แม่ค้าหวยสะอื้น โจรถีบชิงเงินแสนหมดตัว ผวาหน้าโจร ยังลอยหลอกหลอน (คลิป)

จากกรณีวันที่ 13 ธ.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนปล้นชิงทรัพย์แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ได้ทรัพย์สินไปจำนวนมาก จุดเกิดเหตุที่บริเวณซอยเทศบาล ตำบลนาป่าสร้างใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จึงรีบเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุพบผู้เสียหาย 2 คน คือนางสาวนัฐชลิกา ปัจชาสุวรรณ และนางสาวเอมอร สิริมนูญ อยู่ในอาการตกใจ และร้องไห้อย่างหนัก

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
ผู้เสียหายยืนร้องไห้ ที่เกิดเหตุ

วันที่ 14 ธ.ค. 61 ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบว่า ถนนเป็นทางเปลี่ยว ไม่ค่อยมีไฟส่งสว่าง หากไม่มีรถสวนทางมา ก็จะไม่ค่อยเห็นทาง สองข้างทางจุดเกิดเหตุ เป็นป่า และทุ่งนา

นางสาวเอมอร ศิริมนูญ ผู้เสียหาย

นางสาวเอมอร ศิริมนูญ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ เวลา 22.00 น. ตนกำลังกลับบ้าน หลังขายลอตเตอรี่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ วัดท้องคุ้ง โดยตนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของน้องสาว และคาดว่า รถยนต์ของคนร้ายแอบซุ่มดูตนเองอยู่ ตั้งแต่หน้าร้านสะดวกซื้อ เมื่อเห็นว่าพวกตนขับรถกลับบ้าน รถคันดังกล่าวจึงขับตามหลังมา

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ รถยนต์ของผู้ต้องหาปาดหน้ารถของตน จากนั้นมีชายสวมหมวกหมวกโม่งถืออาวุธปืน เดินลงมาจากฝั่งคนนั่ง และถีบรถมอเตอร์ไซค์จนล้ม จากนั้น คนร้ายจึงใช้ปืนข่มขู่ให้ตนส่งกระเป๋าเงินให้ ขณะนั้นตนตกใจกลัวมาก และร้องโวยวาย คนร้ายจึงใช้ปืนตบที่ปาก และกระชากกระเป๋า พร้อมแผงลอตเตอรี่ขึ้นรถหลบหนีไป ส่วนตนทำอะไรไมถูก จึงกลับบ้านไปบอกลูกชาย และน้อง ให้ช่วยตามหาตัวร้าย แต่ก็หาไม่พบ ต่อมาจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ

นางสาวเอมอร พูดทั้งน้ำตาคลอว่า ขณะนี้ตนยังรู้สึกผวากับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อคืนก็นอนไม่หลับ เพราะเมื่อหลับตาไปก็คิดถึงแต่หน้าโจร และยังรู้สึกตกใจกลัว กระทั่งตอนนี้ก็ไม่กล้านั่งรถจักรยานยนต์ออกไปไหน เพระเกรงว่าคนร้ายจะกลับมาทำร้าย และกังวลว่าคนร้ายจะยังอยู่ในพื้นที่ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

หลังเกิดเหตุ ตนแทบจะหมดตัว มูลค่าความเสียหายทั้งหมดเป็นเงินจำนวนเกือบ 100,000 บาท อีกทั้งลอตเตอรี่ที่นำมาขายก็ไปรับมาขาย ได้ค่าส่วนต่างใบละ 8 – 9 บาท เท่านั้น ขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนไปคืนเจ้าของลอตเตอรี่ นอกจากนี้ ตนก็ยังมีหนี้สินอยู่อีกเป็นจำนวนมาก จึงต้องขอเซ็นผ่อนผันก่อน สุดท้ายนี้ ตนต้องการบอกกับโจรรายดังกล่าวว่า ให้นำเงินมาคืน หรือมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับคนอื่นอีก

นายอนุชา ภูน้ำเย็น น้องชายผู้เสียหาย

ด้าน นายอนุชา ภูน้ำเย็น น้องชายผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนกับหลานชายลูกของผู้เสียหาย นั่งอยู่หน้าบ้าน จากนั้น เวลาประมาณ 22.20 น. ก็ได้ยินเสียงพี่สาวตะโกนอยู่ที่ริมรั้ว บอกว่าถูกโจรปล้นแล้วให้ช่วยมาตามจับหน่อย ตนรู้สึกตกใจอย่างมาก จึงรีบขับรถจักรยานยนต์ออกไปดู แต่สุดท้ายก็ไม่พบตัวคนร้ายแต่อย่างใด

ตนสงสารพี่สาวมาก เพราะสภาพของพี่สาวตกใจกลัวทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องไห้ จะร้องให้คนช่วยก็คงจะไม่มีสติแล้ว ตนจึงให้พี่สาวตั้งสติ และไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเหลือ ทั้งนี้ ปัจจุบันพี่สาวของตนยังนอนผวา นอนไม่หลับ ตนต้องมาอยู่เป็นเพื่อน เวลาไปไหนก็ต้องออกไปกันเป็นครอบครัว เนื่องจากกลัวคนร้ายจะเข้ามาก่อเหตุซ้ำ

keyboard_arrow_up