เผยนาทีหนีกระสุน “ปุ๊” เขยปืนโหด ญาติชี้คนอันตราย เคยชักปืนขู่ฆ่ายกโคตร ผวายอมทิ้งบ้าน หวั่นถูกทำร้ายซ้ำ (คลิป)

จากกรณี นายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 39 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิงภรรยาตัวเองและคนในครอบครัวภรรยาเสียชีวิตรวม 5 ศพ เหตุเพราะตามง้อไม่สำเร็จ โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุจำนวน 2 จุด

วันที่ 14 ม.ค. 62 รายการต่างคนต่างคิด ตอน แฉพฤติกรรม “ลูกเขย” หึงโหด ฆ่ายกครัว 5 ศพ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. เชิญ คุณเอกราช ผู้อยู่ในเหตุการณ์, คุณสุริยา พยานผู้อยู่ในเหตุการณ์, พนักงานโรงแรมที่ผู้ก่อเหตุพักก่อนหลบหนี, คุณนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ทนายความ และพล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ มาร่วมพูดคุยในรายการ

คุณเอกราช ผู้อยู่ในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

คุณเอกราช ผู้อยู่ในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ขณะเกิดเหตุที่นายปุ๊ คนร้ายยิงนางสาวกัญญารัตน์ หรืออ้อม ภรรยา และนายวิรัตน์ พ่อของภรรยานั้น ตนเองอยู่ในบ้าน เห็นว่านายปุ๊และนางสาวอ้อมมีปากเสียงกัน โดยคาดว่าเหตุการณ์คือ นายปุ๊ขับรถมาง้อขอคืนดีกับนางสาวอ้อมที่บ้าน ซึ่งตนก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เนื่องจากทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง

กระทั่งต่อมา หลังจากที่นายปุ๊และนางสาวอ้อมทะเลาะกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง นายปุ๊ก็หยิบปืนออกมายิงพ่อตา เมื่อนางสาวอ้อมเห็นดังนั้นจึงเข้าไปช่วยพ่อ แต่ก็ถูกยิงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ภายในเหตุการณ์ยังมีภรรยาของตนคือ นางสุ ซึ่งเป็นน้องสาวของนางสาวอ้อมอยู่ด้วย แต่เจ้าตัวสามารถหนีรอดไปได้โดยวิ่งหนีเข้าไปในไร่ข้าวโพด

จากนั้น ขณะที่นายปุ๊วิ่งไล่นางสุก็มาเจอกับตนที่ออกมาดูเหตุการณ์ นายปุ๊จึงมาไล่ยิงตนแทน ตนจึงรีบวิ่งหนีเข้าไปในไร่ข้าวโพดด้วยเช่นกัน โดยขณะที่กำลังวิ่งหนีนั้นตนก็ถูกอีกฝ่ายตามมาไล่ยิง ได้รับบาดเจ็บที่มือ แต่ขณะนั้นตนหนีอย่างไม่คิดชีวิต

ซึ่ง คุณเอกราช กล่าวเพิ่มเติมว่า นายปุ๊เคยบอกว่าประกอบอาชีพเล่นหุ้น และเป็นเจ้ามือหวย จึงมักพกปืนอยู่ตลอดเวลา โดยอ้างว่ามีศัตรูเป็นจำนวนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยเห็นว่า นายปุ๊มักจะชักปืนขึ้นมาขู่เวลาที่ทะเลาะกับภรรยาอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยยิง นอกจากนี้ ยังมีคนเคยมาเตือนว่า นายปุ๊เป็นคนอันตราย เนื่องจากเป็นคนโมโหร้ายและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งตนพบว่า นายปุ๊เคยทำร้ายร่างกายนางสาวอ้อมมาแล้ว อีกทั้งเจ้าตัวยังเคยขู่ฆ่ายกครัวทั้งบ้าน ซึ่งทีแรกตนก็ไม่เชื่อ และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น

ขณะนี้ นางสุ ภรรยาของตน มีสภาพจิตใจย่ำแย่มาก เนื่องจากสูญเสียทั้ง พ่อ แม่ พี่ และญาติ ส่วนครอบครัวของตนก็คงจะยังไม่กลับไปอยู่บ้าน เนื่องจากกลัวว่าผู้ชายคนดังกล่าวจะหวนกลับมาทำร้ายอีก

คุณนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ทนายความ

โดย ทนายเจมส์  แสดงความคิดเห็นว่า คดีดังกล่าวนี้อาจจะต้องดูที่พยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อให้ทราบถึงพฤติการณ์ของคนร้าย เช่น ระหว่างที่มีการทะเลาะนั้นเป็นการทะเลาะด้วยสาเหตุใด ฝ่ายภรรยาและพ่อตามีการใช้คำพูดที่ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดโทสะหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่าการกระทำดังกล่าวคนร้ายไม่น่าจะทำไปด้วยโทสะ เนื่องจากภายหลังจากที่คนร้ายไล่ยิงนายเอกราชและนางสุ เสร็จแล้วก็ย้อนกลับมายิงนางสาวอ้อมที่นอนบาดเจ็บอยู่ซ้ำ ดังนั้นการจะอ้างว่าบันดาลโทสะอาจจะฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ

ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่า มีคนขับรถมารับคนร้ายนั้น ก็จะต้องดูว่าฝ่ายที่ขับรถมารับคนร้ายนั้น ทราบเรื่องการก่อเหตุของคนร้ายหรือไม่ เพราะหากไม่ทราบว่าคนร้ายก่อเหตุมาก็อาจจะไม่มีความผิด แต่หากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเป็นการวางแผนร่วมกันกับคนร้าย เรื่องนี้ก็จะมีความผิดอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเป็นตัวการร่วม ซึ่งเรื่องนี้อาจจะต้องดูจากพฤติกรรมของผู้ขับรถคนดังกล่าวว่ามีการเปลี่ยนทะเบียนเพื่อปลอมแปลงหรือไม่

พนักงานโรงแรม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ด้าน พนักงานโรงแรม ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งคนร้ายหลบหนีไปตั้งหลัก ก่อนจะขอยืมรถจักรยานยนต์ไปพบกับรถอีกคันหนึ่ง กล่าวว่า หลังจากที่นายปุ๊เดินทางเข้าที่โรงแรม ก็มาขอยืมรถจักรยานยนต์จากตน โดยอ้างว่าต้องการขอยืมรถของตนไปรับแฟนที่ห้างสรรพสินค้า อีกทั้งตนเห็นว่าช่วงเวลาดังกล่าว หากขับรถเก๋งไปอาจเจอกับสภาพจราจรที่ติดขัด ประกอบกับคนร้ายยังจอดรถเอาไว้บริเวณที่พัก ตนจึงตัดสินใจให้นายปุ๊ยืมรถจักรยานยนต์

ต่อมา เช้าวันนี้ (14 ม.ค.) ตนจึงทราบว่าลูกค้าที่ยืมรถจักรยานยนต์ของตนไปนั้นเป็นคนร้ายที่เพิ่งก่อคดีฆ่ายกครัว เมื่อทราบก็รู้สึกตกใจมาก หลังจากจากเกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ก็ยกรถจักรยานยนต์มาคืนให้ตนเรียบร้อยแล้ว และจะเก็บเรื่องดังกล่าวนี้ไว้เป็นบทเรียนว่าไม่ควรให้ของใครยืมง่าย ๆ

พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ต่อมา พล.ต.ต.พยูห์ รายงานความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างติดตามตัวคนร้าย โดยคาดว่าปมการก่อเหตุมาจากเรื่องหึงหวง ส่วนเรื่องรถกระบะที่ขับมารับตนร้ายนั้นก็ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ แต่จากการตรวจสอบประวัติของคนร้าย ไม่พบว่าเคยก่อคดีอุกฉกรรจ์ในลักษณะนี้มาก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะพยายามจับตัวคนร้ายให้ได้

คุณสุริยา พยานผู้อยู่ในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ขณะที่ คุณสุริยา กล่าวว่า บ้านของตนมีรั้วบ้านติดกับบ้านของนางน้ำผึ้ง แม่ยายของนายปุ๊ ซึ่งขณะเกิดเหตุนั้นตนนั่งดูโทรทัศน์อยู่ภายในบ้าน หลังได้ยินเสียงปืนจึงออกมาดู ซึ่งระหว่างที่ออกมาที่บ้านประตูบ้านตนก็ได้ยินเสียงปืนอีก 3 นัด เมื่อตนออกมาหน้าบ้าน พบว่านายปุ๊ขับรถสีขาว มือหนึ่งกุมพวงมาลัยรถยนต์ ส่วนอีกมือถือปืนอยู่

จากนั้นเมื่อตนสังเกตที่บ้านของนางน้ำผึ้งก็พบว่ามีนางกนกวรรณนอนอยู่ยังไม่สิ้นใจ แต่เมื่อตนจะเข้าไปช่วย ปรากฏว่ามีเสียคนดังมาจากด้านหลังว่าอย่าเข้าไปจับ เพราะจะเป็นการทำลายหลักฐาน อีกทั้งยังได้เสียงตะโกนมาจากในบ้านว่า ภายในบ้านก็มีคนถูกยิงด้วยเหมือนกัน

ทั้งนี้ ในวันก่อเหตุ นางน้ำผึ้ง แม่ยายของนายปุ๊ยังเคยมาระบายให้ตนฟังว่า นายปุ๊และนางสาวอ้อมทะเลาะกันบ่อยครั้ง ถึงแม้อยู่บ้านหรือมีทรัพย์สินเงินทองไปก็ไม่มีความสุข และในช่วงเช้าวันเกิดเหตุ นายปุ๊และนางสาวอ้อม ก็ยังแวะที่บ้านของแม่ยายอีกด้วย ส่วนนิสัยของนายปุ๊นั้น ตนไม่เคยเห็นว่าเคยทำร้ายร่างกายของภรรยา เพียงแต่อีกฝ่ายเป็นคนพูดจาโผงผางเท่านั้น

สุดท้าย ทนายเจมส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการก่อเหตุที่บ้านหลังที่ 2 นั้น ทราบว่า บริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถนำหลักฐานต่าง ๆ ที่พบในที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด ไปตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบหาความเชื่อมโยง รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ เพื่อให้ชี้ชัดว่า นายปุ๊เป็นผู้ก่อเหตุภายในบ้านของนางน้ำผึ้ง แม่ยาย ด้วยหรือไม่ และจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดในคดีดังกล่าวอีกหรือไม่

 

 

keyboard_arrow_up