พบข้อพิรุธ! เจ้าหน้าที่เรียกญาติผู้เสียหายตร.ปลอมยัดยา-บังคับมีเซ็กส์ สอบปากคำ

ตำรวจ สภ.เขมราฐ เชิญตัวลูกสาวและพ่อของผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกตำรวจและทหารยัดยาบ้าให้ และขอร่วมหลับนอนกับแม่เพื่อแลกกับการปล่อยตัวเข้าสอบปากคำ เพื่อเร่งสรุปหาสาเหตุว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่

กรณีของหญิงวัย 40 ปี ชาวอำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี ฝากเตือนภัยแก๊งมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ยัดยาบ้าให้ลูกชายจำนวน 10 เม็ด เพื่อให้หญิงคนดังกล่าวร่วมหลับนอนแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวไม่ดำเนินคดีกับลูกชายนั้น วันนี้ (6 ธ.ค. 60) พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจอำเภอเขมราฐ ได้เชิญตัว น.ส.มิน ลูกสาวของนางหน่อย และพ่อของนายพงษ์มาให้ปากคำเพิ่มเติมอีก 2 ปาก เพื่อดูคำให้การว่ามีความสอดคล้องกับเหตุการณ์หรือไม่ และชุดสืบสวนจะนำตัวนายพงษ์ไปชี้จุดที่อ้างถูกคนร้ายจับตัวและนำไปกักขังเอาไว้

น.ส.มิน

หลังวานนี้ (5 ธ.ค. 60)  พันตำรวจเอกปรัชญา คงสกุล ผู้กำกับการ สถานีตำรวจอำเภอเขมราฐ ได้เชิญตัวนางหน่อย ผู้เป็นแม่ และนายพงษ์ ลูกชายมาให้ปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยนายพงษ์ให้การยืนยันว่า ถูกคนร้ายจับตัวไปจริง แต่ยังมีข้อพิรุธสงสัยในคำให้การหลายประเด็น เนื่องจากนายพงษ์อ้างว่าจดจำเหตุการณ์ไม่ได้ทั้งหมด เพราะระหว่างที่คนร้ายเรียกให้หยุดรถตรวจค้นก่อนยัดยาบ้าให้ มีการนำของบางอย่างมาป้ายที่บริเวณลำคอ ทำให้นายพงษ์มีอาการมึนงงจนจำเหตุการณ์อะไรไม่ค่อยได้ โดยหลังสอบปากคำทั้งคู่นานกว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็ได้ให้กลับบ้านไป เพราะในชั้นนี้สองแม่ลูกยังเป็นผู้เสียหาย

นายพงษ์

ส่วนการตรวจสอบเฟซบุ๊กที่คนร้ายใช้พูดคุยโต้ตอบกับนางหน่อย พบว่าได้ปิดไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ได้นำมือถือของนายพงษ์ มาตรวจสอบหาจีพีเอสย้อนหลังกลับไปในวันที่ 25 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่นายพงษ์อ้างว่าถูกจับตัวไป เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันว่าจุดที่นายพงษ์อยู่ในขณะนั้น อยู่บริเวณใด และสอดคล้องกับคำให้การหรือไม่

ทั้งนี้ หากการสอบสวนได้ผลสรุปเป็นเรื่องจริง ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี เพราะเป็นความผิดอาญาฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย แต่หากไม่ใช่เรื่องจริง ผู้ที่สร้างข้อมูลเท็จทั้งหมด จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาให้ร้ายกับจ้าพนักงาน หรือให้การเท็จ

แต่ถ้าไม่สามารถสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าจริงหรือเท็จ เพราะระหว่างเกิดเหตุการณ์มีนายพงษ์ คนเดียวที่อ้างว่าอยู่กับคนร้าย และยังให้การวกวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำความจริงให้ปรากฏให้ได้ โดยอาจต้องส่งตัวนายพงษ์เข้าเครื่องจับเท็จของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ได้ความจริงของเรื่องราวทั้งหมด

keyboard_arrow_up