ผู้ใหญ่บ้านปัดเป็นเจ้าของฝูงหมาขย้ำ 7 ขวบ – แม่เด็กย้อนถามถ้าตาย ใครรับผิดชอบ (คลิป)

จากกรณีสุนัขจรจัด 4-5 ตัว ที่อาศัยอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านพักชาวประมง บริเวณแพปลา บ้านท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา รุมกัด ด.ช.ดีแมกซ์ อายุ 7 ปี อาการสาหัส มีรอยกัดตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำส่งต่อยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อทำการรักษา เบื้องต้นอาการยังน่าเป็นห่วง (อ่าน : ชาวบ้านแฉ ต่างด้าวเลี้ยงหมาปล่อยทิ้งจรจัด ต้นตอขย้ำ 7 ขวบร่างพรุน ผวาดุกินไก่-กัดเด็ก)

บาดแผลบริเวณร่างกายน้องดีแมกซ์ ที่ถูกสุนัขกัด

วันที่ 28 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ บ้านท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา โดยนายสมเกียรติ เผ่าจำรูญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการกวาดล้างสุนัขจรจัดไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากมีข่าวเรื่องนโยบายขึ้นทะเบียนสุนัข ซึ่งต้องจ่ายค่าลงทะเบียนตัวละ 500 นั้น ชาวบ้านในพื้นที่ก็กลัวจึงนำสุนัขที่เลี้ยงไว้ไปปล่อยในที่สาธารณะเนื่องจากฐานะส่วนใหญ่ของคนในชุมชนยากจน จึงทำให้มีสุนัขจรจัดกลับมาในชุมชนอีกครั้งหนึ่ง

นายสมเกียรติ เผ่าจำรูญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7

นายสมเกียรติ ยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นเจ้าของสุนัขจรจัดเหล่านั้น จะไปถามใครในชุมชนก็ได้ แต่อยากให้สังเกตว่า หากตนให้อาหารกับสุนัขกลุ่มนี้ สุนัขก็ต้องมานอนที่หน้าบ้านตน แต่กลับไม่มี ตนเองเลี้ยงสุนัขแค่ตัวเดียวคือสุนัขที่ลูกสาวนำมา และเลี้ยงขังไว้ในบ้านเท่านั้น ไม่เคยนำไปปล่อยที่ไหน ส่วนเรื่องที่ครอบครัวของเด็กไปแจ้งความนั้น ตนไม่โกรธ เพราะก็ถือว่าเป็นลูกบ้านในชุมชน และหากสุนัขฝูงนี้เป็นของตนเองจริง ก็จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

นางศรอนงค์ แสงสิงห์ แม่ของน้องนิว

ด้านนางศรอนงค์ แสงสิงห์ แม่ของน้องนิว เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่ไปกับน้องดีแมกซ์และน้องไทเกอร์ในวันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายตนเคยถูกสุนัขกลุ่มนี้ไล่กวดมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ถูกกัด เนื่องจากมีผู้ใหญ่ไปด้วย ส่วนจุดเกิดเหตุนั้น ในวันหยุดเด็กกลุ่มนี้ก็จะมักจะเดินทางไปที่จุดดังกล่าวเพื่อไปหากุ้ง หาปู ตอนน้ำลดอยู่แล้ว แต่ปกติจะมีผู้ใหญ่ไปด้วย ซึ่งวันดังกล่าวคนที่จะไปด้วยไม่สบาย เด็ก ๆ กลุ่มนี้จึงไปกันตามลำพัง

สำหรับสุนัขฝูงดังกล่าวนั้นเป็นสุนัขเจ้าถิ่น และเป็นสุนัขที่ฉลาด เพราะเวลาน้ำขึ้นสุนัขกลุ่มนี้ก็จะขึ้นไปหลบตามป่าโกงกาง หรือใต้ถุนบ้านคน แต่เวลาน้ำลดก็จะออกมาหากิน บางครั้งก็ไปกัดกินไก่ของชาวบ้าน

บริเวณป่าโกงกางใกล้จุดเกิดเหตุ

โดยลูกตนเล่าว่า เด็ก ๆ ไม่ได้เข้าใกล้สุนัข แต่ขณะกำลังหาปู สุนัข 4 ตัว ก็วิ่งกวดมาไล่กัด และกระชากเสื้อน้องดีแมกซ์จนล้มลง ส่วนน้องนิวและน้องไทเกอร์ปีนต้นโกงกางหนี น้องนิวยังเล่าให้ตนฟังว่า สงสารน้องดีแมกซ์มาก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อีกทั้งขณะที่น้องดีแมกซ์ถูกสุนัขกัดอยู่นั้น น้องดีแมกซ์ก็ตะโกนบอกว่า “นิว ช่วยเราด้วย ช่วยเราด้วย” จากนั้นน้องนิวกับน้องไทเกอร์ก็วิ่งอ้อมคลองเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร เพื่อมาตามให้คนช่วย

แม่น้องนิวยังบอกอีกว่า ถ้าเด็กโดนกัดทั้ง 3 คนก็คงไม่รอด เพราะพ่อแม่ก็คงไม่รู้ว่าลูกไปโดนอะไร ส่วนเจ้าของตนเองก็ไม่รู้ว่าสุนัขพวกนี้มีเจ้าของหรือไม่ จะไปโทษใครก็ไม่ได้ ยิ่งมาเกิดเรื่องแบบนี้แล้วใครจะรับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบว่าเจ้าหน้าที่จับสุนัขทั้ง 4 ตัวออกไปแล้วก็สบายใจมากขึ้น เวลาออกไปหากุ้ง หาปู หาปลา ก็ไม่ต้องกังวลอะไร

