“ลีน่าจัง” แฉอีก บุฟเฟ่ต์ทุเรียนกั๊กไว้ขาย – ทนายชี้เอาผิดได้ แต่งงไม่เห็นฟ้อง (คลิป)

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 61 โลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอไลฟ์สดขณะที่นางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง เดินทางไปสวนผลไม้ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง ซึ่งเปิดให้กินแบบบุฟเฟ่ต์ แต่กลับกลายเป็นว่าไม่ได้กินเพราะทุเรียนหมด ทำให้เจ้าตัวปรี๊ดแตก ด่ากราดดังสนั่น โดยลีน่าจังระบุว่าสวนดังกล่าวไม่มีการประกาศผ่านช่องทางใดๆ เพื่อให้คนที่จะเดินทางมาทราบว่าไม่มีทุเรียน ทำให้ต้องเสียเวลาเดินทาง

ลีน่าจังไลฟ์ที่สวนผลไม้

ล่าสุดวันนี้ (21 พ.ค. 61) นางลีนา จังจรรจา เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ตนตั้งใจไปกินบุฟเฟ่ต์ทุเรียนที่สวนผลไม้แห่งหนึ่งใน จ.ระยอง โดยไปถึงสวนในเวลา 11.30 น. แต่สวนกลับแจ้งว่าทุเรียนหมด ตนรู้สึกไม่พอใจจึงไลฟ์สด เพราะรู้สึกว่าประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจไปกินผลไม้นั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม และถูกเอาเปรียบ ซึ่งตนก็สงสัยว่าทำไมทางสวนไม่ประกาศหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊กทันทีว่า ผู้บริโภคไม่ต้องเดินทางมา เพราะทุเรียนไม่เพียงพอ

ป้ายทานไม่อั้น หน้าสวนทุเรียน
ทุเรียน จากสวนละไม

นอกจากนี้ บริเวณหน้าสวนและทางเข้าสวนก็ไม่มีประกาศด้วยว่าผลไม้ไม่เพียงพอ ทำให้มีคนเข้าไปรอบริเวณหน้าจุดขายตั๋วเป็นจำนวนมากกว่าพันคน อีกทั้งยังมีพนักงานของสวนประกาศผ่านไมโครโฟนว่า ทุเรียน 2,000 ตันในสวนไม่มีบุฟเฟ่ต์ให้กินแล้ว แต่มีขาย ให้ไปซื้อข้างๆ จุดขายตั๋ว ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้าขายกันอยู่ 10 กว่าเจ้าภายในสวนของเขา แล้วยังการันตีว่าทุเรียนมาจากสวนของเขา เป็นทุเรียนไม่อ่อน คัดเกรดมาชั้นหนึ่ง ซึ่งเขาจะสื่อว่าทางสวนเขามีทุเรียนขาย แต่ไม่เหลือบุฟเฟ่ต์ทุเรียนให้ลูกค้าทานแล้ว ทำให้ตนรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังเห็นคนคนโวยวายกันว่าไม่ได้ทานบุฟเฟ่ต์ บางคนมาจากภูเก็ต, นครศรีธรรมราช, เชียงใหม่, เชียงราย, สุราษฎ์ธานี เหมารถกันมาก็ไม่ได้เข้า ถ้าหากมาถึงสวนแล้วได้กินแต่เงาะ สับปะรด หรือแตงโม ตนคิดว่าหาซื้อกินแถวบ้านก็ได้ แต่เพราะทุกคนเขาตั้งใจมากินทุเรียน

นางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง

ลีน่าจัง ระบุด้วยว่า สำหรับค่าบุฟเฟต์ผลไม้ที่สวนแห่งนี้ อยู่ราคาท่านละ 490 บาท แล้วหน้าเพจเฟซบุ๊กเขาก็ยังโฆษณาด้วยรูปที่เน้นทุเรียนเยอะ ราคา 490 บาท กินไม่อั้น ซึ่งเท่ากับเหตุการณ์ที่ลูกค้าเจอนั้น เป็นการหลอกลวงประชาชน โดยหลังจากที่ตนเองไลฟ์สดก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ส่วนใหญ่ก็เจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน พอไปร้องเรียนแล้วสวนจึงจะคืนเงินให้ และแม้ว่าสวนจะชี้แจงทางเฟซบุ๊กว่าลูกค้ามาเยอะ ทำให้จัดสรรผลไม้ได้ไม่เพียงพอ ตนมองว่าเขาโกหก เพราะลูกเพจตนคอมเมนต์ว่า ผมไป 10.00น. สวนก็บอกว่าไม่มีทุเรียน ไปวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่มี แล้วหากจะให้ตนไปวันธรรมดาก็ไม่สะดวก

