พ่อแม่โวย ลูกป่วยหนักคารร. ประจำ ครูไม่พาส่งรพ. มาเยี่ยมอีกที ช็อก! ลูกตาย

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ประพันธ์ นิลเศษ โพสต์ข้อความบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกชาย พร้อมภาพพิธีบำเพ็ญกุศลศพ โดยระบุว่า “ลูกอยู่ร.รกินนอนแห่งหนึ่ง และเป็นไข้อยู่ 3 วัน แต่ครูไม่พาไปโรงพยาบาลจนลูกผมตายทิ้งลูกผมให้นอนตายมา 6 ชั่วโมง จึงพาไปโรงพยาบาลทำไมไม่พาไปตอนลูกผมเป็นไข้วันแรก หมอบอกว่าน้องตายมา 6-8 ชั่วโมง แล้วช่วยไม่ได้แล้ว (เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้)”

โพสต์เฟซบุ๊กของ ประพันธ์ นิลเศษ ผู้ปกครอง

วันที่ 22 พ.ย. 61 ทีมข่าวเดินทางไปพบกับผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวที่วัดเขากุมแป หลังนำศพลูกชายหรือ น้องพี อายุ 14 ปี ซึ่งเด็กพิเศษ ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดเขากุมแป ม.6 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ จ.สุราษฎร์ฯ หลังเสียชีวิตลงจากอาการป่วย

โดยแพทย์ รพ.ทุ่งสง บอกกับผู้ปกครองว่า อาจต้องชันสูตรเพิ่ม เพราะคาดว่าเด็กเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลประมาณ 3-6 ชม. ผู้ปกครองจึงเกิดข้อสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของลูก

นายประพันธ์ นิลเศษ  และนางสาวพัชรินทร์ ถั่วเถื่อน  พ่อและแม่ของเด็ก

นายประพันธ์ นิลเศษ อายุ 38 ปี และ นางสาวพัชรินทร์ ถั่วเถื่อน อายุ 43 ปี พ่อและแม่ของเด็ก กล่าวว่า ช่วงปิดเทอมลูกกลับมาอยู่บ้าน ขณะนั้นก็ยังเป็นปกติดี ก่อนไปส่งลูกเข้าโรงเรียนประจำ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. และทราบจากครูวันที่ 19 พ.ย. ว่า ลูกป่วยหนักมาก จึงต้องรีบไปหาลูกที่โรงเรียน แต่เมื่อไปถึงโรงเรียนไม่เจอลูก ขณะนั้นเพื่อนลูกบอกว่าน้องพี เสียชีวิตแล้ว แต่เมื่อสอบถามอาจารย์ กลับไม่ได้แจ้งว่าเด็กเสียชีวิต บอกเพียงว่าดูแลอย่างดี พวกตนจึงรีบตามไปที่โรงพยาบาลทุ่งสง จึงพบว่าลูกเสียชีวิตแล้ว ในสภาพที่ตัวแข็งและเย็น

หลังปรึกษาแพทย์ ได้รับคำแนะนำให้ส่งศพลูกชายชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลมหาราช เนื่องจากเด็กเสียชีวิตผิดปกติ ก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาล ทำให้ครอบครัวเกิดความสงสัยเรื่องการเสียชีวิตของลูก

จากนั้น อาจารย์ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า น้องพีป่วยตั้งแต่วันศุกร์ (16 พ.ย.) และโรงเรียนได้พาไปที่โรงพยาบาลกาชาด เพื่อดูอาการ และหมออนุญาตให้กลับโรงเรียนได้ จากนั้นครูจึงได้ติดต่อแม่ แต่ติดต่อไม่ได้ กระทั่งสามารถติดต่อได้อีกครั้งในวันจันทร์ (19 พ.ย.)

พิธีบำเพ็ญกุศลศพ

ผู้ปกครองของน้องพี กล่าวอีกว่า จากเหตุผลข้อนี้ทำให้ครอบครัวติดใจเพิ่มขึ้น เหตุใดโรงเรียนจึงละเลยปล่อยให้ลูกนอนป่วยถึง 3 วัน โดยไม่นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับรับรักษา ทั้งที่ โรงพยาบาลอยู่ห่างจากโรงเรียนไม่เกิน 1 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางไม่เกิน 10 นาที

หลังจากนี้ ครอบครัวจะรอผลชันสูตรอย่างละเอียดของ รพ.มหาราชอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้น แพทย์แจ้งว่า เด็กขาดน้ำอย่างรุนแรงและปอดติดเชื้อ สาเหตุอาจเกิดจากไม่ได้กินอะไรและขาดเกลือแร่ อีกทั้งโรงเรียนยังปิดบังการเสียชีวิต จึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกชายที่เสียชีวิต

น้องพี ผู้เสียชีวิต

สำหรับน้องพี ผู้เสียชีวิต ถือเป็นเด็กพิเศษที่ได้รับการพัฒนาจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ในด้านการร้องเพลง จนได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับเขต

พวงหรีดจากโรงเรียน

นอกจากนี้ โรงเรียนดังกล่าวได้ให้การช่วยเหลือ คือ ข้าวสารสองกระสอบ พวงหรีด และเงินค่าขนส่งศพกลับบ้าน

keyboard_arrow_up