ชายเป๋พาลูกขอทาน อ้างเงินบริจาคนับแสนถูกฉก ตร.พบกดถอนเอง (คลิป)

จากกรณี นายขวัญ เผือกขวัญยืน คนพิการทึ่เคยเป็นข่าวนั่งขอรับเงินบริจาคบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช และมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียนำเรื่องราวมาเผยแพร่ กระทั่งมีคนเห็นใจ และให้ความช่วยเหลือบริจาคเงินทุนเพื่อให้ไปตั้งตัว มียอดบริจาคสูงถึง 110,000 บาท อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเจ้าตัวตรวจสอบเงินในบัญชี พบว่ามีเงินหายไปเหลือเพียง 69 บาท โดยถูกทยอยโอนจากบัญชีไปตั้งแต่เดือน พ.ย. 61 ล่าสุด นายอิม ผู้ต้องสงสัย ชี้แจงแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินในบัญชีของนายขวัญที่หายไป และกล่าวถึงนายขวัญที่มีพฤติกรรมติดเกม แล้วนำเงินไปเติมเกมด้วยนั้น (อ่าน : ส่อพลิก! หนุ่มต้องสงสัยปัดฮุบเงินแสนบริจาคช่วยชายพิการ แฉกลับส่อใช้เอง ติดเกมทั้งพ่อ – ลูก)

นายขวัญ เผือกขวัญยืน หนุ่มพิการพ่อลูกอ่อน

วันที่ 5 ม.ค 62 นายขวัญ เผือกขวัญยืน หนุ่มพิการพ่อลูกอ่อน เปิดเผยว่า ตนเองและลูกชายเล่นเกม ROV จริง ซึ่งเล่นกันโดยจะมีนายอิมมาเล่นด้วยเป็นบางครั้ง ที่อิมกลับมาจากที่ทำงานก็จะมาที่ห้องพักของตน ซึ่งลูกชายของตนอยากได้ตัวละครในเกม แต่ตนซื้อไม่เป็น จึงได้ถามนายอิมช่วย นายอิมจึงบอกว่า ตนมีบัตร ATM อยู่ ซื้อได้เลย ถ้าผูกกับแอปพลิเคชันในมือถือ ตนก็บอกว่าให้ซื้อแค่ตัวเดียวนะ พร้อมให้เลขบัญชี และเลขบัตรประชาชน พร้อมกับเลขบัตร ATM ทั้งหน้าและหลังให้กับนายอิมไปโหลดแอปพลิเคชันพร้อมเพย์ในมือถือของนายอิม และวานให้ซื้อให้ลูกชายตน โดยที่ตนเองไว้ใจให้นายอิม เพราะนายอิมบอกว่าจะลบแอปพลิเคชั่นให้ต่อหน้า ซึ่งก็ลบจริง แต่ตนคาดว่าอิมน่าจะโหลดมาอีกครั้ง และทำการโอนเงินของตนออกไปผ่านแอปพลิเคชั่นดังกล่าวทำให้สูญเสียเงินแสนบาทไป

ซึ่งนายขวัญเปิดเกมให้ทีมข่าวดู และบอกว่าตัวละครในเกมจะมีตัวละครฟรี และที่ตนเองซื้อโดยการไปซื้อบัตรเติมเกมในร้านสะดวกซื้อให้ลูกชาย ราคา 400 บาท 1 ตัวเท่านั้น

นายพันธ์กร เภาเกาะ หรือ อิม ผู้ต้องสงสัย (แฟ้มภาพ)

ส่วนที่อิมบอกว่าหลบอยู่ในห้องน้ำจริง แต่ไม่ได้ยินเสียงตนที่บอกรหัสบัตรเอทีเอ็มกับเจ้าหน้าที่นั้น ตนยืนยันว่าในวันดังกล่าว อิมอยู่ในห้องน้ำ และตนเองพูดบอกรหัสกับเจ้าหน้าที่เสียงดังมาก และอิมต้องได้ยินรหัสบัตรเอทีเอ็มแน่นอน และทุกครั้งที่อิมมาบ้านจะชอบแอบนำโทรศัพท์ของตนไปเล่นด้วย

นางรุจิรัตน์ ทองคำแท้ เจ้าของห้องพัก

นางรุจิรัตน์ ทองคำแท้ เจ้าของห้องพัก เผยว่า ตนเองทราบว่าขวัญได้รับเงินบริจาคมาจำนวนหนึ่ง แต่ขวัญบอกกับตนว่า จะได้เงินประมาณสิ้นเดือนพฤศจิกายน 61 จึงได้ทำการยืมเงินของตนครั้งละ 500 บาท 1,000 บาท จนกระทั่งเป็นเงิน 8,000 บาท และตนยังไม่ได้รับคืน และมองว่านายขวัญใช้เงินเยอะ เพราะ 8,000 บาท ใช้ในระยะเวลา 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งตนเองรู้สึกเดือดร้อนจากการที่ให้ยืมเงินไป และไม่ทราบว่านายขวัญเอาเงินไปทำอะไรจำนวนมาก แต่จะเห็นอิมมาหาขวัญที่ห้องบ่อย ซึ่งเลิกทำงานก็จะมาเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามาทำอะไรเหมือนกัน ซึ่งตนเคยถามขวัญว่าเงินบริจาคหายไปไหน ขวัญก็ตอบกับตนว่าไม่ได้เอาเงินไปทำอะไรเลย ไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไรเหมือนกัน

ส่วนตนเองทำใจแล้วว่าอาจจะไม่ได้เงินจำนวน 8,000 บาทคืนจากขวัญ และหลังจากนี้ก็คงจะไม่ให้ขวัญยืมแล้ว และตนรู้สึกเสียหาย นอกจากเงินจะไม่ได้ แล้วยังถูกกล่าวหาว่าไปโกงเงินของขวัญอีก ไม่อยากยุ่งกับขวัญแล้ว และอยากให้ออกจากห้องพักด้วย

สน.บางนา

ร.ต.อ.ณัฐธนนท์ นับงามธนเศรษฐ์ ร้อยเวรเจ้าของคดี สน.บางนา ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมีคลิปจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นว่านายขวัญได้เข้าไปกดเงินที่ธนาคาร เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 61 จำนวนเงินที่กดออกไปคือ 5,000 บาท ซึ่งขณะนี้กำลังมีการรอการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอื่น ๆ ด้วย

keyboard_arrow_up