
Toyota Land Cruiser FJ รถสายออฟโรดระดับตำนานรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในตลาดประเทศไทย รถรุ่นนี้มาพร้อมคำถามมากมาย แต่ทุกอย่างตอบไ่ด้ในบทความทดลองขับ และคลิปเต็มที่นี่
เชื่อว่านี่คือหนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะคำว่า Land Cruiser ในใจที่นึกถึงมันต้องเป็นรถหรูสายลุยคันใหญ่ แต่ทำไมเจ้า FJ คันนี้มันถึงได้ขนาดตัวไม่ได้ดูน่าเกรงขามแบบรุ่นพี่ ๆ มาด้วยมิติตัวรถที่ยาว 4,610 มม. กว้าง 1,855 มม. และสูง 1,890 มม. และระยะฐานล้อ 2,580 มม. เท่านั้น แต่ ๆๆ อย่าแค่มองที่ขนาดตัวที่ดูเหมือนเล็กเท่านั้น
สำหรับการเดินทางด้วย Toyota Land Cruiser FJ ในรอบนี้ มันตอบโจทย์แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ภายในห้องโดยสารมันกว้างขวางเพียงพอแม้จะต้องโดยสาร 4-5 คน Short Wheelbase ของโครงสร้าง สิ่งที่ได้มามันกลับเป็นความคล่องแคล่วคล่องตัวอย่างน่าประทับใจ ช่วงล่างมีการปรับจูนมาได้นุ่มนวลแตกต่างกับรถสไตล์นี้ โดยเฉพาะในช่วงเส้นทางออฟโรดมันยิ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพช่วงล่างที่ทำให้ผู้โดยสารด้านในรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวแม้จะต้องโยกโยนตลอดเส้นทางแบบโหดก็ตาม
งานดีไซน์เป็นเรื่องที่ผมย้ำเสมอว่าพูดยาก แต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกันแบบหลากหลาย แต่เอาเป็นว่าสำหรับมุมมองส่วนตัว Toyota Land Cruiser FJ คันนี้หากต้องการหล่อเข้มเต็มขันสักหน่อย อย่างน้อยต้องจัดล้อและยางชุดใหญ่สักชุด มันจะยิ่งเสริมราศีให้เจ้านี่โดดเด่นแบบสุด ๆ ส่วนถ้ามุมมองสำหรับการออกแบบแนวเดิม ๆ จากโรงงาน ถือว่าเป็นรถมีทรงแต่อาจยังไม่สุดแบบเต็มขั้น
ส่วนดีไซน์ภายในก็เช่นกัน โดยรวมดีและไปทางยอดเยี่ยม ออกแบบสวยใช้งานง่าย แต่ก็จะมีคำถามเรื่องวัสดุภายในที่บางคนอาจบอกว่ามีแบบบุนุ่มน้อยไป แต่สำหรับเรามองว่า วัสดุภายในเป็นการเลือกใช้เพื่อตอบโจทย์การใช้งานตามสไตล์ของตัวรถ และวัสดุที่ว่าเหล่านี้มีการเคลือบสารป้องกันยูวีและการเก่าของฝุ่นละออง ที่ทำให้ทั้งเก่าช้าและฝุ่นไม่เกาะ นี่คือการลงในรายละเอียดที่หลายคนอาจมองข้าม สำหรับจุดนี้สำหรับเรามองว่าสมเหตุสมผลที่ทางโตโยต้าระบุว่าการใช้วัสดุแบบแข็งเพื่ออะไร ใช้แบบนี้ไปทำไมนั่นเอง
ต้องทำความเข้าใจแบบนี้ก่อนว่า เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 บล็อกนี้มันคือบล็อกเดียวกับใน LC250 เลยนะ มันผ่านการพิสูจน์ต่อการใช้งานจริงมายาวนาน และผลการใช้งานมันก็เป็นบวกมาก ๆ ทั้งความทนทาน และการดูแลรักษาที่ง่ายเหมือนปลอกกล้วยสำหรับช่างในบ้านเรา ทำไมถึงมองข้ามข้อดีจุดนี้ไปเสียได้ละ
พละกำลังของ Toyota Land Cruiser Fj อยู่ที่ 166 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร แน่นอนตัวเลขระดับนี้ก็ต้องถูกตั้งข้อสงสัยอีกนั่นแหละ บวกกับ FJ คือรถที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-Time ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีคนสงสัยว่ามันขับสี่ไหวแน่นะ
เอาละนี่คือสิ่งที่จะบอกหลังไปลองขับมากับมือ และตะลึงมากับตามาด้วยตัวเอง...
