Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ฝนตกน้ำท่วมขัง ระวัง ! 5 กลุ่มโรคที่มาพร้อม "ฤดูฝน"

ฝนตกน้ำท่วมขัง ระวัง ! 5 กลุ่มโรคที่มาพร้อม "ฤดูฝน"

28 ก.ย. 69
10:12 น.
แชร์

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศที่มีความชื้นสูง น้ำท่วมขัง และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง อาจเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนและการแพร่กระจายของเชื้อก่อโรค ส่งผลให้ “โรคหน้าฝน” พบได้บ่อยขึ้นในประชากรทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

แพทย์หญิง วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล เผยว่า โรคที่พบได้ในช่วงนี้มีหลายกลุ่ม เช่น โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งในบางกรณีอาจมีความรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาล

ปัจจัยที่ทำให้โรคหน้าฝนพบได้บ่อย

• ความชื้นสูง ส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียและไวรัส

• แหล่งน้ำขัง เอื้อต่อการเพาะพันธุ์ของยุง

• การปนเปื้อนของน้ำและอาหารในบางพื้นที่

ประเภทของโรคที่พบบ่อยในฤดูฝน

1. โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ

โรคในกลุ่มนี้มักเกิดจากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น

แบคทีเรีย: Salmonella, Escherichia coli (E. coli)

ไวรัส Norovirus

อาการที่พบได้:

• ถ่ายเหลวหลายครั้ง

• อาเจียน

• ปวดท้อง

• มีไข้ในบางราย

• หากมีการสูญเสียน้ำมาก อาจเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งต้องได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม

2. โรคติดเชื้อผ่านผิวหนังและเยื่อบุ

โรคในกลุ่มนี้มักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสน้ำหรือสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง

โรคสำคัญ ได้แก่

• โรคตาแดง (Conjunctivitis)

• โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือไข้ฉี่หนู จากเชื้อ Leptospira

อาการของโรคตาแดง

• ตาแดง เคืองตา

• มีน้ำตาไหลหรือขี้ตามากผิดปกติ

• อาจมีอาการคันหรือระคายเคืองร่วมด้วย

• อาการของโรคเลปโตสไปโรซิส (ไข้ฉี่หนู)

• ไข้สูงเฉียบพลัน

• ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง

• ตาแดง

ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ตับอักเสบหรือไตอักเสบ

เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลเล็ก ๆ บนผิวหนัง หรือผ่านเยื่อบุ เช่น ตา จมูก และปาก การหลีกเลี่ยงการสัมผัสแหล่งน้ำเสี่ยง และการทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัส จึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดโอกาสการติดเชื้อ

3. โรคระบบทางเดินหายใจ

โรคในกลุ่มนี้พบได้บ่อยในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในฤดูฝน ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

โรคที่พบบ่อย ได้แก่

• ไข้หวัด

• ไข้หวัดใหญ่

• ปอดบวม

อาการที่ควรสังเกต

• ไอ เจ็บคอ คัดจมูก

• มีไข้

• อ่อนเพลีย

• ในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรง เช่น ปอดบวม อาจพบอาการเพิ่มเติม ได้แก่

• หายใจลำบาก

• แน่นหน้าอก หรือหายใจเร็วผิดปกติ

กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง

4. โรคไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะ พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน เนื่องจากมีแหล่งน้ำขังที่เอื้อต่อการแพร่พันธุ์ของยุง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการแพร่กระจายของโรคในชุมชน

อาการในระยะแรก

• ไข้สูงเฉียบพลัน

• ปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา

• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ

• อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

• อาการที่อาจพบเพิ่มเติม

• มีผื่นหรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง

• เลือดออกง่าย เช่น เลือดกำเดา หรือเลือดออกตามไรฟัน

ในบางราย โรคอาจเข้าสู่ระยะรุนแรง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะพลาสมารั่ว ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือภาวะช็อกจากการสูญเสียสารน้ำในหลอดเลือด จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินและติดตามอาการโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด

การป้องกันโรคทำได้โดยการหลีกเลี่ยงยุงกัด และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น การปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ การเปลี่ยนน้ำในภาชนะอย่างสม่ำเสมอ และการใช้มาตรการป้องกันยุงในชีวิตประจำวัน

5. โรคมือ เท้า ปาก

พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในสถานศึกษา

สาเหตุ: เชื้อไวรัสกลุ่ม Enterovirus เช่น Coxsackievirus

อาการที่พบได้:

• ไข้

• เจ็บปาก

• มีผื่นหรือตุ่มน้ำที่มือ เท้า และในช่องปาก

ดังนั้นในช่วงฤดูฝน การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสภาพอากาศที่ชื้นและน้ำขังอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคหลายชนิด เพื่อให้ห่างไกลจากโรคที่มากับฤดูฝน ทุกคนสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดังนี้

เริ่มจากการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เช่น การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ หรือหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หรือช้อนส้อม, ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ หลีกเลี่ยงอาหารที่ค้างคืนหรือไม่ผ่านการเก็บรักษาอย่างถูกสุขลักษณะ ควรดื่มน้ำสะอาด และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งหรือน้ำดื่มที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค พร้อมทั้งใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ส่วนอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย คือการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว ควรเข้ารับวัคซีนที่จำเป็น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี

Advertisement

แชร์
ฝนตกน้ำท่วมขัง ระวัง ! 5 กลุ่มโรคที่มาพร้อม "ฤดูฝน"