แต่มีการต่อรองกันจนเหลือ 2 แสนบาท โดยให้เป็นเงินสดและจำนำรถเก๋งส่วนตัว 1 คัน ก่อนถูกปล่อยตัวออกมา พร้อมกับคืนอาวุธปืน

ส.ต.ท.สัญลักษณ์พร้อมกับแม่ นำหลักฐานเข้าแจ้งความ

ล่าสุด วันที่ 11 พ.ค. 62 ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส.ต.ท.สัญลักษณ์พร้อมกับแม่ ได้นำเอกสารหลักฐานทั้งบันทึกข้อความขอความเป็นธรรม ข้อความสนทนากับคนร้าย และหลักฐานการโอนเงิน และจำนำทอง เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.เดชาวัต มากคำ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่อุ้มตัวไปเรียกค่าไถ่ ในความผิด 4 ข้อหา คือ ร่วมกันทำความผิดต่อเสรีภาพ, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง, ร่วมกันเรียกค่าไถ่ และร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยเบื้องต้นนั้นทราบตัวแล้ว 4 ราย โดยเป็นตำรวจทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตรรวม 3 ราย และอีกรายเป็นหญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็นคนติดต่อประสานงาน และอ้างตัวว่าเป็นภรรยาตำรวจ

ส.ต.ท.สัญลักษณ์ชี้จุดเกิดเหตุ จุดที่ 1

หลังจากนั้น พนักงานสอบสวนได้พาตัว ส.ต.ท.สัญลักษณ์ไปชี้จุดที่เกิดเหตุ 2 จุด โดยจุดแรกอยู่ภายใน ซ.18 ถ.รัตนอุทิศเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดที่ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ ได้ขับรถเก๋งมาส่งเพื่อนที่บ้านพัก และพบกับกลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ ก่อนที่จะมีการชุลมุนกันขึ้น และทั้ง 6 คน ถูกอุ้มขึ้นท้ายรถยนต์กระบะมุ่งหน้าไปยังเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งภายใน ซ.5 ถ.ท่าไทร-บางหยี ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ เป็นจุดเกิดเหตุจุดที่ 2 เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี

ส.ต.ท.สัญลักษณ์ชี้จุดเกิดเหตุ จุดที่ 2

ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ได้ทราบเรื่อง และสั่งให้การตั้งคณะกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และขอเวลาสะสางเรื่องนี้ แต่อาจจะยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลไปได้มากกว่านี้ แต่ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และหากมีความผิดจริงดังที่ปรากฏ ก็จะต้องได้รับโทษทั้งทางอาญาและวินัยอย่างถึงที่สุด

keyboard_arrow_up