เผย 20 จุดกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ยังน่าเป็นห่วง

วันที่ 15 มกราคม 2562 เว็บไซต์ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ตรวจพบสารมลพิษทางอากาศที่เกินมาตรฐาน ของวันนี้ เมื่อเวลา 10 โมงเช้าที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ที่มีฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 43 – 79 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเกินมาตรฐานโดยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่… – ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน – แขวงดินแดง เขตดินแดง – ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน – ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี – ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง – ริมถนนดินแดง เขตดินแดง – แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง – ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม – ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี – ต.คลองหนึ่ง […]

ยังต้องสวมหน้ากาก!! คพ. เตือน 15 จุด ฝุ่นละออง PM2.5 ยังเกินมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า กรมควบคุมมลพิษ ได้เผยแพร่สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยระบุว่าบริเวณพื้นที่ริมถนน เกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 20 พื้นที่ และในพื้นที่ทั่วไปยังมีค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 15 พื้นที่ ทั้งยังมีแนวโน้มที่ฝุ่นละออง PM2.5 จะเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ คพ. ได้ขอความร่วมมือประชาชน งดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และงดการใช้รถยนต์ควันดำอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

ฝุ่นยังฟุ้ง!! คพ. เตือนคนกรุงอีกรอบ หลังพบค่า PM2.5 ยังเกินมาตรฐาน 17 จุด

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2562 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมคอน (PM) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า ยังคงพบค่าฝุ่นละอองที่ตรวจวัดได้จากริมถนน ระหว่าง 42-80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้คุณภาพอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพเกินมาตรฐาน หรือเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรใน 17 พื้นที่ โดยมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศปิด นอกจากนี้ จากการตรวจวัดในพื้นที่ทั่วไป ยังพบว่ามีค่าระหว่าง 46-66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีคุณภาพอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพเกินมาตรฐาน หรือเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อีก 17 พื้นที่ ทั้งนี้ โดยรวมปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทุกคน งดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และงดการใช้รถยนต์ควันดำอย่างเด็ดขาด

กรมควบคุมมลพิษ เผย ‘กทม. – ปริมณฑล’ ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ยังเกินมาตรฐาน

เพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2561 พื้นที่ริมถนนอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 19 พื้นที่ ส่วนในพื้นที่ทั่วไปอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 9 พื้นที่ ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง สาเหตุมาจากสภาพอุตุนิยมวิทยา ที่มีหมอกในตอนเช้า อากาศนิ่ง และมีสภาพอากาศปิด ทำให้มีการสะสมของฝุ่นละอองในอากาศเพิ่มขึ้น คาดการณ์ว่าคุณภาพอากาศในวันพรุ่งนี้จะอยู่ในระดับปานกลาง กรมควบคุมมลพิษขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการห้ามใช้รถยนต์ที่มีควันดำอย่างเด็ดขาด งดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

เตรียมหน้ากาก! กรมควบคุมมลพิษเผย 17 จุด ‘กทม. – ปริมณฑล’ ค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบรรยากาศคล้ายมีหมอกหนาแน่นในหลายจุดทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 20 ธันวาคม 2561 พื้นที่ริมถนนอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 17 พื้นที่ และมีผลกระทบต่อสุขภาพ 2 พื้นที่ ส่วนในพื้นที่ทั่วไปอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 13 พื้นที่ คาดการณ์ว่าในพรุ่งนี้คุณภาพอากาศในพื้นที่ริมถนนจะอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มสูงขึ้น ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ-มีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงหรือลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยขณะอยู่กลางแจ้ง

ทำความรู้จัก ‘ฝุ่นพิษ PM 2.5’ ต้นตอนานาโรคร้าย

กำลังเป็นประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจหลังมีการออกมาแจ้งเตือนว่า ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ แนะประชาชนและผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้าน รายการ “อยู่เป็นลืมป่วย” เลยจะพาแฟนๆ รายการไปรู้จักกับภัยใกล้ตัวอย่าง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยคุณหมอผิง พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แจงถึงเจ้าตัวร้ายนี้ว่า มันเป็นฝุ่นพิษอนุภาคขนาดเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมของมนุษย์ ทำให้ขนจมูกไม่สามารถดักจับเอาไว้ได้มันจึงเข้าสู่ระบบต่างๆ ของร่างกายก่อเกิดโรคมากมาย เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคมะเร็งปอด, โรคหัวใจขาดเลือด, โรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจส่วนล่าง ทั้งนี้ “องค์การอนามัยโลก” ยังจัดให้ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้เป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย เรียกว่าอันตรายขนาดนั้นเลยทีเดียว ทั้งนี้คุณหมอผิงได้ทิ้งท้ายให้ติดตามกันในครั้งต่อไป สำหรับ วิธีป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แฟนๆ รายการอยู่เป็นลืมป่วย ห้ามพลาด! สามารถติดตามชมรายการ “อยู่เป็นลืมป่วย” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.00 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