Toyota พาเราไปทดลองขับ Toyota Land Cruiser Fj แบบวันเดียวจบ แต่มันครบทุกโจทย์ของการขับแบบสุดจะบรรยาย เราเริ่มเดินทางบนเส้นบางนา-ตราด ขับขึ้นทางยกระดับด้านบน ที่แรงลมในวันนั้นวิ่งปะทะตัวรถราว 3 กม./ชั่วโมง ทำให้รู้เลยว่าตัวรถมีการปรับจูนช่วงล่างและพวงมาลัยมาได้ค่อนข้างมั่นคง รวมถึงการจัดสรรด้านอากาศพลศาสตร์ของบอดี้รถทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว อีกทั้งจะลืมเรื่องการเก็บเสียงไม่ได้ที่เป็นอีกจุดเด่นแบบ Toyota Land Cruiser FJ คันนี้
การขับบนทางตรงยาว ๆ ด้วยความเร็วราว 90-120 กม./ชม. เราก็ต้องยอมรับกันตามตรงว่าเจ้านี่ไม่ใช่รถที่เน้นเรื่องความประหยัดเป็นจุดนำ แม้หากควบคุมคันเร่งให้ดี ใช้ความเร็วไม่มากก็อาจได้เห็นตัวเลขราว 9-10 กม./ลิตร กว่า ๆ แต่สำหรับเราในวันที่ทดลองขับแบบเหยียบหนักและลุยโหด ๆ ตัวเลขตามหน้าปัดแสดงผลราว 7.5-8.3 กม./ลิตรไม่เกินนี้ ดังนั้นมันมีสองทางเลือกหลักๆ ทางแลกรับได้กับตัวเลขประมาณนี้ก็สบายไป ไม่ต้องสนใจ แต่ถ้าใครอยากได้ประหยัดกว่านี้ เรามองว่าการนำไปไปติดแก๊สแบบมาตรฐานก็อาจเป็นทางเลือกที่ใช่อีกทาง
บนเส้นทางออนโรด ช่วงล่างของ FJ จะมีนิสัยแบบนุ่มนวล และด้วยความที่ฐานระยะล้อสั้น ทำให้มีข้อดีที่ตามมาคือแม้ช่วงล่างจะถูกปรับให้ไปทางนุ่มนวลแต่มันจะไม่นำอาการโยนติดตัวมาด้วย และนั่นทำให้ฟิลลิงของช่วงล่างรถคันนี้มันถือว่าทำได้ดีไม่น้อยเลยสำหรับการใช้งานบนทางเรียบทั่วไป
มาถึงการทดลองบนเส้นทางที่มันดูจะเหมาะสมกับ Toyota Land Cruiser FJ คันนี้ ก็คือการผ่านด่านต่าง ๆ ที่โหด หิน และรถหลาย ๆ รุ่นว่ากันว่าไปไม่ได้แน่ ด่านสำคัญคือการขึ้นเนินที่แคบ และอุดมไปด้วยกองหิน และ FJ มันก็สามารถปีนป่ายขึ้นไปได้แบบไม่ยากเย็นอะไร แถมสื่อบางท่านที่ฝีมือฉมังหน่อยก็ปีนขึ้นไปได้โดยไม่ต้องได้ Diff-Lock หลัง ที่ตัวรถมีให้ด้วยซ้ำ
สิ่งที่พบเมื่อได้ลองทางแบบลำบากลำบนขนาดนี้คือ ตัวรถมีบาลานซ์ที่ดีแบบสุด ๆ แม้จะเจอการโยกการโยนแบบเฉีบบพลัน เราแทบไม่พบการโคลงแบบยวบยาบใน FJ แถมมันยังให้อารมณ์แบบนุ่มนวลอย่างหน้าตาเฉย ด้านพละกำลังในการลุย เรากลับรู้สึกว่าขุมพลังชุดนี้ทำไมมันขับลุยได้สนุกกว่าขับทางเรียบแบบชัดเจนมาก
การขับขี่บนถนนทางเรียบทั่วไป ฮาร์ดคอสายซิ่งน่าจะยังไม่ถูกใจเท่าไหร่ เนื่องจากเครื่องยนต์อาจมีต้องรอจังหวะเพื่อลากรอบดันความเร็วให้ขึ้นแบบต่อเนื่องอยู่บ้าง แต่เมื่อใดก็ตามได้ขับเจ้านี่เข้าป่าฝ่าดงแล้วละก็ แรงบิด แรงดึงมันกลับสะเด่าปีนป่ายสนุกเป็นบ้าเลยจริง ๆ
อยากเห็นว่าการทดลองขับหมดเป็นอย่างไรคลิกรับชมได้เลย ลองขับ Toyota Land Cruiser FJ