ผวาผี 4 ศพ ถูกฆ่ายกครัวเฮี้ยน! เจ้าของที่ เผยคนตายเมาปรี่ด่า ทำมือฆ่าเดือด ก่อนเผ่นกลับพม่า (คลิป)

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 61 พบผู้เสียชีวิตชาวเมียนมา 4 ศพ ทราบชื่อคือ นายอาดอ อายุ 45 ปี, นางมะขิ่นหละ อายุ 40 ปี ภรรยา, ด.ช.ปอเด หรือ ป็อกเด้ง อายุ 4 ขวบ และด.ช.อายุ 4 เดือน ภายในไร่ ที่บ้านแม่ตาว หมู่ที่ 1 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ที่เกิดเหตุล้อมรอบไปด้วยรั้วคอนกรีต ภายในพบพระกระท่อม และสระน้ำ โดยพบศพนายอาดอ ภรรยา และ ด.ช.อายุ 4 เดือน นอนเสียชีวิตในกระท่อม ส่วนด.ช.ปอเด ศพอยู่ในสระน้ำ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด ได้ขออนุมัติจากศาลจังหวัดแม่สอด ออกหมายจับนายส่วย ผู้ก่อเหตุ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

นายส่วย ผู้ต้องหา

วันที่ 17 ธ.ค. 61 น้องฟ้า (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ลูกสาวของครอบครัวผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนรู้สึกเสียใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ตอนแรกไม่อยากดูศพของแม่เนื่องจากทำใจไม่ได้ เมื่อคืนตนก็นอนไม่หลับ ภาพติดตามาตลอดถึงตอนนี้ เพราะปกติตนเองมักเข้าไปคุยกับแม่ และเล่นกับน้องชายอยู่เป็นประจำ

จุดเกิดเหตุ

ทั้งนี้ ตนทราบมาตลอดว่าพ่อเลี้ยง และแม่ของตนมีเรื่องกับครอบครัวผู้ก่อเหตุเป็นประจำ ซึ่งนายส่วย ผู้ก่อเหตุ เมา และทะเลาะกับภรรยา ตบตีกันเสียงดัง 01.00 – 02.00 น. ก็ยังไม่เลิก ซึ่งครอบครัวของตนก็มีน้องเล็กอายุ 4 เดือนอยู่ พ่อเลี้ยงกับแม่จึงไปห้าม และว่ากล่าวว่า “อย่าทะเลาะกัน อย่าตีกัน ถ้าจะทะเลาะกันก็ให้ทะเลาะกันเบา ๆ” แต่นายส่วยก็ไม่ฟัง และไม่พอใจที่พ่อเลี้ยงไปเตือน จึงมีเรื่องทะเลาะกัน

น้องฟ้า อายุ 19 ปี ลูกสาวของครอบครัวผู้ตาย

น้องฟ้า กล่าวอีกว่า ช่วงกลางดึกวันเกิดเหตุ นายส่วยและภรรยาทะเลาะวิวาทกันอย่างหนัก ส่งเสียงดังมาก พ่อเลี้ยง และแม่จึงเข้าไปเตือน กระทั่งมีปากเสียงกันค่อนข้างรุนแรง แต่ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน ทุกคนในบ้านคิดว่าเรื่องคงจะจบ กระทั่งเช้าวันที่ 15 ธ.ค. นายส่วยและพ่อเลี้ยงเมา จึงด่ากันข้ามบ่อน้ำ ด่ากันไปมาตลอดทั้งวัน และเรื่องที่คาดว่าน่าจะเป็นชนวนเหตุ ก็เพราะว่านายส่วยพูดกับแม่ตนว่า “ลูกมึงที่ไม่อยู่บ้าน ก็เพราะว่าไปนอนผู้ชาย” พ่อเลี้ยง และแม่จึงไม่พอใจ ถึงขั้นข้ามฝั่งของบ่อไปที่บ้านของนายส่วย เพื่อที่จะเคลียร์กัน จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. ทั้งคู่ก็ยังไม่เลิกด่ากัน ก่อนคู่กรณีจะก่อเหตุดังกล่าว

นอกจากนี้ ลูกสาวคนรอง อายุ 13 ปี กล่าวว่า ตนทำใจไม่ได้ คิดถึงพ่อเลี้ยงกับแม่ และน้องชาย หากวันเกิดเหตุ ตนเองกลับไปนอนกับพ่อและแม่ คงไม่มีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้ อยากบอกกับแม่ว่ารักแม่มาก และบอกกับน้องว่า “ไปอยู่บนฟ้าแล้วขอให้มีความสุข จะได้ไม่ต้องมาทนลำบาก และแม่ไม่ต้องห่วงหนูจะเป็นเด็กดีไม่ดื้อเหมือนที่แม่สอนไว้”

