เปิดใจ เมียผู้กำกับหนังฉาว เชื่อมั่นผัวไม่ลวงเด็กขืนใจ พาดูห้อง ยันขยี้กามทำยาก (คลิป)

จากกรณี นายสุรเดช หลวงแสง อายุ 38 ปี อ้างตัวเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาว 2 ราย อายุ 15 ปี และ 16 ปี ขณะฟิตติ้งภาพยนตร์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนายสุรเดช ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ รับสารภาพ แต่อ้างว่าตัวเด็กสมยอม ไม่ได้บังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด

เรณู บอกว่า ประตูไม่มีลูกบิด จึงไม่สามารถล็อคห้องได้

ล่าสุด 31 พฤษภาคม 2560 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีเดินทางไปยัง จุดเกิดเหตุ ย่านปากเกร็ด นนทบุรี พบเป็นทาวเฮาส์ 2 ชั้น โดยนางเรณู มีแสงเพชร ภรรยานายสุรเดช ได้พาทีมข่าวขึ้นไปยังชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ถ่ายภาพเด็กในวันเกิดเหตุ โดยห้องดังกล่าว เป็นห้องพระ ขนาดเล็ก ประตูไม่มีลูกบิด จึงไม่สามารถล็อคห้องได้

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

เรณู ภรรยานายสุรเดช เล่าให้ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีฟังว่า วันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา มีเด็กอายุตั้งแต่ 8 ขวบ ที่เข้ามาแคสติ้งและรวมถึงผู้ปกครองกว่า 20 คน ซึ่งก็มีพนักงานของบริษัทเข้ามาช่วยดูแล โดยตนก็อยู่ภายในบ้าน คอยอำนวยความสะดวก ทั้งยังเดินขึ้นลงระหว่างห้องถ่ายทำตลอด ส่วนผู้ปกครอง และเด็กที่รอก็นั่งด้านล่างโดยนายสุรเดช เป็นคนถ่ายแค่คนเดียว แต่ไม่ได้ห้ามผู้ปกครองขึ้นไปสังเกตการณ์ เพียงแต่ห้องค่อนข้างแคบ เลยไม่มีใครอยากขึ้นไป และหากเด็กถูกกระทำจริง ทำไมถึงไม่ส่งเสียงร้อง ยิ่งถูกกระทำถึง 3 ครั้งยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ 

เรณู ภรรยานายสุรเดช พูดคุยกับทีมข่าวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

เรณู กล่าวต่ออีกว่า วันที่ นายสุรเดช เดินทางไปที่สถานีตำรวจ และถูกควบคุมตัว ตนทราบเรื่องตอนกลางคืนรู้สึกตกใจมาก โดยได้สอบถาม ว่าเกิดอะไรขึ้น นายสุรเดช ก็ยืนยันว่า ไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวหา แต่รับสารภาพ เพราะคิดว่าเรื่องจะจบ ซึ่งตนก็ค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวสามี ว่าไม่น่าจะล่วงเกินเด็ก

ทั้งนี้ทีมข่าว โทรศัพท์สอบถามไปยัง ตัวแทนของบริษัท ทีที มิวสิค ที่ถูกกล่าวอ้างว่า เป็นผู้จ้างนายสุรเดช จัดสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ พร้อมระบุว่า บริษัทไม่ได้ว่าจ้างให้นายสุรเดชจัดสร้างภาพยนตร์ และคัดเลือกนักแสดง เพียงแค่เคยจ้างให้เป็นครูสอนการแสดงที่โรงเรียน ส่วนภาพยนตร์ที่จะจัดสร้าง นายสุรเดชเป็นผู้จัดการเอง พร้อมยอมรับว่า ได้ช่วยเขียนชื่อติดหน้าอกก่อนเข้าไปถ่ายภาพ แต่ช่วงที่ ผู้เสียหาย 2 รายขึ้นไปถ่ายภาพ ตนไม่ได้อยู่ในช่วงเกิดเหตุ โดยตอนแรก ก็ไม่คาดคิดว่า นายสุรเดช จะทำจริง แต่ต้องเชื่อเมื่อผู้ต้องหายอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตัวเอง

keyboard_arrow_up