กรมควบคุมมลพิษ เผย “แม่ฮ่องสอน” ใกล้วิกฤติ! หมอกควันจากไฟป่า ปกคลุมทั่วเมือง

วันนี้ (18 มี.ค.61) กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มีค่า 110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) อยู่ในเกณฑ์คุณภาพปานกลาง ซึ่งค่าดังกล่าวใกล้แตะ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินมาตรฐานและส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ สถานการณ์หมอกควันไฟป่าที่ปกคลุมตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ในปัจจุบันพบว่าเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกขณะสาเหตุมาจากการลักลอบจุดไฟป่าป่าตามเทือกเขาต่างๆ โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รายงานค่าทัศนวิสัยในช่วงเช้าวันนี้วัดได้ 2,000 เมตร และลงต่ำลงในช่วง 10.00 น. เหลือเพียง 1,500 เมตร อย่างไรก็ตาม เครื่องบินโดยสารของบริษัทบางกอกแอร์เวย์ ซึ่งใช้เครื่องบินแบบ ATR-72 ยังสามารถบินฝ่าหมอกควันมาลงยังท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอนได้สำเร็จ ทั้งที่เครื่องบินในรุ่นดังกล่าวจะต้องใช้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ต่ำกว่า 4 กม. ขึ้นไป อย่างไรก็ตามพบว่าบนวัดพระธาตุดอยกองมู ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ยังคงมีนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นเดินทางมาท่องเที่ยวไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่ต้องการขึ้นมาเพื่อชมทัศนียภาพของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ก่อนหน้านี้มักจะมีข่าวว่าหมอกควันที่หนาทึบจนทัศนวิสัยต่ำกว่า 4,000 เมตร จะส่งผลกระทบต่อการบิน แต่ในวันนี้พบว่าแม้ว่าทัศนวิสัยจะต่ำกว่า 4,000 เมตร และเหลือเพียงไม่เกิน […]

เตรียมสวมหน้ากาก! กรมควบคุมมลพิษเผย 6 จุดทั่ว กทม. ค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบรรยากาศคล้ายมีหมอกหนาแน่นในหลายจุดทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 12 มีนาคม 2561 ณ เวลา 15.00 น. โดยตรวจวัดได้ระหว่าง 71-88 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน 6 สถานี ได้แก่ 1) เขตบางนา 2) เขตวังทองหลาง 3) ริมถนนพระราม 4 4) ริมถนนอินทรพิทักษ์ 5) ริมถนนลาดพร้าว และ 6) ริมถนนพญาไท และยังมีแนวโน้มสูงขึ้น

คพ. เผยค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ลดลง หลังหลายพื้นที่ กทม. มีฝนตก

เรียกว่าเป็นข่าวดีสำหรับหลายๆ คนที่กำลังติดตามข่าวคราวของค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานติดต่อมาเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งล่าสุด กรมควบคุมมลพิษ ได้โพสต์ภาพและข้อมูลอัพเดทค่าฝุ่นละอองทั้ง 6 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร ที่ลดลงจนจนไม่เกินค่ามาตรฐาน และมีแนวโน้มลดลงตลอดทั้งสัปดาห์ เนื่องจากมีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่

คพ. โต้ ผอ. กรีนพีซ แจงคุณภาพอากาศของ ‘ไทย-สหรัฐฯ’ แตกต่างกัน นำมาเปรียบเทียบกันได้

จากกรณีที่นายธารา บัวคำศรี ผอ.ประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก โดยกล่าวถึงปัญหาเรื่องฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นใน กทม. ขณะนี้ว่า ค่าเฉลี่ย PM 2.5 ที่บางนาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้านี้ อยู่ที่ 61.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อนำเอาความเข้มข้นฝุ่นพิษดังกล่าวไปหาดัชนีคุณภาพอากาศ ตามวิธีการของสหรัฐอเมริกาผลคืออยู่ในระดับสีแดง ซึ่งแสดงว่าคุณภาพอากาศมีอันตรายต่อสุขภาพ และเป็นวิกฤตด้านสุขภาพของประชาชน ถ้ารัฐไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนจะลงมือติดตามตรวจสอบและรายงานคุณภาพอากาศกันเอง (อ่านเพิ่มเติมที่ : วิกฤตสุขภาพ!! ผอ. กรีนพีซ สวดหน่วยงานรัฐ ‘ไร้ประสิทธิภาพ’ แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5) ล่าสุดทางกรมควบคุมมลพิษได้โพสตืข้อความขอชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยอธิบายว่า การกำหนดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของแต่ละประเทศที่ใช้แถบสีในการรายงาน จะมีความสัมพันธ์กับค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้น ซึ่งการกำหนดค่ามาตรฐานจะพิจารณากำหนดจากข้อมูลพื้นฐานการพัฒนาของประเทศ สภาพเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งค่ามาตรฐานระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกายังมีความแตกต่างกัน โดยประเทศไทยกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม) ในขณะที่ค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของสหรัฐอเมริกาไม่เกิน 35 มคก./ลบ.ม. […]

