
มะเร็งตับอ่อนในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากตรวจพบเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลาม การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะที่ยังสามารถผ่าตัดได้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยการผ่าตัด Whipple ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาหลักที่ช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต
นายแพทย์ณัฐวุฒิพงศ์ ลีรัตนขจร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านโรคตับและทางเดินน้ำดี โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ตับอ่อน (Pancreas) เป็นอวัยวะที่ซ่อนอยู่ลึกในช่องท้องด้านหลังกระเพาะอาหาร มีหน้าที่สำคัญ 2 ส่วน คือ
1. สร้างเอนไซม์ เพื่อช่วยย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหาร
2. สร้างฮอร์โมน เช่น อินซูลิน เพื่อควบคุมสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด
หากตับอ่อนทำงานผิดปกติ จะกระทบต่อระบบย่อยอาหารและระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายโดยตรง
เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์เนื้อเยื่อตับอ่อน ตำแหน่งที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ส่วนหัวของตับอ่อนซึ่งอยู่ติดกับท่อน้ำดีและลำไส้เล็กส่วนต้น ด้วยตำแหน่งที่อยู่ลึก อาการในระยะแรกจึงสังเกตได้ยาก ทำให้ผู้ป่วยมักได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว
อาการที่อาจพบได้
หากพบอาการเตือนเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัย
• ปวดท้องส่วนบน หรือปวดร้าวทะลุไปถึงหลังเรื้อรัง
• ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
• น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
• เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย
• ปัสสาวะมีสีเข้ม อุจจาระมีสีซีด
การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งก้อนเนื้อ และความแข็งแรงของผู้ป่วย ในกลุ่มที่ก้อนมะเร็งยังไม่กระจายตัว การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกคือแนวทางหลักที่เพิ่มโอกาสการหายขาดได้มากที่สุด โดยเฉพาะมะเร็งบริเวณหัวตับอ่อน
การผ่าตัด Whipple (Pancreaticoduodenectomy) คือการผ่าตัดเพื่อรักษามะเร็งที่บริเวณหัวตับอ่อน จัดเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนระดับสูง ศัลยแพทย์จะต้องตัดส่วนหัวของตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนต้น ท่อน้ำดี ถุงน้ำดี และกระเพาะอาหารบางส่วนออก จากนั้นจึงทำการเย็บต่อระบบทางเดินอาหาร ท่อน้ำดี และท่อตับอ่อนเข้าด้วยกันใหม่ เพื่อให้ร่างกายกลับมาย่อยอาหารได้ตามปกติ การผ่าตัดนี้ต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความเฉพาะทางสูงมาก
ที่โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ใช้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี (Robotic-assisted surgery) เข้ามาทำหัตถการแทนการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแผลใหญ่ ศัลยแพทย์จะควบคุมแขนกลผ่านคอนโซล ช่วยให้การตัดต่อเส้นเลือดและเนื้อเยื่อในพื้นที่แคบๆ ทำได้อย่างละเอียดและแม่นยำสูง
คุณสมบัติของระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
• ภาพ 3 มิติคมชัดระดับ HD :: ขยายภาพได้หลายเท่า ช่วยให้แพทย์เห็นกายวิภาค เส้นเลือด และเส้นประสาทได้อย่างชัดเจน
• แขนกลอัจฉริยะ :: หมุนและโค้งงอได้อิสระ 360 องศา เสมือนข้อมือมนุษย์แต่ไร้ข้อจำกัด เข้าถึงจุดที่ซับซ้อนได้ลึก
• แม่นยำสูงสุด ลดการสั่นไหว:: ระบบกรองการสั่นของมือแพทย์ ทำให้การเย็บต่อท่อขนาดเล็กปลอดภัยยิ่งขึ้น
• แผลเล็ก ฟื้นตัวไว :: ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง เสียเลือดน้อย ผู้ป่วยจึงเจ็บปวดน้อยลงและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น
การประเมินผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด
ทีมแพทย์จะวางแผนการรักษาอย่างรัดกุมด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อประเมินรอยโรคอย่างแม่นยำ
• การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) แบบเฉพาะเจาะจงตับอ่อน
• การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
• การส่องกล้องอัลตราซาวด์ทางเดินอาหาร (EUS)
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ทีมแพทย์อาจใช้การรักษาแบบผสมผสาน (Multimodal Treatment) ร่วมด้วย ได้แก่
• เคมีบำบัด (Chemotherapy)
• ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
• รังสีรักษา (Radiation Therapy)
มะเร็งตับอ่อนอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่การสังเกตความผิดปกติของร่างกายและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงที อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้มากขึ้น หากมีอาการผิดปกติหรือมีความกังวล ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
Advertisement