ชาวบ้านกังวล ‘ไฟปริศนา’ เกิดต่อเนื่อง ‘อ.เจษฎ์’ ไม่เชื่อไฟลุกเอง-คาดมีคนจุด (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีไฟปริศนาลุกไหม้สิ่งของภายในบ้านวังไม้แดง ม.6 ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี จำนวน 4-5 หลัง มานานกว่า 1 เดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ และยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ทำให้ชาวบ้านกังวลว่า จะเกิดไปไหม้ขึ้นมาอีก ซึ่งตอนนี้ บ้านที่เคยถูกไฟไหม้ต่างขนย้ายข้าวของออกมาไว้นอกบ้านนั้น

นางภาพิมล สรรพศรี อายุ 54 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 45/2 กล่าวว่าช่วงนี้อากาศร้อนเปลี่ยนมาเป็นฝนตก ทำให้ต้องเดินดูภายในบ้านและจุดต่าง ๆ บ่อยครั้ง เพื่อเฝ้าระวังการเกิดไฟปริศนาลุกไหม้ ทั้งนี้ตนเองและครอบครัวทุกวันนี้ต้องอยู่อย่างหวาดวิตกหลับไม่เต็มตา ไม่กล้าทิ้งบ้านออกไปไหน จึงอยากให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ขณะที่ในช่วงบ่ายวันนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจะลงพื้นที่มาให้กำลังใจชาวบ้านทั้ง 4-5 หลังคาเรือนที่เกิดไฟปริศนา และพร้อมที่จะเป็นตัวกลางประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบ และนำตัวอย่างดินในชั้นดิน รวมทั้งน้ำไปทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งโดยผู้สื่อข่าวได้ไปพูดคุยกับ รศ.ดร.เจษฏา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าว การที่ไฟจะลุกไหม้ขึ้นมามันมีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ 1.เชื้อเพลิงที่ติดไฟง่าย 2.ความร้อน และ 3.ออกซิเจน ซึ่งในกรณีดังกล่าวการลุกไหม้ของไฟนั้น เหมือนมีองค์ประกอบไม่ครบ และตัวเชื้อเพลิงก็เห็นไม่ค่อยชัด บางทีก็อาจจะเป็นในลักษณะผ้า หรือพลาสติกที่ติดไฟ หรือกล่องต่าง ๆ ดังนั้นในเมื่อไม่มีประกายไฟ หรือไม่มีความร้อน หรือไม่มีอะไรไปจ่อ ก็เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

รศ.ดร.เจษฏา เด่นดวงบริพันธ์

ตัวอย่างเช่นไฟไหม้เกิดภายในตู้เย็น ซึ่งตู้เย็นมีความชื้นสูง และมีตัวรบกวนทำให้ติดไฟค่อนข้างยาก ดังนั้นจะต้องดูว่าผิดปกติในการเกิดเพลิงไหม้ขึ้นตามธรรมชาติหรือไม่

ส่วนในกรณีที่ชาวบ้านเจ้าของบ้านหลังแรก บอกว่า ไฟลุกไหม้ หลังจาก ขุดเจาะบ่อบาดาล แล้วมีแต่ไม่พบเจอน้ำ จึงได้กลบบ่อโดยมีดินสีดำขึ้นมาด้วยนั้น เท่าที่ทราบทางธรณีวิทยาได้เก็บตัวอย่างดินไปแล้วละพบว่าดินไม่ใช่เชื้อเพลิง ต่อให้เป็นเชื้อเพลิงก็จะต้องมีการจุดชนวนเพื่อให้เกิดประกายไฟขึ้นมา และหากพบว่าบริเวณนั้นมีแก๊สธรรมชาติ ก็ต้องมีชนวนถึงจะเกิดไฟได้ ดังนั้นดินดำหรือแก๊สธรรมชาติ เป็นชวนในการเกิดไฟนั้น “ก็คงไม่จริง”

ชาวบ้านขนของมาไว้ด้านนอกตัวบ้าน

ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่พอเป็นไปได้คืออาจจะมีคนกระทำขึ้นมา ซึ่งก็ต้องไปหาว่าเป็นใคร เพราะวิธีการตรวจสอบก็ไม่ยาก เพียงแค่อพยพคนออกจากบ้าน และติดกล้องวงจรปิดตามมุมต่าง ๆ ให้ครบ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาก็มีเรื่องของไฟไหม้ปริศนา เมื่อเจ้าหน้าที่อพยพคนและติดกล้องวงจรปิดก็พบว่าไม่เกิดไฟไหม้อีก

นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่เกิดไฟไหม้นั้นชาวบ้านบอกว่าจะเกิดในช่วงสภาพอากาศมีความชื้นนั้น จริง ๆ แล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะความชื้นทำให้เกิดการติดไฟค่อนข้างยาก หากวัสดุหรือเชื้อเพลิงทั่วไป จะต้องมีความแห้งมาก ยิ่งถ้าเอาไฟไปจ่อ ก็จะสามารถติดไฟได้ง่าย แต่ถึงแม้อากาศชื้น อากาศแห้ง หรือค่อนข้างร้อน ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการลุกไหม้

ชาวบ้านขนของมาไว้ด้านนอกตัวบ้าน

ชาวบ้านขนของมาไว้ด้านนอกตัวบ้านทั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าศึกษา และคิดว่าคงจะต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปช่วย คงจะไม่ต้องมองในมุมของไสยศาสตร์หรือในมุมของความเชื่อ เพราะสามารถทำการศึกษาได้หลายอย่างหรือแม้แต่การขอสัมภาษณ์เจ้าของบ้าน ในทางกลับกันมีการศึกษาในจิตวิทยาถึงโรคบางโรค ซึ่งเป็นอาการป่วยทางจิตที่ชอบจุดไฟ ซึ่งในกรณีดังกล่าวก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่เชื่อว่าน่าเอานักวิทยาเข้าไปพูดคุย

keyboard_arrow_up