ยังวิกฤต! คพ. เผย 6 จุด กทม. ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ชี้สาเหตุจากรถยนต์ 9.7 ล้านคัน

ยังคงเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ที่ยังต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากรายงานของกรมควบคุมมลพิษประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ณ เวลา 8.00 น. พบว่าปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 51-84 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) จากทั้งหมด 6 สถานี ที่บริเวณริมถนนพระราม 4 ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนลาดพร้าว ริมถนนพญาไท เขตบางนา และเขตวังทองหลาง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษยังเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องนั้น มีสาเหตุมาจากจำนวนยานพาหนะที่สูงถึง 9.7 ล้านคัน และเป็นรถเครื่องยนต์ดีเซลกว่า 2.4 ล้านคัน หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ซึ่งเกินพื้นที่ถนนที่รองระบได้ถึง 4.4 เท่า นอกจากนี้ยังมีแหล่งกำเนิดอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรม การก่อสร้าง การเผาในที่โล่ง ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่เป็นช่วงรอยต่อฤดูกาล ทำให้สภาพอากาศนิ่งมีหมอกมาก มีความชื้นสูง ทำให้มีฝุ่นละอองสะสมในอากาศ

นี่หรืออากาศที่เราหายใจ!? หนุ่มส่อง ‘สปอตไลต์’ ขึ้นฟ้า และพบว่า…ฝุ่น กทม. เยอะมาก

ยังคงเป็นประเด็นด้านสุขภาพที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก สำหรับปริมาณฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องและยังไม่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งล่าสุดได้มีผู้ใช้ Youtube ชื่อ feelthai ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ที่เผยให้เห็นการทดสอบส่องสปอตไลต์ขึ้นบนท้องฟ้า บริเวณด้านหน้าสวนลุมพินี และทำให้เห็นปริมาณฝุ่นละอองที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในอากาศจำนวนมากปลิวผ่านไปมา นอกจากนี้ ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษที่ได้เผยแพร่ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ได้เปิดเผยว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 48-64 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 4 สถานี ที่บริเวณริมถนนพระราม 4 ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนลาดพร้าว และเขตวังทองหลาง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่

คพ. เผย 4 จุด ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ด้านกรีนพีซเตือน ปชช. อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นหมอก

ยังคงเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ต้องจับตามองกันต่อไป สำหรับปริมาณฝุ่นละอองในอากาศที่ยังคงวิกฤตในหลายจุดทั่ว และล่าสุดกรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ณ เวลา 12.00 น. ตรวจวัดได้ระหว่าง 39-61 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงทุกพื้นที่ โดยพบเกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ได้แก่ บริเวณเขตวังทองหลาง ริมถนนพระรามสี่ ริมถนนอินทรพิทักษ์ และริมถนนลาดพร้าว นอกจากนี้ ทางด้านมูลนิธิกรีนพีซ ยังโพสตืข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Greenpeace Thailand โดยระบุว่าตอนนี้กรุงเทพถูกปกคลุมด้วยหมอกควันที่เกิดจากค่าฝุ่นละออง PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน จนอยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ (Unhealthy) และไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก (very unhealthy) สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ จึงควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายภายนอกอาคาร โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรทำกิจกรรมภายนอกอาคารเป็นเวลานาน และควรสวมหน้ากากอนามัยด้วย

กรมควบคุมมลพิษเตือน ปชช. สวมหน้ากากอนามัย หลังพบหลายจุดค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบรรยากาศคล้ายมีหมอกหนาแน่นในตอนเช้าหลายจุดทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ณ เวลา 8.00 น. โดยระบุว่า… 1. ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 69-94 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 5 สถานี ได้แก่ บริเวณเขตบางนา เขตวังทองหลาง ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนพระราม 4 และริมถนนลาดพร้าว โดยปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่ กทม. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ความชื้น 88% ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ฝุ่นละอองในบรรยากาศสะสมเพิ่มขึ้นได้ 3. ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ […]

