ร่างทรง 4.0 เผยโชว์ฤทธิ์พิฆเนศ มิ.ย.นี้ – ทนายดังเผย คนจองกฐินอื้อ ไลฟ์ประทับเบื้องสูง (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปร่างทรง 4.0 โดย น.ส.แสงสุริยะเทพ พระมหาสุริยะ ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กขณะทำพิธี มีถ้อยคำการพูดคล้ายมีการเข้าทรงของสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทำให้ถูกวิจารณ์ถึงความเหมาะสม

ภาพจากคลิปแสงสุริยะเทพ ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กพร้อมเข้าทรง

วันนี้ (30 พ.ค. 61) ที่สำนักร่างทรงย่านรัตนาธิเบศน์ ผู้ที่อยู่ภายในสำนักฯ ระบุว่า วันนี้ น.ส.แสงสุริยะเทพ พระมหาสุริยะ ร่างทรง 4.0 ไม่อยู่

สำนักร่างทรง ย่านรัตนาธิเบศน์

โดยพี่สาวของร่างทรงฯ ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้สัมภาษณ์กับสื่อทุกสำนัก โดยจะมีการให้สัมภาษณ์ได้อีกครั้ง หลังจากมีการทำพิธีเข้าทรงองค์พิฆเนศวร ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ส่วนกรณีในโลกออนไลน์แชร์คลิปของร่างทรง ขณะเข้าร่างทรงของ 2 พระมหากษัตริย์ ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างมาก พี่สาวระบุว่า ทางสำนักไม่ได้มีความกังวลเรื่องนี้ เนื่องจากคลิปที่แชร์กัน เป็นการตัดต่อเอาบางช่วงบางตอนมาเท่านั้น มั่นใจว่าไม่ได้เป็นการหมิ่นเบื้องสูง

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ระบุว่า ทางกฎหมายไม่สามารถเอาผิดคนบ้าได้แน่นอน แต่ตนอยากฝากบอกไปยังร่างทรง 4.0 ว่าตอนนี้นักเคลื่อนไหวที่มีชื่อเสียงหลายคนกำลังจ้องจะเอาผิดคุณอยู่ เกี่ยวกับความผิดทางด้านกฎหมายว่าจะมีความผิดใดบ้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน

ทนายรณณรงค์ กล่าวถึงร่างทรงด้วยว่า ไม่ต้องคิดว่าจะปิดสำนักหนี โดยอ้างเหตุผลว่าเครียด เพราะตอนนี้มีคนจองกฐินคุณเยอะ หลายคนรับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าว และเชื่อว่านี่คือการหลอกลวงประชาชน และไม่เชื่อว่าจะสามารถเข้าร่างทรงได้จริง ถ้าเข้าได้จริง กล้ามาออกรายการที่ช่องอมรินทร์หรือไม่

ทั้งนี้ ร่างทรงอาจจะไม่ได้คิดเงิน แต่ประชาชนเกิดความเสียหายได้ ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชน จะต้องถูกดำเนินคดี และส่วนที่แอบอ้างเป็นร่างทรงพระมหากษัตริย์ ต้องดูว่าเจ้าตัวมีอาการบ้าหรือไม่ ถ้าบ้าก็เอาผิดไม่ได้ ซึ่งก็ต้องนำใบรับรองแพทย์มาแสดง แต่ถ้าไม่ได้เป็นบ้า จะมีความผิดในเรื่องการแอบอ้าง ซึ่งต้องดูในรายละเอียดคลิปว่ามีการแอบอ้างอย่างไรบ้าง สำหรับความผิดฐานหลอกลวงประชาชน จะผิดได้ก็ต่อเมื่อได้ไปซึ่งทรัพย์สิน แต่ร่างทรง 4.0 รายนี้ ไม่ได้เรียกเก็บเงินจึงยังไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน แต่หากมีการเรียกรับเงินหรือปลุกเสกพระ โดยอ้างตัวเองว่าเป็นร่างทรง ก็อาจจะถูกฟ้องร้องได้

ส่วนจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่นั้น ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ตามมาตรา 14 ผู้ใดนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประชาชนเข้าถึงได้นั้น ในข้อหานี้อาจจะเอาผิดร่างทรง 4.0 ได้ แต่ส่วนตัวมองว่ากฎหมายไม่ได้เขียนมาเพื่อเอาผิดร่างทรงบนอินเตอร์เน็ต แต่จะมีอีกมาตราหนึ่งคือ มาตรา 20 เป็นเรื่องเกี่ยวกับศีลธรรมอันดีของประชาชน หากมีการพิจาณาความผิดก็จะสั่งแบนยูสเซอร์ของร่างทรงนี้ แต่ไม่มีโทษปรับหรือจำคุก ทำได้เพียงปิดเฟซบุ๊ก

นอกจากนี้ ทนายรณณรงค์ ยังกล่าวเตือนประชาชนว่า หากดูคลิปก็ขอให้เข้าไปดูแบบขำ ๆ อย่าไปเชื่อ อย่าศรัทธา หรือนำเงินไปบริจาค อย่าพาใครไปรักษาโรค เพราะเรื่องพวกนี้พิสูจน์ไม่ได้ หากเกิดความเสียหายมา ก็ฟ้องร้องเอาคืนไม่ได้ เนื่องจากเราไปเชื่อถือเขาเอง

keyboard_arrow_up