เด็ก 13 ติดเกมเล่นจนช็อกตัวเกร็ง พ่อแม่หามส่งรพ. แพทย์เตือนผู้ปกครองกวดขัน

วันที่ 2 พ.ย. 61 ที่ตึกเด็กชั้น 5 โรงพยาบาลน่าน นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน ออกมาเตือนผู้ปกครองเฝ้าติดตามพฤติกรรมบุตรหลาน อย่าปล่อยให้เล่นเกม หรือ โทรศัพท์มือถือนานเกิน อาจเกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ หลังเมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา (1 พ.ย. 61) มีผู้ปกครองหามบุตรชายอายุ 13 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลน่าน เนื่องจากมีอาการปากสั่น ใจสั่น มือเท้าเย็น แขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ โดยคาดมาจากสาเหตุเล่นเกมออนไลน์ทั้งวันทั้งคืน นานติดต่อกันหลายวันโดยไม่พักผ่อน ไม่กินอาหารและน้ำ ทำให้ร่างกายขาดน้ำและสารอาหารจนเกิดภาวะร่างกายช็อก

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน

โดยผู้ปกครองเด็กชาย 13 ปี เล่าว่า ต้องออกไปขายของทั้งกลางวันและกลางคืน จึงปล่อยลูกอยู่บ้านคนเดียวเป็นประจำ และลูกชายจะชอบนั่งอยู่หน้าจอเล่นเกมแบบนั้นไม่ลุกไปไหนจนดึกดื่น และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นลูกชายเล่นเกมต่อสู้ออนไลน์ติดต่อกันมานานกว่าสัปดาห์ จนกระทั่งในวันที่ 1 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา พบว่าลูกชายมีอาการลักษณะช็อก ตัวเกร็ง มือเท้าเย็นแขนขาอ่อนแรงควบคุมตัวเอง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ แพทย์และพยาบาลตรวจรักษาพบว่าเด็กมีอาการอ่อนเพลียรุนแรง แพทย์ต้องรีบให้น้ำเกลือแร่เพื่อให้ร่างกายมีแร่ธาตุ ซึ่งขณะนี้มีอาการดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ขอเตือนผู้ปกครองควรจำกัดเวลาการดูโทรทัศน์ เล่นเกม และใช้สมาร์ทโฟนของเด็กให้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบไม่ควรให้ดูคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ ทั้งนี้ การให้เด็กดูโทรทัศน์และสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบด้านลบต่อเด็กทั้งสุขภาพกาย การเรียน และพัฒนาการด้านต่าง ๆ

นอกจากนี้ การจ้องมองจอภาพเป็นเวลานานยังมีส่วนทำลายสมอง และทำให้ประสิทธิภาพเรื่องความจำและการมองเห็นถดถอย จนทำให้ตาบอกหรือพิการได้อีกด้วย

keyboard_arrow_up