วิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้

5 ส.ค. 65

แสงแดดกับประเทศไทยถือเป็นของคู่กัน การทาครีมกันแดดอย่างมีประสิทธิภาพสามารถช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิวและกิจกรรมที่ทำ

 

พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ปัญหาจากแสงแดดที่พบได้บ่อย คือ อาการผิวโดนแดดเผาไหม้ เกิดริ้วรอย ฝ้า กระ รวมถึงอาการแพ้ต่าง ๆ เนื่องจากในแสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งรังสีนี้จะไปทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินในชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดริ้วรอยต่าง ๆ ดังนั้น ควรทาครีมกันแดดทุกวัน และควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาที การทาครีมกันแดดที่ได้ผลดีควรทาให้เพียงพอ ไม่บางหรือหนาจนเกินไป และควรเลือกครีมกันแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB และต้องไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ มีความคงตัวสูงไม่ว่าจะโดนน้ำ หรือเหงื่อ ไม่เหนียวเหนอะหนะ หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 น - 16.00 น.

 

ในปัจจุบันเราแบ่งสารกันแดดเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

  • สารเคมีกันแดด (Chemical Sunscreen) สารนี้จะช่วยดูดซับรังสี UV ไว้ และเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารทำให้ประสิทธิภาพในการกันแดดลดลงตามระยะเวลาที่โดนแดด ข้อดีของสารเคมีกันแดด คือ ทาแล้วไม่ทำให้หน้าขาววอก แต่สารบางตัวอาจกันได้แค่ UVB แต่ไม่กัน UVA เช่น Salicylate, Cinnamate และสารที่กันได้ทั้ง UVB และ UVA ได้แก่ สารที่ลงท้ายด้วย –benzone, mexoryl sx, mexoryl XL ส่วนข้อเสียของสารเคมีกันแดด คือ อาจทำให้เกิดการแพ้ระคายเคืองจากสารเคมีได้

  • สารสะท้อนแดด (Physical Sunscreen) ได้แก่ ไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium Dioxide), ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) สารเหล่านี้จะสะท้อนแดดออกจากผิว ข้อดีของสารสะท้อนแดด คือ เกิดการแพ้ และระคายเคืองน้อยมาก ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถกันได้ทั้ง UVB และ UVA ไม่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติเมื่อโดนแดดนาน ๆ ข้อเสียของสารสะท้อนแดด คือ ทาแล้วจะทำให้หน้าขาววอก แต่ปัจจุบันมีการลดขนาดโมเลกุลของสารสะท้อนแดดทำให้ขาวลดลง

 

นอกจากส่วนประกอบของครีมกันแดดที่เราดูได้จากฉลากแล้ว ค่า SPF ของครีมกันแดดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยค่า SPF (Sun Protection Factor ) เป็นตัวเลขที่บอกถึงประสิทธิภาพที่ทำให้ผิวหนังทนต่ออาการแดงจากแสงแดดโดยคิดเป็นจำนวนเท่า และบ่งบอกถึงความสามารถในการป้องกันแสงแดดจากรังสี UVB เท่านั้น เช่น SPF 15 หมายความว่าครีมกันแดดที่ทา ทำให้ผิวหนังสามารถทนแสงแดดได้นานขึ้น เป็น 15 เท่า ผิวหนังถึงจะแดง เช่นจากการที่เคยโดนแสงแดด 20 นาทีแล้วผิวแดง ก็สามารถกันแดดได้ 15 × 20 เท่ากับ 300 นาที ผิวจึงจะแดง ส่วนค่า PA (Protective factor for UVA) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA นั่นเอง

 

สำหรับคนที่อยู่ในอาคารควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ประมาณ 15 แต่ถ้าต้องออกไปโดนแดดจัด ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ประมาณ 30 ทั้งนี้ ในคนที่ต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ อาจทำให้เหงื่อออกเยอะ รวมถึงผู้ที่ต้องการลงเล่นน้ำ ครีมกันแดดจะถูกจะชะล้างออกไปบางส่วน เพราะฉะนั้น ควรเลือกครีมกันแดดชนิด Water-resistant หรือ Waterproof จะช่วยป้องกันการชะล้างได้ดีขึ้น

 

นอกจากการป้องกันแสงแดดด้วยครีมกันแดด เรายังสามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ด้วยอุปกรณ์อื่น ๆ ที่สามารถใช้ในการป้องกันแสงแดดและมีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เช่น การสวมหมวกปีกกว้าง, การสวมเสื้อผ้าที่กันรังสี UV หรือการใช้ร่ม เป็นต้น

 

842637

พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล

แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลเวชธานี

อ่านประวัติเพิ่มเติม คลิก

Powered by แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลเวชธานี

วิดีโอแนะนำ

ข่าวยอดนิยม