เปิดใจหนุ่มค้างค่าห้อง 100 กว่าบาท อายถูกทวง – เจ้าของปัดโหด ไขควงปักแค่ป้องกันตัว (คลิป)

จากกรณีเมื่อวานนี้ (11 พ.ย. 61) สามีเจ้าของห้องเช่า ได้ทวงค่าเช่าห้องของลูกบ้านที่ติดค้างอยู่เป็นจำนวนเงินกว่า 100 บาท ทำให้มีปากเสียงทะเลาะวิวาทและเกิดการชกต่อยกัน จนกระทั่งสามีเจ้าของห้องเช่าสู้ลูกบ้านไม่ได้ จึงใช้ไขควงแทงคนเช่าที่ท้ายทอยและศีรษะจนได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือนายอุเทน อินโคราช อายุ 41 ปี เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไประงับเหตุและนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล นั้น

ขณะเกิดเหตุ
ขณะเกิดเหตุ
ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ

วันที่ 12 พ.ย. 61 ทีมข่าวเดินทางมาที่ บ้านเช่าเลขที่ 27/1 ซอยหนองดินแดง6 หมู่ 5 ต.หนองดินแดง อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุขณะทั้งสองฝ่ายมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน โดยจุดนี้มีห้องเช่าอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 7 ห้อง เป็นห้องขนาดชั้นเดียว

นายสนิท เมตตา สามีของเจ้าของห้องเช่า ผู้ก่อเหตุ

ซึ่ง นายสนิท เมตตา อายุ 44 ปี สามีของเจ้าของห้องเช่า และเป็นผู้ก่อเหตุใช้ไขควงแทนลูกบ้าน เล่าว่า เมื่อวานนี้ (11 พ.ย.) เวลาประมาณ 09.00 น. ขณะที่ตนกำลังนั่งกับเพื่อนที่บริเวณแคร่ไม้หน้าบ้าน ตนเห็นนายอุเทน อินโคราช หรือ นายแหลม ลูกบ้านของตน ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดหน้าห้องเช่าของตัวเอง ตนจึงตะโกนทวงถามค่าเช่าที่ติดค้างกับภรรยาตนไว้ว่า “เฮ้ย! เป็นไงค่าห้องอ่ะ” แต่อีกฝ่ายกลับสวนกลับมาว่า “มึงจะเอาไงกับกู” จากนั้นก็เดินปรี่เข้ามาหาตน พร้อมกับเอามือบีบคอตน ขณะนั้นตนยังไม่ทันตั้งตัว จึงสวมกอดอีกฝ่าย แล้วพยายามดันอีกฝ่ายออก ทำให้ตนหล่นจากแคร่ไม้ล้มลงไปที่พื้น

ขณะนั้น ใกล้กันกับแคร่ไม้ มีรถจักรยานจอดอยู่ ซึ่งบริเวณหน้าตะกร้ารถจักรยาน ตนหันไปเห็นไขควงวางไว้ จึงหยิบไขควงขึ้นมาขู่อีกฝ่ายว่า “ถ้ามึงเข้ามา กูแทงนะ” แต่อีกฝ่ายไม่ฟัง กลับถลาเข้ามาชกต่อยที่ปากตน ตนจึงใช้ไขควง แทงเข้าไปที่ท้ายทอยของนายแหลม ราว 4-5 รอบ จากนั้นนายแหลมจึงปล่อยตน

บรรยากาศภายในห้องเช่า

นายสนิท กล่าวอีกว่า ตนยืนยันได้ว่ามีคนเห็นเหตุการณ์ และสามารถระบุได้ว่าตนถูกอีกฝ่ายทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนเรื่องค่าเช่า นายแหลมติดค้างอยู่ร้อยกว่าบาทจริง ซึ่งนายแหลมผัดวันประกันพรุ่งมาเป็นเวลากว่า 11 วัน แล้ว ทั้งที่จะต้องชำระให้ครบในวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุ ตนให้นายแหลมขนของออกจากห้องเช่า เพื่อให้ย้ายออกทันที และหักค่ามัดจำ จาก 2,000 บาท เหลือ 1,200 บาท และภายในวันนี้ (12 พ.ย.) หากครบ 24 ชั่วโมงแล้ว นายแหลมจะต้องขนของออกไปทันที

ตนขอยืนยันว่าที่ผ่านมา ไม่เคยมีปัญหากับนายแหลมมาก่อน แต่คาดว่าวันเกิดเหตุ นายแหลมอาจเมาสุรา อีกทั้ง นายแหลมเป็นคนชอบเสพสารเสพติด ตนจึงมั่นใจว่า อาจเป็นสาเหตุให้ทะเลาะวิวาทกับตน