ชาวกรุงพึงระวัง! กรมควบคุมมลพิษเผย 5 พื้นที่ในกทม. พบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน

วันนี้ (6 ก.พ. 61) เวลา 15.00 น. กรมควบคุมมลพิษ ได่รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวัน ตรวจวัดได้ระหว่าง 50-65 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงทุกพื้นที่ โดยพบเกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) บริเวณเขตบางนา เขตวังทองหลาง ริมถนนพระรามสี่ ริมถนนอินทรพิทักษ์ และริมถนนลาดพร้าว

กรมควบคุมมลพิษ เผย สถานการณ์ฝุ่นละออง ใน กทม.มีแนวโน้มลดลง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (คลิป)

จากกรณีที่เกิดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน ทำให้พื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร มีปรากฏการณ์คล้ายๆ มีหมอก  ซึ่งประชาชนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ลักษณะมีสีเทา น้ำตาล อยู่ในชั้นอากาศ ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งจะพบในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน อากาศนิ่ง ซึ่งจะทำให้มลพิษสะสมในอากาศ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระดับ PM 2.5 สูงขึ้นผิดปกติในช่วงนี้ (คำว่า PM มาจากคำว่า Particulate Matters ซึ่งหมายถึงละอองฝุ่นในอากาศ ส่วนตัวเลขที่ต่อท้าย และ 2.5 หมายถึง ขนาดของละอองฝุ่นในหน่วยของไมครอน) นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่าขณะนี้สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มลดลงทุกที่ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยวานนี้ (24 ม.ค.) ได้มีฝนตกลงมาทำให้ชะล้างฝุ่นละอองไปได้ส่วนหนึ่ง อากาศในวันนี้จึงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้มีการออกมาประกาศเตือนประชาชน เพราะคาดว่าค่าฝุ่นละอองจะเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว แต่ปรากฏว่ายังคงมีฝุ่นละอองอยู่ในอากาศต่อมาอีก 2-3 วัน ทำให้ประชาชนเป็นกังวล ซึ่งมีโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าจะมีอุณหภูมิลดลงอีกในบางช่วง มวลอากาศเย็น ความกดอากาศสูงลงมา ช่วงเปลี่ยนอาจเกิดภาวะอากาศนิ่งได้อีก สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ระบบทางหายใจหรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมภายนอกอาคาร หรือสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน นอกจากนี้ยังอยากขอความร่วมมือเจ้าของยานพาหนะ  ได้ดูแลรักษาสภาพเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดีและไม่ปล่อยควันดำ […]

หายใจสะดวกขึ้น! ‘กรมควบคุมมลพิษ’ เผยมลพิษเมืองกรุงคลี่คลาย ค่าฝุ่นละอองลดทุกพื้นที่

กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ย้ำ สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มดีขึ้นหลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่เมื่อวานนี้และมีแดดออกเช้าวันนี้ ยกเว้นริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี ยังเกินค่ามาตรฐาน โดยมีโอกาสเกิดอีกครั้ง วันที่ 25 ม.ค.61 นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กล่าวถึงกรณีกรุงเทพมหานครเกิดสภาพอากาศนิ่ง และชั้นอากาศผกผันใกล้พื้นดิน ทำให้มลพิษทางอากาศเกิดการสะสมตัวในปริมาณมาก ว่า วันนี้ (25 ม.ค.61) คุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจากการตรวจค่า PM 2.5 ฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครช่วยให้สถานการณ์มลพิษลดลง ยกเว้นบริเวณริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี ตรวจวัดได้ 57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่าเฉลี่ยมาตรฐานอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศนิ่ง ลมสงบ และชั้นอากาศผกผันใกล้พื้นดิน ทำให้มลพิษทางอากาศเกิดการสะสมตัวในปริมาณมากจะเกิดเป็นหมอกสีเทาหรือสีน้ำตาล ส่วนใหญ่เกิดจากยานพาหนะและการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะจะเกิดช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน โดยปีนี้เริ่มเกิดตั้งแต่วันที่ 18 มกราคมต่อเนื่องหลายวันและไม่มีแดดจนสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ประกอบกับปัจจัยจากสภาพอากาศและอุณหภูมิที่ลดลงจนเกิดอากาศเย็น มีค่าเฉลี่ยประมาณ 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีประชาชนหายใจไม่สะดวก ไอจาม แสบจมูกเล็กน้อย และมีน้ำมูกไหล ขณะนี้เริ่มมีแสงแดดส่องแล้วจะช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นระบายออกได้และอากาศลอยขึ้น ส่วนในปี 2559 […]

keyboard_arrow_up