เปิดใจหนุ่มเพจรถหรู ปัดชวนซูเปอร์คาร์ซิ่งบนทางด่วน แค่มาเก็บภาพ เพิ่งรู้ว่าผิดร้ายแรง (คลิป)

จากกรณีกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) จับกุมนายจิรวัชร์ จิตติมานะสัจจะ อายุ 23 ปี แอดมินเพจ “Life of car BKK” ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุน ส่งเสริม ให้มีการแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากนายจิรวัชร์ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการแข่งรถบนทางด่วน หลังด่านเก็บเงินทางด่วนประชาชื่น มีการรวมกลุ่มและแข่งรถกันของรถยนต์หรูซูเปอร์คาร์

นายจิรวัชร์ จิตติมานะสัจจะ แอดมินเพจ

วันที่ 21 พ.ย. 61 นายจิรวัชร์ จิตติมานะสัจจะ อายุ 23 ปี แอดมินเพจ “Life of car BKK” ตามติดชีวิต 4 ล้อ เปิดเผยว่า ตนเป็นแอดมินเพจที่ทำคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับรถ ซึ่งคลิปวิดีโอดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอ โดยในคืนเกิดเหตุประมาณปลายเดือนก.ค. 61 โดยตนรู้ข่าวว่าจะมีงานมีตติ้งรถซูเปอร์คาร์ และรถแข่งรวมตัวกันกว่า 50 คัน ที่ปั้มน้ำมันบนทางพิเศษศรีรัช-อุดรรัถยา หลังด่านเก็บเงินทางด่วนประชาชื่น และตนได้ไปร่วมงานมีตติ้งดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ทาง youtube แต่ในช่วงท้ายของคลิปประมาณ 5-6 วินาที ตนได้ถ่ายรถเก๋ง 2 คัน ที่กำลังแข่งกัน จึงทำให้ตำรวจแจ้งข้อหาข้อหาดังกล่าว

ภาพจากคลิปเหตุการณ์ช่วงที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

นายจิรวัชร์ ยืนยันว่า ในคืนดังกล่าวนั้นตนไม่ได้เป็นคนชักชวนหรือจัดมีตติ้งรถขึ้น เพราะเป็นการรวมกลุ่มของซูเปอร์คาร์อื่น ซึ่งประจวบเหมาะกับความต้องการของตนที่ต้องการเก็บภาพรถสวย ๆ มาผลิตคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับซูเปอร์คาร์ และเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ว่า “ทำไมผู้ชายถึงชอบไปมีตติ้งรถ” ตนจึงไปเข้าร่วมดูและถ่ายทำวิดีโอ แต่ตนไม่ได้ลงไปแข่งด้วยตัวเอง เพราะโดยส่วนมากกลุ่มของตนนั้นจะมีตติ้งด้วยการกินอาหาร และดูหนังมากกว่า

นอกจากนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีหลายกลุ่มที่หมุนเวียนสลับกันไปใช้พื้นที่จัดมีตติ้งรถในบริเวณจุดพักรถ และปั๊มบนทางพิเศษศรีรัช-อุดรรัถยา จึงทำให้ดูเหมือนว่ามีการแข่งรถ ซึ่งอาจจะทำให้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถ และคนในบริเวณใกล้เคียง

นายจิรวัชร์ ยอมรับว่า กระทำไปด้วยความคึกคะนอง และไม่รู้ว่าการไปรวมตัวมีตติ้งบนจุดพักรถทางด่วนนั้นจะผิดกฎหมายร้ายแรง นอกจากนี้ ตนก็เห็นด้วยที่ตำรวจมาจับ และตักเตือนในสิ่งที่ทำไป เพราะตนก็รู้สึกว่าการที่เราไปมีตติ้งสนุกกันในกลุ่ม ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ตนก็ตระหนักแล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรทำ ซึ่งตอนนี้ตนก็ถูกปรับเป็นจำนวน 2,000 บาท และคดีก็ยังอยู่ในกระบวนการของชั้นศาล

keyboard_arrow_up