เปิดนาทีดับสยอง! เทรลเลอร์ทับหัว นศ.เละ จอดดูก่อนเผ่น – ญาติ จี้มอบตัว สลดอีกแค่ปีเรียนจบ (คลิป)

จากกรณีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถเทรลเลอร์ ทำให้คนขี่รถจักรยานยนต์เสียหลัก ถูกรถเทรลเลอร์เหยียบศีรษะ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวานนี้ (23 ก.พ.) เวลา 17.00 น. บนถนน 305 รังสิต-นครนายก ขาเข้า คลอง 3 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายวรภพ เล้าวาลิต หรือ โอ๊ต อายุ 22 ปี นศ.คณะนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต โดยที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด

บริเวณถนนจุดเกิดเหตุ

วันที่ 24 ก.พ. 62 นายบุญลือ กลิ่นจันทร์คลาย อายุ 55 ปี พนักงานร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะที่เกิดเหตุ ตนนั่งอยู่ที่ร้าน ได้ยินเสียงดัง “โบ๊ะ” 1 ครั้ง ครั้งแรกนึกว่าเสียงยางระเบิด แต่มารู้ทีหลังว่าคนขี่รถจักรยานยนต์ถูกรถเทรลเลอร์ทับศีรษะเละ

นายบุญลือ กลิ่นจันทร์คลาย ผู้เห็นเหตุการณ์

จากนั้น คนขับรถเทรลเลอร์ขับเลยไปจอดข้างหน้า ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เพื่อดูเหตุการณ์ 1 นาที ซึ่งไม่มีใครจำทะเบียนหรือถ่ายรูปไว้ จากนั้นกู้ภัย ตำรวจก็มาถึงจุดเกิดเหตุ

ภาพจำลองเหตุการณ์

ทั้งนี้ ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนขับรถเทรลเลอร์ แต่เท่าที่ทราบ ก่อนเกิดเหตุนั้น มีชายหญิงซ้อนท้ายจักรยานยนต์กันมา ลักษณะตีคู่กับผู้ตาย น่าจะเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเห็นว่าทั้งคู่จอดรถลงมาดูเหตุการณ์ และช่วยโบกรถอำนวยการจราจร และเห็นว่าให้การกับตำรวจแล้ว ซึ่งถนนเส้นนี้มักจะมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากฝากให้ทุกคนระมัดระวังด้วย

พิธีบำเพ็ญกุศลศพนายวรภพ
พิธีบำเพ็ญกุศลศพนายวรภพ

ขณะที่ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปที่วัดเขานางบวช ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก สถานที่บำเพ็ญกุศลศพนายวรภพ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบสงบ ซึ่งคุณแม่ร้องไห้ตลอดเวลาโดยไม่พูดจากับใคร มีญาติพี่น้องคอยปลอบอยู่ตลอด

นางศรินทิพย์ (สงวนนามสกุล) ป้าของผู้เสียชีวิต

ด้าน นางศรินทิพย์ (สงวนนามสกุล) ป้าของผู้เสียชีวิต เปิดใจว่า ตอนนี้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ ช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น น้องโอ๊ตเป็นลูกคนเดียว และเป็นหลานชายคนเดียวของตระกูล ตนและแม่น้องโอ๊ตมาเยี่ยมพ่อแม่ที่นครนายก กำลังจะกลับกรุงเทพฯ ช่วง 20.00 น. มีตำรวจโทรมาบอกว่าน้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตอนนั้นทุกอย่างเหมือนฝันไป เพราะเมื่อช่วงเช้า แม่ยังล้างรถจักรยานยนต์คันที่ประสบเหตุให้อยู่เลย และน้องโอ๊ตบอกกับแม่เขาว่า เหลือเรียนอีก 1 ปี ก็จะจบแล้ว แม่จะได้ไม่ต้องมาลำบากกับโอ๊ตแล้ว โดยความใฝ่ฝันของน้องโอ๊ตคือ อยากเป็นคนทำภาพยนตร์ และวันเกิดเหตุก็กำลังไปทำโปรเจกต์ภาพยนตร์กับเพื่อน

ส่วนทางคดี มีการพูดคุยกับตำรวจแล้ว ตนทราบแต่ว่าพยานในที่เกิดเหตุมีน้อย ไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้ ตนขอวิงวอนผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์หรือผู้ที่มีข้อมูล ขอให้บอกกล่าวกับตำรวจ เพราะครอบครัวต้องการความยุติธรรมให้กับหลาน อยากทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รวมทั้งฝากไปถึงคนขับรถเทรลเลอร์ด้วยว่า ตนก็เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่การที่ขับรถทับคน ก็อยากให้มีมนุษยธรรมด้วย ไม่ใช่ผิดแล้วหนี อยากให้มาพูดคุยขอขมา ทางครอบครัวยินดีที่จะอโหสิกรรม

keyboard_arrow_up