แฉพิรุธชายโหดบุกยิงกิ๊ก ก่อนยิงตัวตาย ญาติคาใจเมียรักหายปริศนา หวั่นโดนฆ่าหมกศพ (คลิป)

กรณีนายสุพรรณ ขันทะวงษ์ อายุ 49 ปี ใช้ปืน 9 มม. ยิงนางสุภารักษ์ เชื้อกลางใหญ่ อายุ 42 ปี กิ๊กสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวตายคาบ้านพักในฟาร์มเห็ด หมู่ 9 บ้านโนนวารี ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ส่วนนางยุวดี ขันทะวงษ์ อายุ 58 ปี ภรรยาของนายสุพรรณ ไม่มีผู้ใดติดต่อได้ ญาติคาดว่าจะถูกนายสุพรรณฆ่าและนำศพไปฝัง

บ้านของนายสุพรรณ

วันที่ 25 ธ.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ม ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายสุพรรณ ขันทะวงษ์ ผู้ตาย ญาติพี่น้องได้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่บ้าน

นายลือชัย มัดทะวาด พี่เขยของผู้ตาย

นายลือชัย มัดทะวาด พี่เขยของผู้ตาย เปิดเผยว่า วันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ญาติเห็นว่านางยุวดี ภรรยาของผู้ตาย หายออกไปจากบ้าน จึงโทรศัพท์หาผู้ตายเพื่อให้มาช่วยตามหา แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนก กระทั่งวันที่ 24 ธ.ค. ผู้ตายออกไปจากบ้านพ่อแม่ เมื่อตนโทรศัพท์ไปเพื่อให้ออกมาช่วยตามหานางยุวดี ผู้ตายกลับบอกว่าจะไปซื้อไม้มาทำโรงเรือนเห็ดที่ จ.บึงกาฬ ตนจึงบอกให้กลับมาจัดการปัญหา เพราะปกติหากพบว่ามีใครหายก็จะต้องตามหา แต่เมื่อผู้ตายกลับมาก็เดินทางไปบ้านพ่อกับแม่ที่อยู่อีกหมู่บ้า โดยไม่คิดจะตามหาเมียแต่อย่างใด กระทั่งทราบอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาจากฟาร์มเห็ด 2 ครั้ง

บริเวณจุดเกิดเหตุ

เมื่อตนเดินทางถึงฟาร์มเห็ด บริเวณจุดเกิดเหตุกลับไม่พบใคร เห็นเพียงรถกระบะของผู้ตายจอดอยู่ข้างบ้าน กระทั่งสุดท้ายพบว่าเป็นนายสุพรรณกลายเป็นศพเสียชีวิต สภาพนอนคว่ำหน้า มือขวาถือปืน พบรอยถูกยิงที่ขมับซ้ายและขวา ตนจึงคิดว่าการหายตัวไปของนางยุวดีจึงอาจจะถูกนายสุพรรณฆ่า ซึ่งร่างทรงก็บอกว่านางยุวดี เมียคนตาย เสียชีวิตแล้ว อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร

โรงเรือนเห็ด

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ฟาร์มเห็ดดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 190 เมตร โดย น.ส.คำม้วย ยศกระโทก หรือแหม่ม คนงานในโรงเรือนเห็ด เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายสุพรรณ ผู้ตาย ไม่มีพิรุธแต่อย่างใด และในวันต่อมาผู้ตายยังบอกกับนางสุภาลักษณ์ เจ้านายของตนที่ถูกยิงอยู่เลยว่า จะเข้าไปซักผ้า ล้างจานที่ภรรยาของผู้ตายกินทิ้งไว้

น.ส.คำม้วย ยศกระโทก หรือ แหม่ม คนงานในโรงเรือนเห็ด

กระทั่งวานนี้ (24 ธ.ค.) ผู้ตายขับรถมาที่ฟาร์มด้วยท่าทีเร่งรีบและตามนางสุภาลักษณ์ ขึ้นไปบนบ้าน ประมาณ 5 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด แต่ขณะนั้นตนไม่กล้าขึ้นไปดูเพราะกลัว จึงรอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบก่อน ซึ่งตนเพิ่งทราบว่าผู้ตายชอบพอกับนางสุภาลักษณ์ เมื่อช่วงเดือน พ.ย. แต่เมื่อนางสุภาลักษณ์ทราบจึงพยายามตีตัวออกห่าง เนื่องจากเห็นว่าผู้ตายมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ผู้ตายไม่ยินยอม ทำให้นางสุภาลักษณ์ต้องยอมคบหาเพราะกลัวจะถูกฆ่า ซึ่งตนยืนยันว่า การหายตัวไปของนางสุภาลักษณ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของนางยุวดี

