การขับรถขึ้นดอยหรือภูเขาไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากมีการเตรียมตัวและทำความเข้าใจเทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้อง แม้แต่รถยนต์ Eco Car ขนาดเล็กก็สามารถพาคุณไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย บทความนี้จะนำเสนอเคล็ดลับตั้งแต่การเตรียมรถ การเลือกใช้เกียร์ ไปจนถึงข้อควรระวังต่างๆ เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นและน่าประทับใจ
การเตรียมรถ เช็คให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
ความปลอดภัยเริ่มต้นที่ความสมบูรณ์ของรถยนต์ของคุณ การเดินทางขึ้นเขาลงดอยเป็นการใช้งานที่หนักกว่าปกติ ดังนั้นการตรวจเช็กรถจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
- ระบบเบรก หัวใจสำคัญของการขับรถขึ้นเขาลงดอย คือระบบเบรกที่ต้องพร้อมใช้งานเสมอ ตรวจสอบผ้าเบรกและน้ำมันเบรคว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์และได้มาตรฐาน
- ยางรถยนต์ ควรตรวจสอบลมยางให้เหมาะสมตามที่คู่มือกำหนด ไม่ควรเติมลมยางน้อยหรือมากเกินไป และควรตรวจสอบสภาพดอกยางว่ายังมีความลึกเพียงพอที่จะยึดเกาะถนนได้ดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน
- ระบบเครื่องยนต์และของเหลว ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง, น้ำในหม้อน้ำ, น้ำมันเกียร์ และน้ำมันเบรกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความร้อนสูงเกินไป
- ระบบไฟส่องสว่าง ตรวจสอบไฟหน้า, ไฟท้าย, ไฟเบรก และไฟเลี้ยวให้ทำงานปกติ เพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ และใช้เป็นสัญญาณเตือนรถคันอื่นในทางโค้ง
การเลือกใช้รถ แบบไหนก็ไปได้
หลายคนอาจกังวลว่ารถเก๋งหรือรถอีโคคาร์จะสามารถขึ้นเขาได้หรือไม่ คำตอบคือ "สามารถขึ้นได้" ตราบใดที่รถของคุณอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและคุณใช้เทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้อง
- รถเก๋ง/อีโคคาร์ รถยนต์ขนาดเล็กที่มีเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1.2 ลิตรขึ้นไปก็มีกำลังเพียงพอสำหรับเส้นทางขึ้นเขาลงดอยทั่วไปในประเทศไทยแล้ว
- รถกระบะ/SUV รถยนต์ประเภทนี้มีกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดที่สูงกว่า ทำให้การขับขึ้นทางชันทำได้อย่างมั่นใจกว่า แต่ต้องระวังเรื่องน้ำหนักที่มากกว่ารถเก๋ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการควบคุมในทางโค้งและระยะเบรกที่ยาวขึ้น
เทคนิคการขับขี่ใช้เกียร์อย่างไรให้ปลอดภัย
นี่คือหัวใจสำคัญของการขับรถบนเส้นทางภูเขา การใช้เกียร์ที่ถูกต้องจะช่วยควบคุมความเร็วและลดภาระของระบบเบรกได้อย่างมหาศาล
เมื่อขับขึ้นเขา
- ใช้เกียร์ต่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นรถเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้ ควรใช้เกียร์ต่ำ (เช่น เกียร์ 1 หรือ 2 ในเกียร์ธรรมดา หรือ เกียร์ L, 1, 2, S, M ในเกียร์ออโต้) เพื่อเพิ่มกำลังและแรงฉุดจากเครื่องยนต์ ทำให้รถมีแรงส่งขึ้นเนินได้อย่างต่อเนื่อง
- รักษารอบเครื่องยนต์ ควรเหยียบคันเร่งอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษารอบเครื่องยนต์ไม่ให้ตก หากรถเริ่มอืด ให้เปลี่ยนไปใช้เกียร์ที่ต่ำลงเพื่อเพิ่มกำลัง อย่าเร่งๆ หยุดๆ เพราะจะทำให้รถเสียโมเมนตัมและอาจไหลลงได้
เมื่อขับลงเขา
- ใช้เกียร์ต่ำเป็นหลัก (Engine Brake) นี่คือเทคนิคที่สำคัญที่สุดและปลอดภัยที่สุดในการขับรถลงเขา การใช้เกียร์ต่ำจะทำให้เครื่องยนต์มีแรงหน่วงหรือที่เรียกว่า "Engine Brake" ช่วยชะลอความเร็วของรถโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบเบรกเพียงอย่างเดียว
- แตะเบรกเป็นระยะๆ ใช้เบรกเพื่อชะลอความเร็วเมื่อจำเป็นเท่านั้น และควร แตะเบรกสั้นๆ หนักๆ เป็นจังหวะ ไม่ควรเหยียบเบรกค้างเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ผ้าเบรกสะสมความร้อนจนเกิดอาการ เบรกไหม้ (Brake Fade) และเบรกไม่อยู่ในที่สุด
- ห้ามใช้เกียร์ว่าง (N) การเข้าเกียร์ว่างแล้วปล่อยให้รถไหลลงเขาเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะรถจะไม่มีแรงหน่วงจากเครื่องยนต์ ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้
ข้อควรระวังเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย
- อย่าแซงทางโค้ง ถนนบนเขาแคบและคดเคี้ยว มีจุดอับสายตาเยอะมาก การแซงทางโค้งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
- ให้สัญญาณเตือน ใช้แตรหรือไฟสูงเป็นสัญญาณเตือนรถที่สวนทางมา โดยเฉพาะเมื่อเข้าโค้งที่มองไม่เห็น
- ขับชิดซ้าย พยายามขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายเพื่อหลีกทางให้รถคันอื่นที่อาจสวนทางมา และเพื่อความปลอดภัยของคุณเอง
- เว้นระยะห่าง เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสมเพื่อมีพื้นที่ในการเบรกและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
การขับรถเที่ยวภูเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากคุณเตรียมรถให้พร้อมและเข้าใจเทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้อง การเดินทางของคุณก็จะเต็มไปด้วยความสนุกและปลอดภัยในทุกเส้นทาง