ฟังชัดๆ! มท.แจงปม “ทีมหมูป่า” ได้สัญชาติไทย แล้วทำไม “หม่อง ทองดี – อซึกิ” ต้องรอ (คลิป)

กรณีนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่า อะคาเดมี จำนวน 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย ในจำนวนนี้พบว่าไม่มีสัญชาติไทย 4 คน ประกอบด้วย ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี, ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน อายุ 14 ปี, นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี และนายเอกพล จันทะวงศ์ หรือ โค้ชเอก อายุ 25 ปี โดยเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 61 ทั้ง 4 คนได้รับสัญชาติไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงหลักเกณฑ์และมาตรฐานการให้สัญชาติ โดยมีการนำไปเทียบเคียงกับนายหม่อง ทองดี อดีตแชมป์เครื่องบินกระดาษพับ ตัวแทนประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยมีการระบุว่าจะมอบสัญชาติไทยให้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า

นายวีนัส สีสุข ผอ.สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย

ล่าสุด นายวีนัส สีสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ชี้แจงหลักเกณฑ์และการขอสัญชาติไทยว่า ทีมหมูป่า อะดาเดมี ทั้ง 4 คน ที่ไม่ได้สัญชาติไทยตั้งแต่แรกทั้งที่เกิดในประเทศไทย เนื่องจากเป็นไปตามเงื่อนไขของกฏหมายสัญชาติ คือ หากพ่อแม่เป็นคนต่างด้าวที่ไม่มีใบถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ลูกที่เกิดมาจะไม่ได้รับสัญชาติไทย แต่ทั้งนี้ คนที่เกิดมาแล้วไม่ได้สัญชาติไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสามารถพิจารณาให้สัญชาติได้ โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะรัฐมนตรีกำหนด โดยมีหลักเกณฑ์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

1.คนที่เกิดในประเทศไทย มีบิดาหรือมารดา เป็นชนกลุ่มน้อยหรือชาติพันธุ์ ที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย และต้องมาอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 15 ปี ฉะนั้น ถ้าลูกเกิดประเทศไทยได้สัญชาติไทยทันที และขอสัญชาติไทยได้ ซึ่งถ้าเป็นไปตามกลุ่มนี้ ซึ่งทีมหมูป่าจะเข้าข่ายหลักเกณฑ์นี้สองคน คือ นายพรชัยและด.ช.มงคล ซึ่งพ่อของน้องทั้ง 2 คนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2538 นับจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ 15 ปี

นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี
ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี

2 .เด็กที่เกิดในประเทศไทยและไม่ได้สัญชาติไทย และที่เป็นคนไร้รากเหง้า หมายถึง บิดามารดาทิ้ง ตามหาบิดามารดาไม่เจอ ไม่ปรากฏบิดามารดา ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ต้องเกิดในประเทศไทยและต้องอยู่ในประเทศไทยต่อเนื่องไม่น้อย กว่า 10 ปี ต้องเรียนหนังสือและต้องมีหนังสือรับรองเป็นคนไร้รากเหง้า ออกโดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งทีมหมูป่าที่เข้าหลักเกณฑ์นี้ก็คือ ด.ช.อดุลย์ ที่เกิดในประเทศไทย พ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่เด็ก และถูกส่งไปเลี้ยงที่คริสจักรในแม่สาย มีอายุเกิน 10 ปี กำลังศึกษาอยู่ และมีหนังสือรับรองคนไร้รากเหง้าจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย

ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน อายุ 14 ปี

ส่วนกรณีของโค้ชเอกนั้น จะไม่เข้าหลักเกณฑ์การขอสัญชาติตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2559 ถึงแม้ว่าโค้ชเอกจะมีพ่อเป็นชาติพันธุ์ไทลื้อเหมือนกับนายพรชัยและด.ช.มงคล และพ่อของโค้ชเอกก็เกิดในประเทศไทย แต่พ่อของโค้ชเอกไม่ได้สัญชาติไทย เป็นเพราะว่าในช่วงที่พ่อโค้ชเอกเกิด มีประกาศจากคณะปฏิวัติ ปี 2515 ซึ่งกำหนดว่าลูกของคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยจะไม่ได้สัญชาติไทย ถ้าหากไม่มีประกาศฉบับนี้ พ่อโค้ชเอกคงได้สัญชาติไทยไปแล้ว ต่อมาเมื่อปี 2551 ได้มี พ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับที่ 4 ออกมาเพื่อคืนสัญชาติไทยให้ในกรณีของพ่อโค้ชเอก หากปัจจุบันพ่อของโค้ชเอกยังมีชีวิตอยู่ ก็จะได้สัญชาติไทย นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังระบุไว้ว่า นอกจากคืนสัญชาติให้พ่อแล้วต้องคืนสัญชาติให้ลูกด้วย ทำให้โค้ชเอกได้สัญชาติไทยในที่สุด

