
กระแสการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นประเด็นที่คนใช้รถทั่วโลกให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลายคนเริ่มตั้งคำถามและเกิดความกังวลใจว่าในอีก 10 ปีข้างหน้ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมจะหายไปจากท้องถนนอย่างสิ้นเชิงหรือไม่ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่รวมถึงมาตรการของรัฐบาลในหลายประเทศต่างพากันประกาศนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานสะอาดอย่างจริงจังจนทำให้สัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของโลกไม่ได้เป็นเรื่องที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น การประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านจากปัจจัยความเป็นจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภคที่กำลังจะเลือกซื้อรถยนต์ในปัจจุบัน
แรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เกิดกระแสการลดบทบาทของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในมาจากข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล ประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือรวมถึงบางประเทศในภูมิภาคเอเชียได้มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการห้ามจำหน่ายรถยนต์ใหม่ที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซิน โดยเป้าหมายส่วนใหญ่จะถูกกำหนดไว้ในช่วงปีคริสต์ศักราช 2035 เป็นต้นไป ซึ่งมาตรการเหล่านี้ส่งผลบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งปรับตัวและโยกย้ายงบประมาณในการวิจัยจากเครื่องยนต์ระบบเดิมไปสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีแบตเตอรี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่าแนวโน้มของรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในความเป็นจริงแล้วรถยนต์ใช้น้ำมันจะยังคงไม่หายไปจากโลกนี้ในอีก 10 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน โดยมีเหตุผลรองรับที่สำคัญดังนี้
ทางออกของค่ายรถยนต์เพื่อตอบสนองต่อข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมในระหว่างที่เทคโนโลยีไฟฟ้ายังไม่พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ คือการเปลี่ยนผ่านรถยนต์ใช้น้ำมันธรรมดาให้กลายเป็นรถยนต์ระบบไฮบริดและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด การนำมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาทำงานร่วมกับเครื่องยนต์สันดาปภายในช่วยให้อัตราการปล่อยไอเสียลดลงและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ซึ่งระบบนี้จะเข้ามาเป็นตัวเลือกหลักของตลาดแทนที่เครื่องยนต์น้ำมันแบบดั้งเดิมในฐานะสะพานเชื่อมต่อก่อนจะก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
พฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์ของผู้บริโภคในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีความหลากหลายและขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ผู้ขับขี่ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และมีพฤติกรรมการใช้รถในเส้นทางประจำจะหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากมีความคุ้มค่าด้านค่าพลังงานในระยะยาว ในขณะที่ผู้ขับขี่ที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดบ่อยครั้งหรืออยู่ในพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงจะยังคงเลือกใช้รถยนต์ไฮบริดหรือรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลที่ให้ความยืดหยุ่นในการเดินทางมากกว่า
ในอีก 10 ปีข้างหน้ารถยนต์ใช้น้ำมันจะยังคงไม่หายไปจากท้องถนนไทยและทั่วโลกอย่างสิ้นเชิง แต่อาจจะมีการเปลี่ยนรูปแบบไปสู่เครื่องยนต์ระบบไฮบริดที่ทำงานร่วมกับไฟฟ้ามากขึ้นจนกลายเป็นสัดส่วนหลักของตลาด ตลาดรถยนต์จะเข้าสู่ยุคแห่งการอยู่ร่วมกันระหว่างพลังงานทางเลือกและพลังงานดั้งเดิมโดยไม่มีการตัดขาดจากกันแบบทันทีทันใด