นางอรวรรณ เชื้อกลางใหญ่ อายุ 44 ปี เจ้าของฟาร์มเห็ด

ขณะที่ นางอรวรรณ เชื้อกลางใหญ่ อายุ 44 ปี เจ้าของฟาร์มเห็ด เผยว่า นายสุพรรณ ผู้ตาย และนางยุวดี ขันทะวงษ์ 58 ปี สองสามีภรรยา ทำงานในฟาร์มเห็ดได้ประมาณ 2 ปี ซึ่งทั้ง 2 ทำงานด้วยความขยัน กระทั่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือนเศษ นางสุภาลักษณ์ น้องสาวของตน แต่งงานมีครอบครัวที่กรุงเทพฯ แต่แยกทางกับสามี และกลับมาทำงานที่ฟาร์มเห็ด

เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้ตายโทรศัพท์มาหาบอกว่ารักน้องสาวตน แต่ตนกล่าวปฏิเสธห้ามความคิดดังกล่าว เนื่องจาก ครอบครัวตนและครอบครัวคนตายถือสายเลือดเดียวกัน แต่ผู้ตายไม่ฟัง ทั้งยังบอกอีกว่าจะแก้ปัญหาเอง หากมีอะไรเกิดขึ้น จนมาวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 ธ.ค.) ตนทราบข่าวว่าเมียผู้ตายหายตัวไป ทุกคนก็คิดว่าคนตายน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะผู้ตายกล่าวอ้างกับญาติบางคนว่ากลับบ้านที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่เมื่อมีคนโทรศัพท์ไปสอบถามกลับไม่พบตัว ส่วนน้องตนจะเกี่ยวกับการหายตัวไปหรือไม่นั้นตนก็ไม่ทราบ

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ

กระทั่งวานนี้ (24 ธ.ค.) เวลาประมาณ 10.00 น. ผู้ตายมาทำงานที่ฟาร์มตามปกติ ส่วนตนนำเห็ดไปส่งที่ตลาด แต่ขากลับ เมื่อมาถึงหน้าฟาร์มก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ตนจึงถีบประตูเข้าไปดู และพบนางสุภาลักษณ์นอนอยู่หน้าประตู มีเลือดไหลตรงบริเวณใบหน้า ส่วนคนตายนอนคว่ำหน้าอยู่ที่มุมห้อง เลือดไหลอาบบริเวณศีรษะ ตนจึงให้ลูกน้องนำน้องสาวไปส่งโรงพยาบาล ล่าสุดขณะนี้น้องสาวพักรักษาตัวในห้องไอซียู

กระจกบริเวณบ้านจุดเกิดเหตุ

สำหรับเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนมองว่าผู้ตายทำพฤติกรรมอุกอาจเกินไป และแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่ไม่ถูกแต่แรก และผิดมาตั้งแต่ต้น จึงอยากบอกว่า การกระทำแบบนี้ถือโง่และเห็นแก่ตัวมาก หลังจากนี้ตนจะรื้อบ้านหรือไม่ก็เผาบ้านที่ผู้ตายมาเสียชีวิตทิ้ง เพราะไม่อยากจะเก็บไว้ แต่โรงเห็ดก็ยังคงไว้ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าเมียของผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ประกอบกับร่างทรงบอกว่าเมียคนตายเสียชีวิตอยู่ในท่อ และจะพบศพในเช้าวันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.)

หลังจากนั้น ทีมข่าวเดินทางไปที่ ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นบ้านของร่างทรงชื่อ “ยายจันทร์” แต่เมื่อไปถึงก็พบกับเจ้าของชื่อ แต่เจ้าตัวปฏิเสธว่าตัวเองไม่เคยรู้จักกับครอบครัวคนตาย แม้ตนจะทำทรงก็ไม่ได้ประทับร่างตลอดเวลา พร้อมทั้งให้ข้อมูลว่า ร่างทรงในซอยนี้มีเป็นจำนวนมาก และตนไม่รับทรงมั่ว รวมถึงไม่เคยบอกให้ใครไปดูบ่อน้ำว่ามีคนอยู่ในนั้น

keyboard_arrow_up