คนเลี้ยงหมาบุกรุกที่ดิน 500 ล้าน ลั่นไม่ย้ายออก ถ้าไม่มีที่อยู่ใหม่ให้ฝูงหมา ญาติหลวงตาฉะ สร้างทุกข์ให้พระถูกฟ้อง แถมอาจโดนจับทั้งอาพาธ (คลิป)

จากกรณีองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ หรือ WATCHDOG THAILAND ได้รับแจ้งจากนายพูนศักดิ์ สุวรรณรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต ซึ่งเป็นผู้ดูแลคอกสุนัขภายในวัดบัวขวัญ จ.นนทบุรี ว่าหมู่บ้านที่อยู่ข้างวัด ร้องเรียนว่า คอกสุนัขได้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน เนื่องจากสุนัขส่งเสียงเห่าหอนดังรบกวน และส่งกลิ่นเหม็น โดยพบว่ามีบ้านหลายหลังได้รับผลกระทบ กระทั่งมีการฟ้องศาลต่อเจ้าของที่ดินที่สร้างคอกหมา (อ่าน : หลวงตาป่วยติดเตียง ซวยที่ดิน 500 ล. ถูกเอาหมานับร้อยมาปล่อย โดนฟ้อง พวกคนเลี้ยงหนีหมด)

วันที่ 21 ม.ค. 62 รายการต่างคนต่างคิด ตอน เจ้าของที่ดิน 500 ล้านซวย คนเลี้ยงหมา ทำถูกฟ้อง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. เชิญ คุณเดชา กิตติวิทยานันท์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย WATCHDOG THAILAND, คุณพูนศักดิ์ สุวรรณรัตน์ ประธานกรรมการชมรมคนรักหมาแมว จ.นนทบุรี, คุณยินดี พานชาตรี คนที่ดูแลสุนัข, คุณพรทิพย์ มงคลดี คนที่ดูแลสุนัข, คุณปาลิดา พรมภิรมย์ คนที่ดูแลสุนัข และคุณปาริชาติ จัดเจนนาวี หลานของหลวงตาบุญช่วย มาร่วมพูดคุยในรายการ

คุณเดชา กิตติวิทยานันท์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย WATCHDOG THAILAND

ทนายเดชา กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่า คำพิพากษาของศาลออกมาว่า ให้นำสุนัขออกจากพื้นที่ รื้อถอนกรงหรือคอกสัตว์ และห้ามนำสุนัขเข้าในพื้นที่ดังกล่าวอีก หลวงตาจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาล เนื่องจากปกติแล้วคดีดังกล่าวจะต้องมีการต่อสู้คดีในชั้นศาลก่อน แต่เท่าที่ทราบคือ หลวงตาไม่ได้ไปสู้คดี ซึ่งหากหลวงตาไม่สามารถกระทำตามคำสั่งได้ก็อาจจะมีเจ้าพนักงานของจังหวัดนนทบุรีเข้ามาจัดการเรื่องดังกล่าว แต่ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลกรณีดังกล่าวโดยตรงคือ ปศุสัตว์ ซึ่งจะต้องเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์

ซึ่ง กลุ่มผู้ดูแลสุนัข กล่าวว่า พวกตนเป็นผู้ดูแลสุนัขในพื้นที่ดังกล่าว โดยที่ไม่มีใครจ้างหรือจ่ายเงินให้มาเลี้ยง พวกตนยืนยันว่าสุนัขทั้งหมดนั้นเป็นสุนัขที่เคยอาศัยอยู่ในวัดบัวขวัญ ในสมัยที่หลวงตายังเป็นเจ้าอาวาส นอกจากนี้หลวงตาเองก็เป็นผู้อนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อเลี้ยงสุนัขด้วยตนเอง ดังนั้นลูกหลานและหลวงตาจะมาบอกว่าไม่รู้เรื่องคงเป็นไปไม่ได้

ทั้งนี้ ในช่วงแรก สุนัขไม่ได้มีจำนวนมากขนาดนี้ เพราะมีสุนัขอยู่เพียง 50 – 60 ตัว แต่เนื่องจากระยะเวลาที่ผ่านมามีผู้นำสุนัขมาปล่อยเรื่อย ๆ ทำให้ปัจจุบันมีสุนัขอยู่ในความดูแลของพวกตนกว่า 300 ตัว ดังนั้น หากเจ้าของที่ต้องการจะย้ายสุนัขดังกล่าวออกไป พวกตนก็ยอม เพียงแต่จะต้องมีการจัดสรรพื้นที่ให้กับสุนัขเพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีด้วย