นายเอกพล จันทะวงศ์ หรือ โค้ชเอก อายุ 25 ปี

ส่วนการขอสัญชาติของนายหม่อง ทองดี เริ่มต้นจากน้องหม่อง ได้ไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษ และสร้างชื่อให้ประเทศไทยในปี 2552 แต่ถึงแม้ว่าน้องหม่องจะเป็นคนที่เกิดในประเทศไทย เหมือนกับน้องทีมหมูป่า แต่หลักเกณฑ์ในปีที่หม่องกลับมาประเทศไทย ในปี 2552 ยังไม่เปิดให้เด็กที่เกิดในประเทศไทย ที่มีพ่อแม่เป็นคนต่างด้าว โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทางราชการไม่ได้ทำทะเบียนประวัติเอาไว้ น้องหม่องจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ และไม่สามารถจะขอสัญชาติไทยได้ เมื่อเทียบตามหลักเกณฑ์ของคณะรัฐมนตรี ปี 2559 หม่องได้เกิดจากบิดามารดาเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ที่ไม่ใช่คนชนกลุ่มน้อย และพิสูจน์สัญชาติมาแล้วว่า บิดามารดาของหม่องถือพาสปอร์ตเมียนมาทั้งสองคน ซึ่งต่างกับน้องน้องทีมหมูป่า ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะยื่นเหมือนน้องทีมหมูป่า และก็ไม่สามารถเข้าหลักเกณฑ์บุคคลไร้รากเหง้าได้ เนื่องจากบิดามารดาเป็นคนมีสัญชาติ

นายหม่อง ทองดี

ทั้งนี้ ยังมีอีก 1 หลักเกณฑ์ ที่หม่องจะสามารถขอยื่นสัญชาติไทยได้ ซึ่งหลักเกณฑ์นี้ระบุไว้ว่า ต้องเกิดในประเทศไทยและเรียนจบปริญญาตรี ดังนั้น ถ้าหม่องได้เรียนจบปริญญาตรี ก็จะสามารถขอสัญชาติได้ ใช้เพียงใบปริญญาบัตร โดยไม่ต้องมองถึงสัญชาติของพ่อแม่หม่อง แต่ปัญหาขณะนี้คือหม่องยังไม่จบปริญญาตรี จึงไม่สามารถขอได้ ส่วนอีกหนึ่งกรณีที่หม่องจะสามารถขอสัญชาติไทยได้ คือการทำคุณประโยชน์ต่อประเทศไทย ซึ่งต้องเป็นหลักฐานที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐรับรอง และออกให้ว่าเป็นคนทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติก็จะเข้าเงื่อนไข และมีสิทธิ์ขอสัญชาติไทยได้ แต่ต้องให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณา

อซึกิ อิวาตานิ นักกีฬาคาราเต้

สำหรับกรณีของอซึกิ อิวาตานิ นักกีฬาคาราเต้ ที่มีพ่อแม่ถือสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามาอยู่ประเทศไทย อีกทั้งหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2559 ที่ระบุไว้ว่า คนที่จะสามารถขอสัญชาติไทย ได้จะต้องไม่ถือสัญชาติของประเทศอื่น ดังนั้นน้องอซึกิจึงไม่สามารถขอสัญชาติไทยได้ เพราะน้องอซึกิยังถือสัญชาติญี่ปุ่นอยู่ หากน้องอาซิกิต้องการจะขอสัญชาติไทยก็ต้องสละสัญชาติญี่ปุ่นก่อน ถึงจะสามารถทำได้ โดยต้องแจ้งกับสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเพื่อขอสละสัญชาติ หรืออีกกรณีคือน้องอซึกิต้องเรียนจบปริญญาตรีจึงจะสามารถยื่นคำร้องขอสัญชาติไทยได้ทันที

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยังยืนยันอีกว่า กรณีการได้สัญชาติของนักฟุตบอลทีมหมูป่าและโค้ชเอก ไม่ได้เกิดจากการติดถ้ำ โดยที่จริงแล้วน้องน้องกลุ่มนี้ได้ดำเนินการยื่นเรื่องขอสัญชาติมาอยู่แล้ว เพียงเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

keyboard_arrow_up