นายกิติมศักดิ์ สีเดือน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ท่าสายลวด

ด้าน นายกิติมศักดิ์ สีเดือน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ท่าสายลวด กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ ชาวบ้านก็รู้สึกตกใจกลัว เนื่องจากในพื้นที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ประกอบกับแรงงานในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเมียนมา จึงรู้สึกหวาดกลัว โดยตนและชุดปกครองในพื้นที่ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับกุมคนร้าย โดยได้ออกประกาศให้คนในชุมชนช่วยเป็นหูเป็นตา เมื่อพบเห็นผู้ก่อเหตุให้รีบแจ้ง

ทั้งนี้ ครอบครัวผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ในพื้นที่มานานแล้ว เคยมาช่วงงานในชุมชนบ่อยครั้ง ซึ่งครอบครัวผู้ตายและผู้ก่อเหตุเป็นผู้ใช้แรงงานเช่นเดียวกัน เมื่อดื่มสุราเข้าไปทั้งคู่ ก็จะมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอยู่เป็นประจำ มีเรื่องกันมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งตนเองตกใจมาก คิดว่าไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ มองว่าเป็นเรื่องที่โหดเหี้ยมมาก เด็ก 4 ขวบ และเด็ก 4 เดือน ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยก็ต้องมารับเคราะห์ไปด้วย

นายสุรินทร์ อินจุ้มสาย เจ้าของที่ดิน ที่ครอบครัวผู้ตายพักอาศัยอยู่

จากนั้น นายสุรินทร์ อินจุ้มสาย เจ้าของที่ดิน ที่ครอบครัวผู้ตายพักอาศัยอยู่ กล่าวว่า ครอบครัวของผู้ตายอยู่กับตนได้ประมาณ 2 เดือน ก่อนหน้านี้ครอบครัวผู้ตายอยู่กับเจ้านายเก่าซึ่งเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง อยู่ในพื้นที่ที่ติดกับตน ซึ่งทั้งนายส่วยและนายอาดอ ก็ขอมาอาศัยอยู่กับตน โดยทั้งคู่ชอบทะเลาะกัน และมักมีปากเสียงกันเป็นประจำเวลาเมา

ทั้งนี้ นายส่วยเป็นคนไม่ค่อยพูดเรื่องส่วนตัว ไม่โวยวาย แต่เคยมาฟ้องตนให้ไล่ครอบครัวนายอาดอ ผู้เสียชีวิต ออกจากพื้นที่ตลอด เพราะไม่ช่วยดูแลสัตว์ ยอมรับว่าทั้งคู่มีเรื่องกันมาตลอด แต่ก็เป็นเพียงการมีปากเสียงกัน ตนไม่เคยเห็นว่าทั้งคู่จะถึงขั้นลงไม้ลงมือ ส่วนตัวจึงไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องน่าสลดเช่นนี้ขึ้น ซึ่งวันที่ 15 ธ.ค. เวลา 20.00 น. ผู้ตายได้โทรศัพท์มาฟ้องตนว่ามีเรื่องกัน ตนจึงรีบมา สิ่งที่ตนเห็นคือนายอาดอ ไปด่านายส่วยถึงที่บ้าน ตนเห็นจึงรีบแยก

อย่างไรก็ตาม ตนสงสารเด็กวัย 4 เดือน เพราะเวลาที่ตนมาที่ไร่ ก็จะนำกล้วยสุกติดมาด้วยตลอด เนื่องจากแม่ของเด็กมีอายุมาก ไม่ค่อยมีน้ำนมเลี้ยงลูก ด้วยความสงสารจึงซื้อกล้วยเข้ามาให้ และบดกล้วยให้ลูกกิน ส่วนเด็กวัย 4 ขวบ เวลาที่ตนมา ก็มักจะวิ่งเข้ามาเล่น ตนก็จะซื้อขนมมาฝากตลอด ทั้งนี้ หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ตนคงย้ายสัตว์เลี้ยงไปไว้ที่อื่น และอาจไม่อยู่ที่นี่แล้ว เพราะทำใจไม่ได้ ภาพเก่า ๆ ที่เด็กเข้ามาหา ที่ตนเข้ามาเล่น ก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว

keyboard_arrow_up