สำหรับข้อกล่าวหาที่นายแหลมพยายามจะแจ้งว่าตนพยายามฆ่านั้น ตนคิดว่าไม่ยุติธรรมกับตน เพราะตนเพียงแค่ทวงถามค่าเช่า แต่อีกฝ่ายกลับถือวิสาสะมาทำร้ายตนถึงหน้าห้อง ตนอยากเรียกร้องความยุติธรรม และวอนขอความเห็นใจ เนื่องจากตนก็ไม่เคยข่มขู่อีกฝ่าย และไม่ได้มีนิสัยทวงค่าเช่าโหดอย่างข่าวนำเสนอ

นายอุเทน อินโคราช หรือ แหลม ผู้บาดเจ็บ

ด้าน นายอุเทน อินโคราช หรือ แหลม อายุ 41 ปี ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนถูกนายสนิททวงถามเงินค่าห้อง 165 บาท โดยพูดในทำนองว่า “ค่าห้องอ่ะเมื่อไหร่จะจ่าย” ตนจึงบอกไปว่า “เดี๋ยวหาให้ ตอนนี้ยังไม่มี” แต่ถูกอีกฝ่ายพูดกลับมาว่า “นัดให้เป็นคำพูดสิ” ตนจึงสวนกลับไปว่า “แล้วยังไงอ่ะ” อีกฝ่ายจึงพูดท้าทายว่า “ยังไงอ่ะ” ตนจึงเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายก่อนจะพูดว่า “มึงจะเอายังไง” ทำให้นายสนิทตอบกลับมาว่า “ยังไงก็ได้” ตนจึงต่อยอีกฝ่าย ซึ่งในช่วงตะลุมบอนกัน ตนเห็นว่านายสนิทสู้ตนไม่ได้ ตนจึงเดินหันหลังกำลังจะกลับ แต่นายสนิทกลับคว้าไขควงทิ่มเข้าที่ช่วงท้ายทอยของตน

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า ไม่มีการชกต่อยกันจนล้มไปที่พื้นแบบที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง ตนชกต่อยเขาอยู่ที่แคร่โต๊ะหน้าห้อง ซึ่งต่างฝ่ายก็ไม่ยอมกัน ซึ่งหลังจากตนถูกแทง จึงรีบเดินหนีแล้วโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

สภาพบาดแผลของนายอุเทน

นายแหลม กล่าวต่อว่า ตนเองเพิ่งมาอยู่ได้เพียง 2 เดือน เนื่องจากถูกยึดบ้าน ทำให้ต้องมาหาห้องเช่า ตนเองจึงต้องเลี้ยงดูลูกชายเพียงลำพัง ซึ่งทุกวันนี้ตนต้องหาเงินให้ลูกไปโรงเรียน แล้วก็ต้องจ่ายค่ากินค่าอยู่ ซึ่งหากตนมีเงิน 165 บาท คืนเขา ตนก็ต้องคืนอยู่แล้ว แต่เพราะตนไม่มีจริง ๆ

นายแหลม ยอมรับว่า ตนเกิดบันดาลโทสะ เนื่องจากถูกอีกฝ่ายทั้งเจ้าของหอผู้หญิงและสามี ทวงถามเรื่องเงินค่าเช่าเกือบทุกวัน ว่าเมื่อไหร่จะคืนเงินให้ กระทั่งตนรู้สึกอับอาย ตนรู้สึกเครียดและกดดัน ทำให้เก็บอารมณ์ไว้ไม่ไหว ซึ่งที่ผ่านมา ตนเองก็จ่ายค่าเช่าตามปกติ ไม่เคยมีปัญหา

โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าของห้องได้ไล่ตนออกจากห้องเช่า ซึ่งหากเขาไม่ไล่ อย่างไรตนก็ไม่คิดจะอยู่ต่อ เพราะตนไม่อยากมีปัญหา ส่วนที่เขากล่าวหาว่าตนชอบดื่มสุรา ตนยอมรับว่าก็มีบ้าง อย่างวันเกิดเหตุก็ดื่มสุรามาแต่ไม่ได้ดื่มเยอะ ดื่มเหล้าขาวมาเพียง 10 บาท ส่วนเรื่องสารเสพติดนั้นไม่มีแน่นอน เพราะขนาดเงินกินข้าวตนยังไม่มี แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อยา

keyboard_arrow_up