ด.ญ.ปิ่นสุดา สอนพล พี่สาวน้องดีแมกซ์

ด้าน ด.ญ.ปิ่นสุดา สอนพล พี่สาวของน้องดีแมกซ์  เล่าว่า วันเกิดเหตุน้องนิวและน้องไทเกอร์วิ่งเข้ามาที่บ้าน แล้วบอกว่าน้องดีแมกซ์ถูกสุนัขกัด เมื่อทราบดังนั้น ตนจึงรีบนำไม้กับเหล็กติดมือไปช่วยน้อง

ขณะที่พบน้องครั้งแรก ตนเห็นน้องนอนหงาย พยายามใช้มือปัดป้องไม่ให้สุนัขเข้ามากัดได้ แต่คาดว่าเด็กคนเดียวคงสู้แรงของสุนัขกลุ่มนี้ไม่ไหว อีกทั้งขณะนั้นระดับน้ำในคลองเริ่มสูงขึ้น เกือบท่วมมิดร่างกาย หากตนไปช่วยน้องช้าอีกนิดเดียว น้องดีแมกซ์ก็อาจจะไม่รอด หลังจากสุนัขออกไปแล้ว ตนจึงอุ้มตัวน้องดีแมกซ์พาดบ่า สภาพเลือดเต็มตัว ตอนนั้นน้องยังมีสติบอกว่า “หนูหิวน้ำ หนูอยากกินน้ำ หนูเหนื่อย หนูไม่ไหวแล้ว” ซึ่งตนต้องปลอบน้องว่าให้อดทน พ่อกับแม่รออยู่ที่้บ้านแล้ว

น้องปิ่น บอกทั้งน้ำตาว่า สงสารน้องมาก แต่หากถามว่าต้องการฆ่าสุนัขที่กัดน้องไหม ตนก็ไม่อยากฆ่ามัน หากสุนัขรู้ภาษาคน ตนก็อยากจะถามว่า “น้องหนูไม่ได้ทำอะไรให้สุนัขเลย ทำไมสุนัขต้องมากัดน้องหนูด้วย” แต่หากสุนัขเหล่านี้มีเจ้าของจริงก็อยากจะบอกกับเจ้าของว่า ตอนที่สุนัขตัวเล็ก ๆ ทำไมถึงให้กินข้าว เลี้ยงดูได้ แต่เมื่อโตมาทำไมถึงไม่เลี้ยงดูมันให้ดี แล้วเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ก็ไม่มีใครรับผิดชอบ “ถ้าน้องหนูเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร มีเงินเป็นล้านเป็นแสนก็ซื้อชีวิตน้องหนูไม่ได้”

นางลำแพน แต้มศรี แม่น้องดีแมกซ์

ขณะที่ นางลำแพน แต้มศรี แม่น้องดีแมกซ์ บอกว่า ขณะนี้อาการของน้องดีแมกซ์รู้สึกตัวดี แต่ยังต้องเฝ้าดูอาการ เนื่องจากแพทย์กังวลว่า แผลที่โดนสุนัขกัดบางจุดค่อนข้างลึกจึงเย็บให้ไม่ได้ และต้องทำความสะอาดแผลดังกล่าว ซึ่งมีทั้งคราบเลน น้ำทะเล ผสมกับน้ำลายของสุนัข ทั้งนี้ อีก 2 วัน น้องก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง ตอนนี้ภาวนาว่าไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะเป็นอันตราย ส่วนน้องดีแมกซ์ก็บ่นว่าเจ็บแผลอย่างเดียว ลืมตาก็ร้องไห้ หลับตาก็ร้องไห้ และบอกว่าอย่าทิ้งเขาไปไหน ให้อยู่กับเขา เพราะว่าคล้ายอาการผวา

น้องดีแมกซ์ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล

นางลำแพน บอกทั้งน้ำตาว่า ตอนที่เห็นลูกชายครั้งแรก ตนเองรับไม่ได้ ไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้ ญาติโทรมาบอกว่าลูกถูกสุนัขกัดตอนแรกคิกว่าก็คงจะ 4-5 เขี้ยวเท่านั้น ตนพูดไม่ออกว่าจะรู้สึกอย่างไร จะให้ตนเองไปจับสุนัขที่กัดลูกมาฟันให้เละเลย มันก็ไม่หายแค้น ไม่หายสงสารลูก ตอนนี้ถึงจะจับสุนัข 4 ตัวนั้นไป อีกไม่นานก็จะมีสุนัขกลุ่มใหม่มาอยู่อีก พอเกิดเรื่องแบบนี้ก็ไม่มีใครรับว่าเป็นเจ้าของ

สุดท้ายอย่างบอกลูกว่า อยากให้ลูกสู้ เพราะว่าพ่อกับแม่ก็ไม่ได้ทิ้งไปไหน แต่ถ้าตนเองอยู่ตอนนั้น ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุนัขก็ตีไม่ได้ ตีสุนัขเราผิด ยิงสุนัขเราก็ติดคุก ถึงลูกเจ็บแบบนี้ ถ้าคนที่รักสุนัขไม่เจอกับตัวก็จะไม่รู้ ทุกวันนี้มีคนยังเข้าข้างสุนัขอยู่กับเหตุการณ์ที่เจอ ถ้าคนพวกนั้นไม่เจอกับตัวเองก็ไม่รู้สึกเหมือนตนเองว่าชีวิตสุนัข ชีวิตคน ชีวิตลูก ชีวิตเด็ก มันมีค่ากว่ากันตรงไหน

keyboard_arrow_up