กลุ่มผู้ดูแลสุนัข ยืนยันว่า ส่วนปัญหาที่ถูกร้องเรียนนั้น พวกตนทำความสะอาดคอกสัตว์ทุกวัน จึงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องกลิ่น ส่วนเรื่องเสียงรบกวนนั้น สุนัขจะส่งเสียงดังเฉพาะช่วงที่ให้อาหาร หรือมีคนแปลกหน้าเข้าไปเท่านั้น พวกตนก็รู้สึกสงสารหมู่บ้าน แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่มีที่ไปจริง ๆ

คุณพูนศักดิ์ สุวรรณรัตน์ ประธานกรรมการชมรมคนรักหมาแมว จ.นนทบุรี

ซึ่ง คุณพูนศักดิ์ กล่าวว่า ตนยอมให้นำสุนัขออกไปจากพื้นที่ เพียงแต่ต้องหาพื้นที่ให้สุนัขอยู่ด้วย โดยตนเป็นคนสร้างกรงและคอกสัตว์ โดยได้ขออนุญาตหลวงตาก่อนแล้ว อีกทั้งขณะที่เดินทางมาขออนุญาตก็มีพยานรู้เห็น ขณะนี้อาจต้องรอให้มีผู้ใจบุญบริจาคที่ดินเพื่อรองรับสุนัข แต่ทั้งนี้ตนทราบมาว่าหน่วยงานของจังหวัดอื่น ๆ เช่น สุพรรณบุรี หรือสระบุรี ก็สามารถจัดการเรื่องที่ดินเพื่อรองรับสุนัขได้ ตนจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดหน่วยงานของจังหวัดนนทบุรีจึงทำไม่ได้

ตนรู้สึกสงสารหลวงตา แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถพื้นที่รองรับฝูงสุนัขได้ หากได้รับบริจาคก็ยินดีจะขนย้ายสุนัขทั้งหมดออกไปจากพื้นที่ทันที

ด้าน คุณยินดี เปิดเผยความรู้สึกว่า เรื่องขนย้ายสุนัขนั้น หากจะมีผู้ใดนำสุนัขไปเป็นตัว ๆ ตนก็ยินยอม เพียงแต่อาจจะต้องขอติดตามไปเพื่อสังเกตการณ์ด้วย เพราะตนก็ไม่แน่ใจว่าผู้เลี้ยงใหม่จะนำสุนัขเหล่านี้ไปทำอะไร ตนรักและผูกพันกับสุนัขมาก ถึงขนาดยอมขายบ้านของตัวเอง ได้เงินมา 850,000 บาท เพื่อนำมาเลี้ยงสุนัขดังกล่าว

คุณยินดี พานชาตรี คนที่ดูแลสุนัข

และ ทนายเดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทราบว่า สามารถย้ายสุนัขได้ถึงวันที่ 12 ก.พ. 62 ตนจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาดูแลในเรื่องดังกล่าวด้วย เพราะจะปล่อยให้ประชาชนมานั่งทะเลาะกันก็คงไม่สมควร อีกทั้งทราบว่า กลุ่มผู้รักสุนัขได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ตั้งแต่ 5 เดือนที่แล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ

ส่วนเจ้าของที่ หากต้องการล้อมรั้วปิดรอบที่ดิน เพื่อไม่ให้กลุ่มคนรักสุนัขเข้าไปให้อาหารก็สามารถทำได้ แต่เจ้าของที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบให้อาหารสุนัขเหล่านั้นเอง เนื่องจากยังมีเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ อยู่ อีกทั้งหากจะปล่อยสุนัขในกรงก็ออกมาก็ถือว่าผิด พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ ด้วยเช่นกัน

คุณปาริชาติ จัดเจนนาวี หลานของหลวงตาบุญช่วย

ขณะที่ คุณปาริชาติ ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ญาติไม่ทราบเรื่องว่ามีผู้สร้างคอกสัตว์และเลี้ยงสุนัขภายในที่ดินของหลวงตา และไม่เคยมีส่วมร่วมในการเลี้ยงสุนัข กระทั่งมีหมายเตือนส่งมา ขณะนั้นตนได้แจ้งแก่กลุ่มคนผู้เลี้ยงสุนัขไปแล้ว แต่กลับไม่มีการดำเนินการอะไร ขณะนี้หลวงตาเองทราบถึงปัญหาดังกล่าวแล้วเช่นกัน และท่านยืนยันด้วยว่าไม่ใช่เป็นคนเลี้ยงสุนัข

