
ความร่วมมือระหว่าง สโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ Manchester City แชมป์พรีเมียร์ลีกหลายสมัยในช่วงทศวรรษหลัง และ BYD ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ระดับโลก ไม่ใช่เพียงการเซ็นสัญญาผู้สนับสนุนทั่วไป แต่คือการเปลี่ยนผ่านทางยุทธศาสตร์ที่สะท้อนถึงทิศทางของสโมสรและทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
หากจะเข้าใจความสำคัญของดีลนี้ ต้องย้อนกลับไปมองความสัมพันธ์ระหว่าง เรือใบสีฟ้า กับ Nissan แบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็น Global Automotive Partner รายแรกของ City Football Group (CFG) มายาวนานกว่า 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2014)
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา Nissan มีความผูกพันลึกซึ้งผ่านสโมสร Yokohama F. Marinos และภาพลักษณ์ของ Pep Guardiola ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ อย่างไรก็ตาม เมื่อ Nissan ตัดสินใจปรับโครงสร้างต้นทุนและสิ้นสุดการสนับสนุน จึงเป็นจังหวะที่ BYD ก้าวเข้ามาอย่างพอดิบพอดี โดยนำเสนอภาพลักษณ์ที่ ใหม่กว่า และ ไฟฟ้า 100% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของสโมสรที่ต้องการเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2030
เคลื่อนไหวของ BYD ในระดับโลกสอดรับกับกลยุทธ์ในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อ BYD และ เรเว่ ออโตโมทีฟ ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ ฟุตบอลทีมชาติไทย และ ไทยลีก (Thai League) ครบทั้ง 3 ระดับ ภายใต้แนวคิด "BYD ชาร์จพลังบอลไทย" ไปก่อนหน้านี้
การเข้ามาแทนที่ Nissan ในสโมสรระดับโลกอย่าง Manchester City และการเข้ายึดหัวหาดวงการฟุตบอลไทยของ BYD คือการประกาศศักดาของ "พลังงานใหม่" (New Energy) สำหรับแฟนบอล ไม่ว่าจะเป็นที่แมนเชสเตอร์ หรือในประเทศไทย
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของโลโก้ใหม่บนเสื้อผ้าหรือป้ายสนาม แต่คือการตอกย้ำว่าโลกฟุตบอลกำลังก้าวไปสู่ยุคแห่งความยั่งยืน โดยจะมี BYD เป็นผู้ขับเคลื่อนหลักที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับจิตวิญญาณของท้องถิ่นในทุกระดับการแข่งขันที่เข้มข้น
และสำหรับความร่วมมือครั้งใหม่เป็นขั้นตอนล่าสุดในกลยุทธ์ของ BYD ในการสร้างสถานะในฟุตบอลนานาชาติเพื่อเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์รถยนต์ และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีอื่นๆ ก่อนหน้านี้บริษัทเคยเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของยูฟ่ายูโร 2024 และยูฟ่ายูโร 2025 ชิงแชมป์ยุโรปอายุต่ํากว่า 21 ปี 2025
ข้อมูล: mancity.com, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ (FA Thailand)
ภาพ: mancity.com