
บนท้องถนนเมืองไทย เรามักจะเห็นภาพชินตาของรถยนต์ที่เปิดไฟสปอร์ตไลท์ดวงล่างสว่างจ้าท้าทายสายตาเพื่อนร่วมทาง ทั้งที่ท้องฟ้าก็แจ่มใสไร้เงาหมอก ค่านิยมที่ว่า "ไฟยิ่งเยอะยิ่งเท่" หรือ "รถรุ่น Top ต้องเปิดไฟตัดหมอกโชว์" กลายเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการทำลายทัศนวิสัยของผู้ขับขี่คันอื่น แท้จริงแล้ว "ไฟตัดหมอก" หรือ Fog Lamp ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจเฉพาะกิจในสภาวะวิกฤตเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับประดับยนต์เพื่อความสวยงาม การเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้นอกจากจะเผยให้เห็นถึงความไม่รับผิดชอบต่อส่วนรวมแล้ว ยังอาจทำให้คุณต้องเสียเงินค่าปรับพ่วงด้วยการโดนตัดแต้มใบขับขี่โดยไม่รู้ตัว ถึงเวลาแล้วที่เราต้องมาทำความเข้าใจกับเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้เสียใหม่ก่อนจะโดนสังคมและกฎหมายลงโทษ
หน้าที่ที่แท้จริง ส่องสว่างใต้หมอก ไม่ใช่ส่องหน้าคนสวน ไฟตัดหมอกถูกออกแบบมาให้ติดตั้งในตำแหน่งต่ำ (ไม่เกิน 135 ซม. จากพื้น) เพื่อให้ลำแสงพุ่งขนานไปกับพื้นถนน ลอดใต้ชั้นหมอกหรือม่านฝนที่มักจะลอยตัวสูงจากพื้นดินเล็กน้อย แสงของมันมีความเข้มสูงและไม่มีตัวบังแสง (Shield) เหมือนไฟหน้าปกติ เพื่อให้พุ่งทะลุทะลวงได้ไกลในระยะ 30-80 เมตร ดังนั้นการเปิดในเวลาปกติ ลำแสงที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รวมลำแสง (Cut-off) จะพุ่งเข้าตาผู้ขับขี่รถสวนทางอย่างจัง
ค่านิยมผิดๆ "รุ่น Top" ต้องมี "ประดับยนต์" ต้องมา การที่ค่ายรถมักติดตั้งไฟตัดหมอกมาให้เฉพาะรุ่นสูงสุด ทำให้เกิดค่านิยมว่านี่คือสัญลักษณ์ของความรวยและความเท่ จนลามไปถึงการหาซื้อไฟตัดหมอกราคาถูกจากร้านประดับยนต์มาติดเอง ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่ได้มาตรฐาน แสงฟุ้งกระจายควบคุมไม่ได้ กลายเป็น "อาวุธทางแสง" ที่ทำร้ายเพื่อนร่วมทางมากกว่าจะช่วยเรื่องความปลอดภัย
เปิดตอนไหนถึงจะ "ถูกกาลเทศะ"? เพื่อให้เป็นผู้ขับขี่ที่มีความรับผิดชอบ คุณควรเปิดไฟตัดหมอกเฉพาะสถานการณ์ต่อไปนี้เท่านั้น
อัปเดตกฎหมายและบทลงโทษปี 2026 กฎหมายไทยกำหนดไว้ชัดเจนว่าไฟตัดหมอกต้องเป็นแสงสีขาวหรือเหลืองเท่านั้น และใช้ได้เฉพาะเมื่อมีอุปสรรคต่อการมองเห็น หากฝ่าฝืนมีโทษดังนี้
ไฟตัดหมอกคืออุปกรณ์ความปลอดภัยชั้นดีหากใช้อย่างถูกวิธี แต่มันจะกลายเป็น "มลพิษทางสายตา" ทันทีหากถูกใช้เพียงเพื่อตอบสนองความภาคภูมิใจส่วนตัวที่ผิดที่ผิดทาง ความเท่ที่แท้จริงของผู้ขับขี่รถรุ่น Top หรือรถแต่งสวย คือการมีวุฒิภาวะในการเลือกใช้ระบบส่องสว่างให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์ เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวเราและเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนร่วมกัน จงจำไว้ว่าแสงที่สว่างเกินไปของคุณ อาจดับความสามารถในการมองเห็นของคนอื่น จนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด