สิงห์อมควันอ่วมแน่! คลังไฟเขียวรีดภาษีบุหรี่ คาดทะลุซองละ 100

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 61 มีรายงานว่า กระทรวงการคลังเห็นชอบร่างพ.ร.บ. จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยงานบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติโดยมีสาระสำคัญให้เก็บเงินจากบุหรี่อีกซองละ 2 บาท เข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นเงินปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระเงินที่ได้สนับสนุนจากงบประมาณของรัฐปีละกว่า 1 แสนล้านบาท จึงต้องหาแหล่งเงินเพิ่มเติมโดยมีกระทรวงการคลังและกระทรวงสาธารณสุขยกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมา

ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขฯและส่งความเห็นกลับมาภายในวันที่1 ต.ค. คาดว่าเพื่อเสนอให้ ครม.พิจารณาอย่างเร็วในวันที่2 ต.ค.

ด้าน น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการ ยสท. กล่าวว่า หากกฎหมายเห็นชอบให้เก็บเงินจากบุหรี่อีกซองละ 2 บาทให้กองทุนหลักประกันสุขภาพฯ เบื้องต้นยสท.จะผลักภาระส่วนนี้ไปให้ผู้บริโภคทั้งหมดคือ ขึ้นราคาบุหรี่อีกซองละไม่ต่ำกว่า 2 บาท เนื่องจากปัจจุบันตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ทำให้ยาสูบมีกำไรจากการขายบุหรี่ที่ซองละ10 สตางค์เท่านั้น ถ้าไม่ปรับราคาขึ้นโรงงานยาสูบจะขาดทุนและขายบุหรี่ไม่ได้

ฟากบริษัทนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศ ระบุว่าในส่วนของการปรับราคาบุหรี่นำเข้าคงไม่สามารถเก็บเพิ่มแค่ 2 บาทได้ เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างภาษีบุหรี่กำหนดให้บุหรี่ที่ราคาไม่เกิน 60 บาท คิดภาษี 20 เปอร์เซ็นต์ และมากกว่า 60 บาทคิดภาษี 40 เปอร์เซ็นต์ โดยราคาบุหรี่ที่ 60 บาท หากมีการเก็บเพิ่ม 2 บาทจะทำให้ราคาเกินที่กำหนดและต้องเสียภาษี 40 เปอร์เซ็นต์ ทันทีทำให้ราคาบุหรี่เดิมที่ 60 บาท ขยับเป็นไม่ต่ำกว่า 90 บาทต่อซอง หรือเพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

keyboard_arrow_up