สาวกราบเท้าผัวรู้สึกผิด ถูกผู้ใหญ่บ้านขยี้สวาท จี้ปลด – เจ้าตัวฉะ แก๊งแบล็กเมล์ตบทรัพย์ (คลิป)

วันที่ 15 ก.พ. 62 เวลา 11.00 น. นายณรงค์พร เพชรอุเทน ทนายความประจำสำนักงานทนายความชาติยุทธ แสนคำ นำนายอุทัย คึมยะราช อายุ 58 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 2 บ้านม่วง ต.โคกสูง อ.ปลาปาก จ.นครพนม พร้อมกับญาติเดินทางไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม พร้อมยื่นหลักฐานขอความเป็นธรรม ในกรณีมีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งได้หลอก นางใจ (นามสมมติ) อายุ 54 ปี เมียของตนไปกระทำมิดีมิร้ายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพยานคือนางอุทัย คึมยะราช (ชื่อ-นามสกุล เหมือนกัน) อายุ 57 ปี พี่สาวของนางใจ เป็นผู้พบเห็นทั้งสองอยู่ในรีสอร์ต

นายอุทัย คึมยะราช สามีนางใจ พร้อมญาติเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมฯ

โดยนางอุทัย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนกับคนรักได้พากันมาเปิดห้องที่รีสอร์ต พบรถจักรยานยนต์มีลักษณะเหมือนกับรถน้องสาวของตนจอดคู่กับรถยนต์ของผู้ใหญ่บ้านที่ห้องพัก ด้วยความสงสัยจึงโทรศัพท์ถามนางใจว่าอยู่ไหน ก็ได้รับคำตอบว่าตอนนี้ทำธุระอยู่ในตัว จ.นครพนม นางอุทัยรออยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง กระทั่งประตูห้องพักเปิดออกมา มีผู้ใหญ่บ้านเดินเคียงข้างมากับนางใจตามที่คาดไว้ ทั้งสองเห็นถึงกับหน้าซีดถอดสี หลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านรับปากจะจ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 120,000 บาท นัดจ่ายกันวันที่ 2 ก.พ.นี้ เพียงขอร้องว่าอย่านำเรื่องทั้งหมดไปแพร่งพรายให้ใครรู้ เพราะต่างมีครอบครัวกันทั้งสองฝ่าย ถึงกำหนดวันนัด ปรากฏว่าผู้ใหญ่บ้านพลิกลิ้น ไม่ยอมจ่าย ท้าให้ไปฟ้องร้อง

ภาพถ่ายที่เป็นหลักฐาน

นายอุทัยเล่าว่า ในรุ่งเช้าวันที่ 3 ก.พ. ขณะที่ตนเตรียมตัวจะออกไปขับรถไถนารับจ้าง นางใจผู้เป็นเมียวิ่งมากอด แล้วทรุดตัวลงกราบแทบเท้าสามี ร่ำไห้บอกว่าตัวเองผิดไปแล้ว นายอุทัยเกิดความงุนงง ถามเมียว่าร้องไห้เป็นอะไร นางใจจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้สามีฟัง นายอุทัยถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูก แต่พยายามข่มใจพากันไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ปลาปาก พร้อมกับมีหนังสือถึงนายอำเภอปลาปาก ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ใหญ่บ้านคนนี้เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะมีพฤติการณ์ประพฤติตนผิดศีลธรรมอันดี และไม่เหมาะสมในฐานะเป็นผู้นำท้องถิ่น แต่เหมือนเรื่องจะไม่คืบหน้า จึงพากันมาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมดังกล่าว

นายอุทัย คึมยะราช สามีนางใจ

ด้านนายแสง (นามสมมติ) ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ในวันดังกล่าวตนเองต้องเดินสายไปทำงานหลายที่ จึงอ่อนเพลีย จึงไปเปิดโรงแรมนอนพักเอาแรง เพื่อจะไปประชุมต่อ หลังจากนั้นเมื่อออกจากห้อง จึงพบกับกลุ่มผู้กล่าวหาว่าตนไปมีอะไรกับนางใจ พร้อมยืนยันว่าไม่มีอะไรเกินเลยกับนางใจ หากมีหลักฐานก็ให้นำออกมา ไม่ใช่แค่มีภาพรถจอดใกล้กันแล้วจะกล่าวหากันได้ ส่วนเรื่องเงิน 120,000 บาทที่อ้างว่ามีการตกลงนั้นไม่ใช่ความจริง แต่เป็นการถูกข่มขู่

ทั้งนี้ ตนเองถูกเรียกตัวไปสอบในวันพุธที่ 20 ก.พ. นี้ หากผลออกมาว่าผิด ก็พร้อมจะยอมลาออกโดยดี ต้องเคารพการพิจารณาของคณะกรรมการ แต่ถ้าหากว่าตนเองไม่ผิด ก็ต้องคิดดูก่อนว่าจะฟ้องกลับหรือไม่ ตนพยายามเอาธรรมะเข้าข่ม ไม่อยากไปสร้างเวรสร้างกรรมต่อกัน

keyboard_arrow_up