ทางสวนทุเรียน โพสต์ชี้แจง

ทั้งนี้ ลีน่าจัง ยังกล่าวต่ออีกว่า นอกจากทางสวนจะมีบุฟเฟต์ผลไม้แล้ว ยังมีบุฟเฟ่ต์ส้มตำและไก่ย่าง ซึ่งตนได้ข้อมูลจากลูกเพจว่าส้มตำมีแมลงวันตอม ไก่ทอดก็ทอดจนไหม้ พอไปขอให้ทอดใหม่ พนักงานก็อ้างว่าหมดแล้วจึงไม่ให้ ส่วนการเข้าคิวไปขอทุเรียน ต้องต่อคิวนานถึง 30 นาที ได้ทานเพียงคนละ 1 เม็ด พอจะขออีกก็โดนตีมือและบอกว่าให้ไปต่อคิวใหม่ ซึ่งกว่าจะได้ทุเรียนมาทานอีกก็ต้องเสียเวลาต่อคิวอยู่อย่างนี้ ตนมองว่าการซื้อตั๋วบุฟเฟ่ต์ 490 บาทนี้ไม่ได้ไปขอส่วนบุญหรือรอแจกอาหารจากโรงทาน

อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าทางสวนไม่ควรที่จะเอาเปรียบผู้บริโภค หากไม่มีทุเรียนก็ต้องรีบประกาศบอกลูกค้าที่หน้าเพจ ซึ่งขณะนี้ตนคิดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดระยองควรลงพื้นที่มาตรวจสอบ เพราะการทำแบบนี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด อีกทั้ง สวนผลไม้ต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้บริโภค รวมถึงอย่าทำลายชื่อเสียงการท่องเที่ยวของ จ.ระยอง เพราะสวนของคุณคนเดียว

นายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์ ประธานวิสาหกิจชุมชนสวนละไม

ขณะที่นายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์ ประธานวิสาหกิจชุมชนสวนละไม บอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความไม่เข้าใจ ซึ่งไม่ได้โทษหรือโกรธลีน่าจัง ยินดีที่ให้เกียรติเยือนสวนชาวบ้าน แต่ที่ไม่ได้ซื้อบัตรเข้ามาในสวนเพราะเมื่อวาน เป็นวันที่เราคาดไม่ถึงว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากถึง 7,000 คน ขณะที่จำนวนผู้เข้าสวนรองรับได้เพียง 3,000 คนเท่านั้น เราเตรียมทุเรียนสุกพร้อมทานไว้รองรับลูกค้าที่จำนวน 3,000 ท่านตามที่ทางสวนได้คาดการณ์จำนวนลูกค้าตามสถิติที่ได้ทำข้อมูลไว้

นักท่องเที่ยว กำลังเข้าแถวทานทุเรียน

โดยในช่วงเช้า สวนได้ขายบัตรเข้าครบตามจำนวน 3,000 ท่านตั้งแต่ช่วงประมาณ 11.00 น. แต่วันนี้ลูกค้ามาที่สวนจำนวนมากจริงๆ และมาต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จำนวนกว่า 6,000-7,000 ท่าน ทำให้สวนไม่สามารถมีทุเรียนสุกรองรับลูกค้าได้ทั้งหมด

ดังนั้นช่วง 11.00 น. สวนจึงได้แจ้งลูกค้าที่รอซื้อบัตรและมาถึงว่าต้องกราบขออภัย และขอแจ้งว่าทุเรียนสุกที่เตรียมไว้สำหรับวันนี้ไม่มีแล้ว และทางสวนขออนุญาตขายเป็นบัตรที่ราคา 300 บาท สำหรับลูกค้าที่ต้องการเข้าไปเที่ยวสวน ทานผลไม้และเมนูอาหารอื่นๆ ของสวนแทน ทั้งนี้ ต้องกราบขออภัยที่ไม่ได้ทำการแจ้งที่หน้าเพจ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ลีน่าจังสามารถฟ้องร้องสวนผลไม้ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยอมความไม่ได้ และเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ เพราะมีการโฆษณาหน้าเพจว่ามีทุเรียน แต่เมื่อไปถึงหน้าสวนกลับไม่มีทุเรียนให้กิน

แต่ทั้งนี้ ต้องดูก่อนว่า คุณลีน่าจังได้จ่ายเงินเป็นค่าเข้าสวนทุเรียนไปหรือยัง ถ้าจ่ายแล้ว ก็สามารถไปแจ้งความที่โรงพักท้องที่ได้ทันที แต่ถ้ายังไม่จ่าย ก็ยังสามารถเอาผิดสวนผลไม้ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้อยู่ดี แม้ว่าหน้าสวนจะติดป้ายแล้วว่าไม่มีทุเรียนก็ตาม โดยไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงฯ ดังนั้น ถ้าสวนผลไม้ไม่อยากมีความผิด ก็ต้องแจ้งข้อมูลบนแฟนเพจและหน้าสวนด้วยว่า ไม่มีทุเรียนให้บริการแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด

อย่างไรก็ตาม ตนก็อยากรู้ว่าที่ลีน่าจังออกมาโวยวายแบบนี้ จะกล้าไปแจ้งความหรือไม่ เพราะเห็นมาหลายครั้งแล้วว่ายังไม่เคยแจ้งความจับใครจริงๆ สักที

keyboard_arrow_up