เร่งล่าตัวมาดำเนินคดี! แม่ทัพภาค 4 ระบุ รู้ตัวมือบึ้มป่วนใต้แล้ว

เหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อคืนที่ผ่านมา (20 พ.ค. 61) ฝ่ายความมั่นคงรู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 เปิดเผย ถึงเหตุการณ์ ป่วนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และบางพื้นที่ในจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบของ จ.ปัตตานี จำนวน 7 จุด จ.นราธิวาส จำนวน 3 จุด จ.สงขลา จำนวน 2 จุด มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุระเบิด บริเวณตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย ร้านนิมิมาร์ท ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นำตัวส่ง รพ.ปัตตานี

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4

พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการแสดงถึงตัวตนของกลุ่มคนร้าย เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน และเจ้าหน้าที่สามารถได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว ประกอบกับลักษณะการก่อเหตุไม่ได้มุ่งไปในการทำร้ายคน แต่ที่มีคนได้รับบาดเจ็บป็นเพียงลูกหลงของระเบิดเท่านั้น

หลังเกิดเหตุ ได้มีการปรึกษากันในกลุ่มงานปกครอง ถึงมาตรการรักษาความสงบในพื้นที่ ว่า จะมีการออกมาตรการขอความร่วมมือให้ถอดหมวกกันน็อคทันที ที่ลงจากรถ เพื่อป้องกันคนร้ายลักลอบก่อเหตุและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการคุ้มกันพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การออกหมายจับต่อไป

เช่น ที่จังหวัดสงขลา เหตุลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม 2 จุดใน อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย ผู้ก่อเหตุ เป็นกลุ่มของ นายบูคอรี หลำโสะ แกนนำก่อการร้ายระดับสั่งการค่าหัว 3 แสนบาท ที่รับผิดชอบก่อเหตุในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา ทั้ง อ.จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย ส่วนผู้ที่ลงมือนำระเบิดไปวางเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการหาเบาะแสจากกล้องวงจรปิด และในทางการข่าวมีรายงานว่าก่อนหน้านี้มีการนำระเบิดชุดเดียวกันนี้เข้ามาในพื้นที่อำเภอชายแดนสงขลาทั้งหมด 8 ลูก ระเบิดไปแล้ว2 ลูก ยังเหลืออีก 6 ลูกที่ต้องเฝ้าระวัง

ขณะที่เช้านี้ (21 พ.ค.61) เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถระเบิด ตชด.43 พร้อม ตำรวจภูธรเทพา และ อาสารักษาดินแดนอำเภอเทพา ร่วมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสิน อำเภอเทพา โดยเจ้าหน้าที่ยังได้กันจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ห้ามเข้า เพื่อเก็บหลักฐานอย่างละเอียด

ซึ่งพบว่า ตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหายบริเวณส่วนบน และเก็บสะเก็ดระเบิดที่ทำมาจากเหล็กตัดท่อน ที่กระจายอยู่ในรัศมีมากกว่า 10 เมตร ได้จำนวนหนึ่ง ส่วนวงจรระเบิดนั้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นระเบิดชนิดตั้งเวลา ซึ่งมีการระเบิดแบบสมบูรณ์ และชิ้นส่วน ส่วนใหญ่ก็ปะปนกับชิ้นส่วนของตู้เอทีเอ็ม ขณะนี้ได้เก็บชิ้นส่วนต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ ทั้ง 4 จังหวัด ชายแดนใต้ มีการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ทั้งการลาดตระเวนเส้นทาง และตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามจุดต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

keyboard_arrow_up