5 สมมติฐาน ว่าทำไมเราถึงไม่พบ “มนุษย์ต่างดาว” สักที!?

อีกหนึ่งคำตอบที่เชื่อว่าหลายคนคงอยากได้คำตอบเป็นอย่างมาก นั่นคือแท้จริงแล้วโลกเรานั้นอยู่อย่างโดดเดี่ยวในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้หรือไม่ เพราะถึงจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่าบนท้องฟ้าอันมืดมิดนั้น ยังมีใครบางคนจ้องมองเราอยู่ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานชัดๆ แม้แต่ชิ้นเดียวที่ยืนยันว่า มี มนุษย์ต่างดาว อยู่จริงๆ

ปัญหาที่ว่านี้ แม้แต่นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ที่ครุ่นคิดและสงสัยในเรื่องนี้มานานหลายปีก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนได้ แต่ท่ามกลางความสนใจที่จะค้นหาชีวิตจากดาวดวงอื่นให้ได้ ทำให้เกิดสมมติฐานที่น่าสนใจที่พยายามให้คำตอบว่า…ทำไมเราจึงยังไม่เจอสิ่งมีชีวิตที่เราเชื่อว่ามีอยู่จริงสักที!?

เอกภพนั้นกว้างใหญ่เกินไป

นักวิทยาศาสตร์เคยประมาณการว่ามีดาวเคราะห์มากกว่า 100 ล้านดวงในทางช้างเผือก และทางช้างเผือกเองก็เป็นเพียงหนึ่งในแสนล้านกาแลคซีของเอกภพ ฉะนั้นมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถสแกนดาวทุกดวงได้อย่างครบถ้วน หรือต่อให้มนุษย์สามารถสำรวจทางช้างเผือกจนทะลุปรุโปร่ง แต่ไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิต นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าในอีกแสนล้านกาแลคซีที่เหลือจะไม่มี

เราไม่ได้จริงจังกับการค้นหาพวกมันมากอย่างที่ควรจะเป็น

ถ้าไม่นับอุปกรณ์ของนักล่ามนุษย์ต่างดาวมือสมัครเล่นที่มีอยู่ทั่วโลก อุปกรณ์ที่ดูจะทรงประสิทธิภาพที่สุดและออกแบบมาเพื่อค้นหาชีวิตบนดาวดวงอื่นโดยเฉพาะ ก็มีแค่กล้องโทรทัศน์ของ สถาบันที่ค้นหาสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาความฉลาดที่อยู่นอกโลก หรือ สถาบัน SETI เท่านั้น และมันก็มีโอกาสสำเร็จน้อยมากที่จะใช้กล้องที่ว่านี้กวาดหาดาวฤกษ์กว่าล้านดวง และอีกกว่าร้อยกาแลคซีที่อยู่ใกล้เราที่สุด เพื่อหาสัญญาณการมีชีวิตจากนอกโลก

เทคโนโลยีของเรามันล้าสมัยเกินกว่าจะเจอพวกเขา

หากมนุษย์ต่างดาวมีตัวตนอยู่จริง และสามารถเดินทางมายังโลกของเราโดยข้ามผ่านกาแลคซีหรือดาวดวงอื่นในเวลาเพียงพริบตา อย่างที่หลายๆ คนเคยอธิบายไว้ นั่นก็แปลว่าเทคโนโลยีของพวกเขาจะต้องก้าวล้ำนำสมัยมนุษย์ไปหลายขุม และอาจรวมถึงรูปแบบการสื่อสารและการซ่อนตัวเองจากเราด้วย ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เทคโนโลยีที่ว่าก้าวหน้าที่สุดของมนุษย์ จะหาพวกนั้นไม่เจอ

เราอยู่เพียงลำพังจริงๆ

จากคำอธิบายในสมมติฐาน Fermi Paradox ถ้าคุณเชื่อในเรื่องของความบังเอิญ ก็จงเชื่อเถอะว่าการกำเนิดมนุษย์นั้นก็ไม่ต่างกัน เพราะจากความเปลี่ยนแปลง และการทำลายล้างในแต่ละช่วงอายุของโลกที่เพิ่งสร้างอารยธรรมมนุษย์ขึ้นมาเมื่อไม่กี่พันปีก่อน เมื่อเทียบกับอายุของเอกภพที่มีอยู่มานานกว่า 13.8 พันล้านปี เราอาจเรียกว่าเป็นผลผลิตจากความบังเอิญในห้วงอวกาศนี้ก็เป็นได้ และอาจไม่มีความบังเอิญใดอีกแล้วนอกจากเรา

เราเคยพบกันมาแล้ว แต่ไม่ใช่ในแบบที่เราคิด

มนุษย์นั้นคิดภาพว่ามนุษย์ต่างดาว หรือสัตว์ต่างดาวจะต้องมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับในภาพยนตร์ที่มนุษย์สร้างกันขึ้นมา แต่ถ้าโลกนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตมากมายขนาดนี้ บางทีโลกอื่นก็อาจจะมีความหลากหลายไม่แพ้กัน และเป็นไปได้ว่าเราอาจจะเคยพบกันมาก่อน แค่ไม่ใช่ในแบบที่เราคิดเท่านั้นเอง

keyboard_arrow_up