ส่วนเรื่องขนย้ายสุนัข ครอบครัวของตนมีความรู้สึกหนักใจเช่นกัน ซึ่งครอบครัวจะไม่ตัดสินใจย้ายเองเพราะก็พอทราบเรื่องกฎหมายมาบ้าง ขณะนี้จึงได้แต่รู้สึกอึดอัด ซึ่งหลังเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นก็มีหน่วยงานติดต่อเข้ามาให้ช่วยเหลือแล้วบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้พูดคุยรายละเอียด

กลุ่มผู้ดูแลสุนัข กล่าวอีกว่า หากจะมีคนขนย้ายสุนัขไป พวกตนก็คงจะต้องตามไปดูแลสุนัขกลุ่มดังกล่าวด้วย ดังนั้นหากได้รับบริจาคที่ดินที่อยู่ไกลเกินไปก็คงจะไม่เข้าเงื่อนไข พวกตนแค่ไม่ต้องการทิ้งสุนัข เพราะเลี้ยงและผูกพันกับสุนัขมาก

กลุ่มผู้ดูแลสุนัข

ต่อมา คุณปาริชาติ เปิดเผยว่า ตนเคยบอกปัญหาดังกล่าวให้กับกลุ่มคนรักสัตว์ทราบแล้ว โดยขณะนั้นเป็นการพูดคุยกัน 3 ฝ่าย เมื่อเดือน ก.ย. 2560 คือ ทนายของหมู่บ้าน ตน และคุณพูนศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นคุณพูนศักดิ์บอกว่าจะจัดการให้ แต่ต้องปรึกษาสมาชิกในชมรมก่อน

ด้าน คุณพูนศักดิ์ ชี้แจงว่า ตนทราบเรื่องในวันที่มีการประชุม 3 ฝ่ายจริง เพียงแต่ที่ตนยังไม่ดำเนินการก็เพราะต้องการรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งญาติของหลวงตาไม่ได้ส่งรายละเอียดดังกล่าวให้ตนเสียที ทั้งที่ตนต้องการข้อมูลเพื่อจัดการเรื่องโดยไม่ให้หลวงตาเดือดร้อน

คุณปาริชาติ จึงกล่าวอีกว่า ตนยอมรับว่าไม่ได้ให้รายละเอียดและข้อมูลแก่คุณพูนศักดิ์จริง แต่ก็เนื่องจากเห็นว่าหลังการประชุมดังกล่าว ฝ่ายคุณพูนศักดิ์ไม่ได้จัดการเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ตนก็ไม่รู้จะให้รายละเอียดไปทำไม ทั้งที่ครอบครัวของตนเพียงต้องการให้หลวงตาพ้นคดี ไม่ได้ต้องการที่ดินของหลวงตาเลยแม้แต่น้อย

โดย คุณพูนศักดิ์ ชี้แจงว่า เนื่องจากญาติไม่ยอมแจ้งรายละเอียด ตนจึงไม่ทราบว่าต้องย้ายสุนัขออกจากพื้นที่ และไม่ได้แจ้งให้ชมรมช่วยกันทยอยนำสุนัขออกจากพื้นที่ด้วยเช่นกัน อีกทั้งทนายของฝ่ายหมู่บ้านซึ่งเคยรับปากว่าจะหาพื้นที่รองรับสุนัขก็ไม่ได้ช่วยอะไรอย่างจริงจังตามที่รับคำไว้ ทั้งที่หากมีสถานที่ให้สุนัขอยู่ ตนก็พร้อมจะย้ายสุนัขทั้งหมดทันที เรื่องที่เกิดขึ้นตนก็รู้สึกกลัวว่าจะมีผู้ก่ออันตรายกับสุนัขฝูงดังกล่าวด้วย แต่ก็ยังเชื่อมั่นในกฎหมายว่าจะสามารถปกป้องสุนัขทั้งหมดได้

โดย กลุ่มผู้ดูแลสุนัข กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนี้พวกตนก็รู้สึกสงสารหมู่บ้านข้างเคียงที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ก็สงสารสุนัขด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากไม่มีผู้บริจาคที่ดินเพื่อรองรับสุนัข ตนก็อยากขอวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วย

รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 เวลา 18.50 น.

สุดท้าย ทนายเดชา แสดงความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคงจะต้องจัดการปัญหาดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคาราคาซัง และไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ทั้งนี้ก็จะต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์

keyboard_arrow_up